ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบสุขแม้แต่น้อย แต่มันกลับคุกคามราวกับห้องขังเดี่ยวที่ผนังกำลังค่อย ๆ
"กร..."
เสียงกระซิบแหบพร่าของตัวเองดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท กรณ์มองซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกเหมือนมันเป็นวัตถุระเบิดเวลา ปลายพู่กันหมึกซึมราคาสแพงในมือสั่นระริกเล็กน้อย—อาการที่เขาไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดหลายปีที่กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านนี้
หัวใจที่เคยด้านชาและหยิ่งผยอง บัดนี้กลับเต้นรัวกระหน่ำด้วยความหวาดกลัวอันประหลาดล้ำ
เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ภาพของพิมพ์พรรณในชุดเดรสสีดำเรียบหรู ทว่าแฝงไว้ด้วยรัศมีแห่งความเยือกเย็นและเฉียบคมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มที่เธอมอบให้เขาในค่ำคืนนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของภรรยาผู้ยอมจำนนในอดีต แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาติดกับดัก
และตอนนี้... เหยื่อตัวนั้นกำลังจ้องมองหลักฐานชิ้นแรกแห่งความพินาศของตนเอง
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสผิวสัมผัสของกระดาษคราฟท์หนา เนื้อกระดาษเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง เขาค่อย ๆ พลิกฝาซองออกอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าแรงสะเทือนเพียงเล็กน้อยจะทำให้ความลับที่ซ่อนอยู่ภายในระเบิดใส่หน้า
พรึบ...
เอกสารปึกหนาถูกดึงออกมา ปรากฏตัวอักษรและตัวเลขทางการเงินที่พิมพ์ด้วยหมึกสีดำสนิทบนกระดาษ A4
บรรทัดแรก... บรรทัดที่สอง... และบรรทัดที่สาม...
ดวงตาคมกริบของกรณ์เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอสะดุดกึกทันทีที่กวาดสายตาผ่านตัวเลขยอดหนี้ลับในบริษัทลูกแห่งหนึ่ง—บริษัทที่เขาเคยเซ็นอนุมัติงบประมาณผ่านตาไปอย่างไม่ใส่ใจเมื่อสองปีก่อน ด้วยความมั่นใจในทีมงานบริหารมืออาชีพและคิดว่ามันเป็นเพียงเศษเงินลงทุนเล็กน้อย
ทว่า ในเอกสารฉบับนี้กลับระบุรายละเอียดอย่างหมดเปลือก เส้นทางการถ่ายโอนเงินทุนสำรอง การซุกซ่อนบัญชีขาดทุนภายใต้ชื่อบริษัทในเครือข่ายนอกอาณาจักร และที่สำคัญที่สุด... ลายเซ็นอนุมัติขั้นสุดท้ายที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาของเอกสารชุดนั้น คือลายมือชื่อของตัวเขาเอง
"เป็นไปได้ยังไง..." กรณ์พึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
รอยรั่วทางการเงินนี้มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่สภาพคล่องในปัจจุบันจะรับไหว หากตัวเลขเหล่านี้หลุดรอดออกไปสู่สาธารณชน หรือแม้แต่คณะกรรมการบริหารในสัปดาห์หน้า อาณาจักรที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมาทั้งชีวิตจะพังทลายลงภายในชั่วข้ามคืน ความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาจะมอดไหม้กลายเป็นจุล
ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพใบหน้าของพิมพ์พรรณก็ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับตัวอักษรบนกระดาษ
*“คุณเคยคิดไหมคะกร... ว่าสิ่งที่คุณมองข้ามมาตลอด อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถฆ่าคุณได้”*
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เยียบเย็นของเธอดังก้องขึ้นในความทรงจำ กรณ์กำแผ่นกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจที่แหลกสลายจากการถูกทอดทิ้ง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดโดยบังเอิญของระบบบัญชี แต่นี่คือ "กับดัก" ที่ถูกวางไว้อย่างประณีตบรรจง
ใครบางคน... กำลังร้อยเรียงอดีตอันผิดพลาดของเขาให้กลายเป็นบ่วงบาศก์ที่รอเวลาดึงรัดคอให้แน่นขึ้น
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบ กรณ์สะดุ้งเล็กน้อย เขาละสายตาจากกองเอกสารมรณะอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาหน้าจอแสดงผลปรากฏข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่บันทึกชื่อ
นิ้วหนากดเปิดอ่านด้วยความระแวง
*“เอกสารชุดนั้นเป็นเพียงแค่เศษกระจกบานแรกที่ร้าวรานครับคุณกรณ์... หากยังจำไม่ได้ว่าเคยทำลายอะไรไว้บ้าง ลองเปิดลิ้นชักชั้นที่สามดูสิครับ บางทีคุณอาจจะเจอคำตอบที่ตามหามาตลอดชีวิต”*
อ่านถึงตรงนั้น ร่างกายของกรณ์ก็เย็นเฉียบไปถึงกระดูกสันหลัง
ลิ้นชักชั้นที่สาม... โต๊ะทำงานตัวนี้เป็นของส่วนตัวที่ไม่มีใครเคยมีกุญแจสำรอง นอกจากตัวเขาเอง และ... พิมพ์พรรณในสมัยที่เธอยังเคยเข้ามาจัดระเบียบเอกสารให้เขาในห้องนี้เมื่อหลายปีก่อน
กรณ์หันขวับไปมองโต๊ะทำงานไม้สักทองเบื้องหน้า ลิ้นชักชั้นที่สามถูกปิดตายสนิท ราวกับมันรอคอยเวลานี้มาเนิ่นนานหลายปี
มือที่สั่นเทาของเขาค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง เลื่อนไปจับที่มือจับโลหะของลิ้นชักเป้าหมาย ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ที่ลำคอ ความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายตีคู่มากับความกระหายใคร่รู้ที่หยุดยั้งไม่ได้
กรอด...
เสียงกลไกโลหะด้านในถูกดึงออกดังขึ้นเบา ๆ ในห้องที่เงียบสงัด
ภายในลิ้นชักนั้น ไม่มีกองเอกสารทางธุรกิจ ไม่มีบัญชีการเงิน หรือข้อตกลงทางการค้าใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงสิ่งเดียวที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท...
สิ่งนั้นคือกรอบรูปโลหะขนาดเล็กคว่ำหน้าอยู่ กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายื่นมือออกไปพลิกกรอบรูปนั้นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ราวกับกำลังเปิดฝาโลงศพของอดีต
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังกระจกใสคือภาพถ่ายในวันวาน—วันที่เขากับพิมพ์พรรณยังคงยิ้มให้แก่กันด้วยความไร้เดียงสา
ทว่า ที่มุมด้านหลังของรูปถ่ายนั้น มีข้อความลายมือด้วยหมึกสีแดงสดเขียนไว้ด้วยลายมือที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้โลกทั้งใบของซีอีโอหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่พังครืนลงมาในพริบตาเดียว
*“ความลับที่คุณไม่มีวันได้รู้... กำลังจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน”*
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่มีการเคาะเตือน กรณ์สะเฮือกสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ก้าวเข้ามาด้วยดวงตาสแดงก่ำและหัวใจที่เต้นรำอยู่บนปากเหวแห่งความวิบัติ
และคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูนั้น... กลับไม่ใช่เลขาหน้าห้อง หรือแม้แต่ทนายความส่วนตัว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและงดงามนี้ด้วยกันนะครับ "บันทึกคนจร"
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 7
เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!