เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 8

พันธมิตรในมุมมืด

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงกระดาษปึกหนาถูกโยนลงกระทบพื้นโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมส่วนตัวของสำนักงานกฎหมายใจกลางกรุงดังขึ้นเบาๆ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพิมพ์พรรณอย่างชัดเจน รวินท์ ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาดและค่าตัวแพงลิบลิ่ว ไม่ได้มองเอกสารเหล่านั้น เขาเพียงแต่ประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยาของกรณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการประเมินค่า "คุณพิมแน่ใจแล้วนะครับว่าต้องการเดินเกมนี้" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ "การขุดคุ้ยเส้นทางการเงินย้อนหลังสามปีของบริษัทเอส-กรุ๊ป ไม่ใช่แค่การสะกิดแผลเก่า แต่มันคือการเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับกรณ์... ผู้ชายคนที่คุณเคยใช้ชีวิตร่วมด้วยมาครึ่งทศวรรษ" พิมพ์พรรณนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสงบนิ่ง ชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นรูปร่างให้ดูสง่างามและน่าเกรงขาม เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงอย่างนุ่มนวล โดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยความลังเลในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น "สงครามมันเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ฉันเลือกเดินออกมาจากนรกขุมนั้นแล้วครับ... คุณรวินท์" พิมพ์พรรณตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบไม่แพ้กัน "สิ่งที่ฉันกำลังจะทำตอนนี้ ไม่ใช่การเปิดฉากใหม่ แต่เป็นการเก็บกวาดซากปรักหักพังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาต่างหาก" รวินท์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากทนายความมือหนึ่งคนนี้ เขาพยักหน้ารับช้าๆ "น่าสนใจมากครับ คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาคร่ำครวญถึงความยุติธรรมที่สูญเสียไป แต่คุณกลับเลือกที่จะถือมีดแล้วเดินลงสนามด้วยตัวเอง ผมชื่นชมความเด็ดเดี่ยวนี้จริงๆ" เอกสารในแฟ้มสีน้ำตาลเข้มถูกเลื่อนกลับมาตรงหน้าพิมพ์พรรณ มันคือแผนผังเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม ซึ่งรวินท์ใช้เวลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาในการแกะรอย รอยหมึกสีแดงที่วงกลมไว้ตามตัวเลขบัญชีต่างๆ คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่กรณ์พยายามปกปิดมาตลอด "บริษัทลูกสามแห่งที่จดทะเบียนในนามนอมินี..." รวินท์เริ่มอธิบายพร้อมกับใช้นิ้วชี้เคาะลงบนเอกสารทีละจุด "ช่วงที่คุณกับคุณกรณ์ยังใช้ชีวิตคู่กันอยู่ ปริมาณเงินสดจำนวนมหาศาลถูกถ่ายเทออกจากบัญชีกลางของบริษัทแม่ ผ่านช่องทางที่ดูเหมือนการลงทุนในโครงการต่างประเทศ แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปในรายละเอียดทางกฎหมาย... มันคือการยักยอกทรัพย์เพื่อเตรียมซ่อน ฐานะทางการเงินส่วนตัว ก่อนที่การหย่าร้างจะเกิดขึ้น" พิมพ์พรรณก้มมองตัวเลขเหล่านั้น ดวงตาคู่คมกวาดอ่านข้อมูลด้วยความรวดเร็ว ภาพอดีตในวันที่เธอยังเป็นภรรยาผู้แสนจืดจาง ถูกมองข้าม และต้องนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารว่างเปล่าจนดึกดื่นวนกลับเข้ามาในหัว สมAัยนั้น กรณ์มักจะอ้างเสมอว่างานรัดตัวและบริษัทกำลังเผชิญวิกฤต เธอเคยโง่เขลาถึงขนาดเชื่อสนิทใจ คอยดูแลปรนนิบัติ และโทษว่าเป็นความบกพร่องของตัวเองที่ทำให้เขาเครียด แต่ในเวลานี้ เมื่อความจริงปรากฏผ่านตัวเลขทางบัญชีที่เย็นชา เธอกลับพบว่า ช่วงเวลาที่เธอร้องไห้ฟูมฟายด้วยความโดดเดี่ยว คือช่วงเวลาเดียวกับที่อดีตสามีของเธอกำลังสนุกสนานกับการโยกย้ายทรัพย์สินเพื่อเตรียมทอดทิ้งเธอให้ไร้ค่า "เขาไม่ได้แค่ไม่รักฉัน... คุณรวินท์" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความขื่นขมที่ถูกแช่แข็งจนกลายเป็นความด้านชา "แต่เขายังเห็นฉันเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ที่มีหน้าที่คอยเซ็นเอกสารและรับรองความสะอาดบริสุทธิ์ให้แก่ความโลภของเขา" "ความโลภมักทำให้คนฉลาดทำเรื่องโง่เขลาเสมอครับ" รวินท์กล่าวเสริม "และกรณ์ก็กำลังชดใช้ความมั่นใจที่เกิน 100% ของตัวเองอยู่ ในเมื่อเขาคิดว่าคุณเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพิษภัย เขาก็เลยละเลยที่จะตรวจสอบช่องโหว่ทางกฎหมายบางจุดที่ผมเพิ่งค้นพบ" ทนายความหนุ่มหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นมา มันคือสำเนาโฉนดที่ดินและสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านบาทในต่างจังหวัด ซึ่งถูกโอนกรรมสิทธิ์ไปเมื่อหเดือนก่อน "นี่คือจุดตายของเขาครับ" รวินท์ชี้ให้เห็นชื่อผู้รับโอน "ถึงแม้เขาจะใช้ชื่อคนสนิทในการถือครอง แต่ลายเซ็นและพยานในเอกสารชุดนี้ มีร่องรอยการเชื่อมโยงกับบัญชีส่วนตัวที่เคยใช้ร่วมกับคุณในช่วงจดทะเบียนสมรส นั่นหมายความว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกจัดหามาในระหว่างสมรส และคุณมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเรียกร้องมันคืนถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์... หรืออาจจะทั้งหมด หากเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเจตนาฉ้อโกงสินสมรส" พิมพ์พรรณเงยหน้าขึ้นสบตากับทนายความคู่ใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือความงดงามของคนที่พร้อมจะสะBัดโซ่ตรวนทิ้งอย่างไม่ไยดี "ฉันไม่ได้ต้องการแค่เงินหรอกครับ... คุณรวินท์" พิมพ์พรรณพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบสนิทจนน่ากลัว "สิ่งที่ฉันต้องการ คือการทำให้ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นอย่างไร้ความปรานี ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะคว้าอะไรไว้ได้เลย" รวินท์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจในทันที "ถ้าอย่างนั้น แผนขั้นต่อไปของเราคือการยื่นเรื่องอายัดทรัพย์สินชั่วคราวผ่านศาลแพ่ง ก่อนที่เขาจะทันรู้ตัวว่ากำลังโดนเล่นงานจากมุมมืด ผมจะจัดการเรื่องเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อยภายในพรุ่งนี้เช้า" "ขอบคุณมากครับคุณรวินท์" หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม พิมพ์พรรณเดินออกจากสำนักงานกฎหมายท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปลงมา เมืองเบื้องหน้าเธอยังคงวุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบ แต่สำหรับเธอแล้ว โลกใบนี้ได้เปลี่ยนรูปไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนแอในอดีตได้ถูกหลอมรวมใหม่ด้วยไฟแห่งความแค้นและความยุติธรรมที่เธอเป็นคนกำหนดเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทสั่นครืดขึ้นมาเบื้องหน้า พิมพ์พรรณหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย เธอนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะกดรับสาย "สวัสดีครับ..." เธอเอ่ยเสียงเรียบ "พิม..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในความทรงจำดังลอดออกมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความสับสน และบางสิ่งที่คล้ายกับการอ้อนวอน "พี่รู้ว่าพิมไม่อยากคุยกับพี่... แต่ได้โปรด... ให้พี่ได้เจอพิมแค่สิบนาทีได้ไหมครับ พี่มีเรื่องสำคัญมากๆ ที่ต้องพูดความจริงให้พิมฟัง" พิมพ์พรรณชะงักฝีเท้าลง เธอยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มคันใหญ่ ดวงตาสีดำสนิททอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุด1หมาย ปลายสายคือกรณ์—อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและไม่เคยชายตาแลเธอในวันที่เธอกำลังจะตายทั้งกลม ตอนนี้เขากลับกำลังเอ่ยปากขอร้องเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้วครับ... คุณกรณ์" พิมพ์พรรณตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง "ชีวิตระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่คุณเซ็นใบหย่าบนโต๊ะวันนั้นแล้ว" "ไม่ใช่แค่นั้นพิม! มันมีเรื่องอื่น... เรื่องที่เราทั้งคู่ต่างก็คาดไม่ถึง..." กรณ์ละล่ำละลักพูดออกมาด้วยความร้อนรนราวกับคนสติแตก "พี่เพิ่งได้เห็น... พี่เพิ่งได้เห็นเอกสารบางอย่าง... และเด็กคนนั้น..." หัวใจของพิมพ์พรรณกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากของอดีตสามี "คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?" เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของกรณ์ที่ดังผ่านคลื่นสัญญาณ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เด็กผู้ชายคนนั้น... ลูกของพิมกับพี่... ทำไมเขาถึงมีรอยแผลเป็นที่หัวไหล่เหมือนกับพี่... และทำไม... หน้าตาของเขาถึงเหมือนพี่ตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน..." ************************************************** ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดและงดงามนี้ด้วยกันนะครับ "บันทึกคนจร"
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%