เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศดังขึ้นราวกับคลื่นซัดสาดเข้าสู่ฝั่ง แต่สำหรับพิมพ์พรรณแล้ว มันเป็นเพียงเสียงก้องกังวานจากโลกใบอื่น โลกที่เธอเคยยืนอยู่ริมขอบเหวและถูกผลักตกลงไปอย่างไร้ความปรานีเมื่อหลายปีก่อน ในวันนี้ ร่างกายที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีตได้ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยความเยือกเย็น ดั่งเหล็กกล้าที่ผ่านเตาหลอมอันร้อนระอุจนไร้รอยเปราะบาง
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา แต่มันสร้างแรงกระแทกทางความรู้สึกให้กับคณะผู้บริหารฝั่งตรงข้ามได้อย่างชะงัด โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์มูลค่าหลายพันล้านที่ใครต่อหลายคนต่างหมายปอง บัดนี้ได้ตกมาอยู่ในมือของบริษัทที่เธอร่วมก่อตั้งและบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ
"ยินดีด้วยครับ คุณพิม... ข้อเสนอของคุณเฉียบคมจนเราปฏิเสธไม่ลงจริงๆ" ประธานกรรมการบริหารเอ่ยปากชื่นชม พร้อมกับยื่นมือออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรง
พิมพ์พรรณแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่งดงาม ทว่าไร้ซึ่งไออุ่นใดๆ ข้างใน เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอเคยเห็นกรณ์ใช้มันทอดทิ้งเธอไว้ในค่ำคืนอันหนาเหน็บเมื่ออดีต
"ขอบคุณค่ะ... อ้อ ขอโทษทีครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน พอดีดิฉัน... ผมหมายถึงผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เสมอครับ" พิมพ์พรรณแก้คำพูดของตนเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นมือไปจับทักทายอย่างเป็นทางการ
รวินท์ ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายและมือขวาคนสำคัญ ลอบมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทนายความหนุ่มผู้ผ่านคดีความมาโชกโชนรู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันเป็นเพียงการลั่นกลองเปิดฉากสงครามที่แท้จริงต่างหาก โครงการนี้คือหัวใจสำคัญที่กรณ์และตระกูลอัศวเกียรติหมายมั่นปั้นมือจะใช้กู้ชื่อเสียงและอาณาจักรธุรกิจของพวกเขา แต่พิมพ์พรรณกลับตัดหน้าแย่งมันไปต่อหน้าต่อตาอย่างเลือดเย็น
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุมและลับสายตาจากผู้คน รวินท์ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย
"เกมแรกคุณปิดฉัตรได้อย่างงดงามไร้ที่ติครับ คุณพิม หุ้นของทางฝั่งกรณ์คงกำลังร่วงกวาดพื้นในเวลานี้แน่ๆ"
พิมพ์พรรณถอนหายใจยาวนาน ปล่อยให้ความตึงเครียดที่สะสมมาแรมเดือนระเหยออกไปจากอก เธอกวาดสายตามองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ของตึกระฟ้า เบื้องล่างคือมหานครอันกว้างใหญ่ที่รถราวิ่งพลุกพล่านราวกับมดปลวก
"มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นครับคุณรวินท์ ความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ มันไม่ได้มีมูลค่าแค่มูลค่าของโครงการนี้หรอกครับ..." พิมพ์พรรณเว้นจังหวะ ดวงตาสีดำสนิททอประกายคมกริบ "มันคือความรู้สึกของการสูญเสียตัวตน... การถูกทำให้กลายเป็นอากาศธาตุในบ้านหลังเดียวกันต่างหากที่ผมต้องทวงคืน"
ในขณะที่พิมพ์พรรณกำลังดื่มด่ำกับรสชาติแห่งชัยชนะรอบแรก ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของกรณ์กลับเต็มไปด้วยความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
โต๊ะทำงานไม้สักทองเต็มไปด้วยกองเอกสารที่กระจัดกระจาย หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงกราฟหุ้นและตัวเลขขาดทุนมหาศาลจากโครงการที่เพิ่งหลุดลอยไป กรณ์ในวัยที่ร่วงโรยกว่าอายุจริงเล็กน้อย ขอบตาดำคล้ำจากการอดนอนมาหลายคืน เขากำลังใช้มือขยี้ขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อขับไล่ความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาไม่หยุด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น
"มีอะไรอีก..." กรณ์ถามโดยไม่เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
"คือ... คุณกรณ์ครับ มีเรื่องด่วนเกี่ยวกับคุณแม่ครับ..." เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ท่าน... ท่านไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ครับ และ... และคนขับรถแจ้งว่า คุณนายท่านเดินทางไปที่โรงเรียนอนุบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านชานเมืองครับ..."
กรณ์ชะงัก มือที่กำลังขยี้ขมับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลถอยหลังไปชนผนังเสียงดังสนั่น
"แม่ไปที่นั่นทำไม?" กรณ์ถามเสียงเข้ม หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความสังหรณ์ใจประหลาดที่อธิบายไม่ได้ โรงเรียนอนุบาล... แม่ของเขาเกลียดเด็กและไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้มาแต่ไหนแต่ไร ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเดินทางไปที่นั่นด้วยตัวเอง?
"เอ่อ... ทางคนขับรถบอกว่า คุณนายเห็นรูปถ่ายเด็กผู้ชายคนหนึ่งในโทรศัพท์มือถือของเพื่อนสนิทท่านครับ เด็กคนนั้น... หน้าตาละม้ายคล้ายกับ... คล้ายกับคุณกรณ์ตอนเด็กมากครับท่าน..."
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน กรณ์รู้สึกเหมือนมีค้อนมหึมาทุบลงกลางศีรษะ ภาพความทรงจำเก่าๆ วูบวาบเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่พิมพ์พรรณจะหายออกไปจากชีวิตเขา... ท้องที่นูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยในชุดคลุมท้องที่เธอพยายามซ่อนเร้น สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและรอยยิ้มเยาะเย้ยในวันที่เธอเซ็นใบหยด
*เด็กคนนั้น...*
กรณ์ไม่รอให้เลขาพูดจบ เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้ววิ่งพุ่งออกไปจากห้องทำงานทันที ราวกับคนเสียสติ ความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังกัดกินขั้วหัวใจของอดีตซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่
ทางด้านพิมพ์พรรณ ซึ่งเพิ่งขึ้นมานั่งบนเบาะหลังของรถยนต์ส่วนตัวโดยมีรวินท์ทำหน้าที่เป็นคนขับเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวในการพูดคุย โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยความรำคาญใจ แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอ ชื่อที่ปรากฏอยู่ทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของเธอกลับมาเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม
เบอร์โทรศัพท์ของโรงเรียนอนุบาลที่ลูกชายของเธอกำลังศึกษาอยู่...
พิมพ์พรรณกดรับสายทันที น้ำเสียงที่เปล่งออกไปนิ่งสนิทไร้ความตื่นตระหนก แม้ว่าหัวใจจะเริ่มไหววู่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่
"สวัสดีครับ พิมพ์พรรณพูดสายครับ"
"คุณพิมครับ! ทางเราต้องขออภัยที่ต้องรบกวนในเวลานี้ พอดีมีสุภาพสตรีสูงวัยท่านหนึ่ง อ้างว่าเป็นคุณย่าของน้องันต์ มาขอพบเด็กที่หน้าโรงเรียนครับ และตอนนี้... เอ่อ... คุณกรณ์ อดีสามีของคุณคุณพิม ก็เพิ่งขับรถมาถึงที่หน้าโรงเรียนพอดิบพอดีเลยครับ!"
พิมพ์พรรณนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายเพลิงแห่งความอาฆาต เธอหันไปมองรวินท์ที่กำลังมองกระจกหลังด้วยสีหน้าตึงเครียดไม่แพ้กัน
เกมรอบแรกจบลงแล้ว... แต่นรกที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้เอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและSlayไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 15
จุดเปลี่ยนผ่านองค์แรก
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!