“ถ้าพวกมันกล้าเล่นไม้สกปรก จุดไฟเผาบ้านเราเพื่อหวังจะบีบให้เราจนตรอก... คืนนี้เราก็แค่อาสาไป ‘ตรวจความเรียบร้อย’ ให้ตระกูลเฉินเขาสักหน่อยก็เท่านั้นเองครับพี่หาน”
น้ำเสียงของหลินเฟยราบเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ในมือเรียวบางกำลังละเมียดละไมเช็ดคราบเขม่าดินปืนจำลองที่นางจงใจป้ายทิ้งไว้เพื่อล่อเสือออกจากถ้ำ
เฉินหานที่กำลังนั่งลับมีดล่าสัตว์อยู่ข้างเตาไฟเงยหน้าขึ้น ดวงคมเข้มของนายทหารหนุ่มพินิจมองภรรยาตัวน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ในอกของเขามีทั้งความระอุของความรัก ความหลงใหล และความยำเกรงระคนกันอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ภรรยาชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป นางเฉียบคมยิ่งกว่านายทหารหน่วยลาดตระเวนเสียอีก
“น้องเฟย... เจ้าแน่ใจนะว่าจะให้พี่จัดการแค่สั่งสอน ไม่ให้ถึงกับพิการใช่หรือไม่?” เฉินหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง มือใหญ่ที่ผ่านการถืออาวุธมาโชกโชนวางหินลับมีดลงบนโต๊ะไม้ เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอแต่มั่นคง
“โธ่พี่หาน คนใจบาปพวกนั้นปล่อยให้เจ็บตัวฟรีๆ ได้อย่างไรเล่าครับ” หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเดินเข้าไปใกล้สามีร่างสูงใหญ่ ถือวิสาสะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่รกหน้าผากของเขาอย่างเบามือ “พวกมันอยากได้ทรัพย์สินของเรานัก มิใช่หรือ? คืนนี้เราจะไป ‘คืนกำไร’ ให้พวกมันถึงเรือน... เอาให้ทรัพย์สินที่พวกมันสะสมมาด้วยการสูบเลือดสูบเนื้อผู้อื่น ต้องละลายหายไปกับตาในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว”
รอยยิ้มของหลินเฟยงดงามราวกับดอกไม้พิษที่ผลิบานในยามวิกาล เฉินหานมองแล้วพลอยใจเต้นแรง เขาไม่เคยคิดขัดใจภรรยาเลยสักครั้ง ตั้งแต่ที่นางฟื้นคืนสติมาพร้อมกับมันสมองระดับเซียนหุ้นและการวางแผนราวกุนซือสงคราม โลกทั้งใบของนายทหารหนุ่มผู้นี้ก็มีเพียงคำว่า ‘เชื่อฟังภรรยา ชีวิตเจริญรุ่งเรือง’ เท่านั้น
“ตกลงตามนี้ คืนนี้ตอนเที่ยงคืน พี่จะพาเจ้าไปทัศนศึกษาหลังบ้านตระกูลเฉินเอง” เฉินหานคว้ามือเรียวมากุมไว้ พลางใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบหลังมือเนียนนุ่มเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น
ทว่า ก่อนที่ปฏิบัติการยามวิกาลจะเริ่มต้นขึ้น หน้าที่การงานในฐานะนายทหารหนุ่มผู้ขยันขันแข็งของเฉินหานก็ยังต้องดำเนินต่อไปในยามกลางวัน
ณ ลานฝึกซ้อมกองร้อยทหารราบที่สาม
แสงแดดยามสายส่องกระทบพื้นดินแห้งผากจนเกิดไอร้อนระอุ ทว่าความร้อนระอุนั้นก็ยังไม่เท่ากับบรรยากาศการฝึกซ้อมที่เข้มข้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงตะโกนคำรามก้องของเหล่าทหารหาญดังสะท้อนไปทั่วหุบเขา เฉินหานในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกำลังยืนบัญชาการการฝึกรบประชิดตัวอย่างแข็งขัน
หมับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อพลทหารหนุ่มนายหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะล็อกคอเฉินหานจากด้านหลังตามแผนการฝึก แต่มีหรือที่นายทหารมือฉมังจะพลาดท่า เฉินหานอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นบิดตัว ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงของคู่ต่อสู้พร้อมกับเกี่ยวขาอีกฝ่ายล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไร้ทางสู้ในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ
“ลุกขึ้น! ฝึกแค่นี้ทำเป็นหอบเหมือนสุนัขตากแดดไปได้! ถ้าในสนามรบจริง พวกนายตายตั้งแต่ก้าวแรกที่ศوกประชิดตัวแล้ว!”
เสียงทุ้มห้าวทรงอำนาจเอ่ยดุด้วยความเข้มงวด เหล่าทหารเกณฑ์ต่างพากันสะดุ้งเฮือก รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตรงทำความเคารพผู้บังคับหมวดของตนทันที ไม่มีใครกล้าปริปากบ่นสักคน เพราะพวกเขารู้ดีว่า ‘เฉินหาน’ แม้จะพูดน้อยและดูดุร้ายในสนามฝึก แต่นายทหารผู้นี้ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง และมักจะเป็นคนแรกเสมอที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือยามที่พวกเขาเดือดร้อน
ในมุมอับสายตาข้างสนามฝึก หลินเฟยที่แอบนำกระติกน้ำสมุนไพรเย็นๆ มาส่งให้สามีตามสัญญา ยืนกอดอกพิงลำต้นไม้ใหญ่พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนมุมปาก
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองภาพสามีหนุ่มผู้กำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานอย่างซื่อสัตย์ การเป็นนายทหารในยุค 80 นี้เงินเดือนไม่ได้มากมายนัก หนำซ้ำยังต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ แต่วิญญาณนักลงทุนของหลินเฟยกลับมองเห็น ‘มูลค่า’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเหนื่อยยากนี้
*‘สามีข้าคนนี้... ทั้งซื่อตรง ขยันขันแข็ง แถมยังมีสายสัมพันธ์กว้างขวางในค่ายทหารและหน่วยข่าวกรอง หากใช้ประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่และความน่าเชื่อถือของเขาในการกว้านซื้อโควตาตั๋วสินค้าหรือที่ดินรกร้างในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายเศรษฐกิจนี้ล่ะก็... กำไรมหาศาลคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่’*
หลินเฟยคิดคำนวณตัวเลขในใจอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้ม นางไม่ได้มองว่าสามีเป็นเพียงแค่เสาหลักของบ้าน แต่เขากระดานหุ้นส่วนตัวที่ทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตการลงทุนครั้งที่สองนี้ต่างหาก
“มองพอหรือยังครับภรรยา หรือว่าติดใจความหล่อล่ำของสามีจนไม่อยากกลับบ้านแล้ว?”
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู ทำเอาหลินเฟยสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองก็พบว่าเฉินหานปลีกตัวจากการฝึกมาประชิดตัวนางตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
“ใครมองท่านกัน หลงตัวเองเสียจริง!” หลินเฟยค้อนให้วงใหญ่ พลางยื่นกระติกน้ำสมุนไพรใส่มือเขา “ดื่มเสีย น้ำสมุนไพรเก๊กฮวยผสมหล่อฮังก๊วยนี้ข้าต้มเคี่ยวมาอย่างดี ช่วยดับกระหายและบำรุงกำลัง... อย่าทำเป็นอึดนักนะท่าน ข้าไม่อยากให้สามีต้องมาล้มป่วยเพราะทำงานหนักเกินไปหรอกนะ”
แม้คำพูดจะดูดุ แต่น้ำเสียงและแววตากลับเจือไปด้วยความห่วงใยจนล้นปรี่ เฉินหานรับกระติกน้ำมาถือไว้ รอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเปิดฝาแล้วยกซดจนหมดรวดเดียว ความหวานชื่นเย็นฉ่ำไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการฝึกตลอดทั้งเช้าให้มลายหายไปในพริบตา
“อร่อยมาก... ฝีมือเมียรักทำอะไรก็อร่อยที่สุด” เฉินหานกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับฉวยโอกาสคว้าเอวบางมากอดกระชับเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วท่ามกลางพุ่มไม้ลับตาคน “ส่วนเรื่องข่าวสารที่เจ้าวานให้พี่ช่วยสืบ... ตอนนี้สหายในกองร้อยสื่อสารรายงานมาแล้วนะ”
สีหน้าของหลินเฟยเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที นางผละออกจากอ้อมอกอุ่นอย่างเสียดายเล็กน้อยแต่สติสัมปชัญญะกลับมาทำงานเต็มร้อย “ว่าอย่างไรบ้างครับ? ทางตระกูลเฉินเคลื่อนไหวอะไรน่าสงสัยอีกหรือไม่?”
“หึ พวกมันกำลังร้อนเงินอย่างหนักหน่วง” เฉินหานแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววดูแคลน “เฉินเหมยแอบเอาโฉนดที่ดินผืนเก่าของบ้านเจ้าไปจำนองกับนายทุนนอกระบบในตลาดมืดเพื่อเอาเงินไปเล่นการพนันและซื้อเสื้อผ้าราคาแพง แถมคืนนี้... พวกมันเตรียมแผนจะจ้างคนมาลอบวางเพลิงโกดังเก็บเสบียงร้างท้ายหมู่บ้าน โดยตั้งใจจะป้ายความผิดให้เราเป็นแพะรับบาป เพื่อฟ้องขับไล่เราออกจากหมู่บ้านด้วย”
สิ้นคำพูดของเฉินหาน รอยยิ้มเยือกเย็นก็ผุดขึ้นที่มุมปากของหลินเฟยทันที
*‘ช่างกล้าหาญเสียจริง... อยากเล่นเกมไฟงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การเล่นกับไฟจนตัวเองต้องกลายเป็นเถ้าถ่านนั้นมันรสชาติเป็นอย่างไร!’*
“ยอดเยี่ยมมากครับพี่หาน...” หลินเฟยเอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิวราวกับเสียงกระซิกของปีศาจยามราตรี นางเอื้อมมือไปจับปกเสื้อเครื่องแบบของสามี จัดให้เข้าที่อย่างบรรจง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบด้วยแววตาสروดใส
“ถ้าเช่นนั้น... คืนนี้ตอนเที่ยงคืน เราไป ‘เยี่ยมเยียน’ ญาติผู้พี่ที่แสนดีคนนั้นกันเถอะครับ”
เงาดำทาบทับลงบนผืนป่าช้าเก่าท้ายหมู่บ้าน ลมหนาวพัดโชยนำพาความเยือกเย็นเข้ากระดูกดำ เฉินหานกุมมือภรรยาแน่น ทั้งคู่ก้าวเดินหายไปในความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความลับที่กำลังรอการชำระสะสางในยามวิกาล
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เฉินหานกำลังจะก้าวเท้าพ้นเขตแนวรั้วบ้านตระกูลเฉิน จู่ๆ เสียงฝีเท้าฝีรองเท้าบูทหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าสวมหมวกคลุมหน้ามิดชิดที่พุ่งเข้ามาขวางทางไว้ด้วยความเร็วแสง!
“หยุดอยู่ตรงนั้น! นายทหารเฉิน... สิ่งที่คุณกำลังจะทำในคืนนี้ มีคนรู้เห็นหมดแล้ว!”
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 18 แล้วนะครับ ขอให้ทุกท่านร่ำรวยเงินทองและพอร์ตหุ้นเขียวขจีตลอดสัปดาห์นะครับ!
ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง•ตอนที่ 18
เฉินหานกับการฝึกทหาร
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปรวยด้วยหุ้น อดีตที่เคยเน่าเฟะข้าจะขอขยี้เอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!