ตลาดหุ้นภาคบ่ายยังคงเปิดทำการตามปกติ แต่สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแถวหน้าอย่าง ‘กรณ์กรุ๊ป’ แล้ว ช่วงเวลานี้แทบไม่ต่างอะไรกับการยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ซึ่งก้นบึ้ง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่นห้องทำงานส่วนตัว กรณ์ (กร) ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและทรงอำนาจมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนติดต่อกันสามคืนสะท้อนชัดผ่านใบหน้าครึ้มหนวดเคราและร่องลึกใต้ตา ข่าวลือเรื่องสภาพคล่องทางการเงินที่สั่นคลอน และโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านที่กำลังถูกเจ้าหนี้รุมทวงถาม ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระซิบกระซาบในหมู่พนักงานอีกต่อไป แต่มันถูกตีแผ่หลาอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจและสื่อออนไลน์ทุกสำนักในวันนี้
“คุณกรณ์ครับ ทางธนาคารพาณิชย์พันธมิตรโทรมาแจ้งเลื่อนการอนุมัติวงเงินกู้ฉุกเฉินออกไปไม่มีกำหนดครับ…” เลขานุการหนุ่มรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แทบไม่กล้าสบตาเจ้านายที่กำลังกลายร่างเป็นพิศวงแห่งความเกรี้ยวกราด
“เลื่อน? พวกมันใช้สิทธิ์อะไรมาเลื่อน! สัญญาเซ็นกันไว้หมดแล้วไม่ใช่หรือไง!” กรณ์ตวาดลั่น เสียงคำรามนั้นเจือไปด้วยความคับแค้นที่อัดอั้นตันใจ แรงกดดันจากบอร์ดบริหารที่เริ่มกระด้างกระเดื่อง แรงกดดันจากตลาดทุน และที่สำคัญที่สุด... ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ
เขารู้ดีว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลไกตลาดตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว มันมีร่องรอยของ ‘มือที่มองไม่เห็น’ คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง มือคู่เดิมที่เขาเคยปัดป่ายทิ้งอย่างไม่ใยดีในวันที่เธอยังเป็นแค่ภรรยาผู้เงียบงัน... พิมพ์พรรณ
ในมุมหนึ่งของห้องรับแขกวีไอพีในโรงแรมหรูใจกลางเมือง รวินท์นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำอย่างใจเย็น สายตาสوมแว่นกรอบทองทอดมองผ่านกระจกใสลงไปเบื้องล่าง รถราที่วิ่งพลุกพล่านดูราวกับมดปลวกในสายตาของทนายความมือฉกาจ ผู้กุมกุญแจดอกสำคัญในการรื้อถอนอาณาจักรที่กรณ์สร้างขึ้นมาทั้งชีวิต
“ข่าวลือเริ่มทำงานได้ดีเกินคาดแล้วสินะครับคุณรวินท์” เสียงหวานนุ่มทว่าเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง พิมพ์พรรณ (พิม) ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ท่วงท่าสง่างามและมั่นคงราวกับราชสีห์ที่กำลังตรวจตราอาณาเขต รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนเรียวปากบางเฉียบไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของอดีตที่ถูกเผาทำลาย
รวินท์วางแก้วกาแฟลง ปรายตาขึ้นมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งลูกความและพันธมิตรคนสำคัญ “ไม่ใช่แค่ข่าวลือธรรมดาหรอกครับพิมพ์พรรณ ตอนนี้บรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่เริ่มเทขายหุ้นออกมาทีละล็อตแล้ว สภาพคล่องของกรณ์กรุ๊ปกำลังเลือดไหลไม่หยุด ถ้าอีกสามวันไม่มีเงินทุนก้อนโตเข้าไปอุ้ม กรณ์จะต้องประกาศล้มละลาย หรือไม่ก็ต้องยอมขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กลุ่มทุนต่างชาติในราคาเศษกระดาษ”
พิมพ์พรรณเดินไปหยุดยืนเคียงข้างทนายความหนุ่ม เธอมองภาพสะท้อนของตึกสูงระฟ้าฝั่งตรงข้ามผ่านกระจกเงา แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงอดีต ช่วงเวลาที่เธอเคยนั่งรอผู้ชายคนนั้นกลับบ้านด้วยความหวังอันริบหรี่ ช่วงเวลาที่น้ำตาคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในบ้านหลังใหญ่ที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
“เขาโทรหาคุณบ้างไหมครับ?” รวินท์เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือความระมัดระวัง
“หลายสายครับ…” พิมพ์พรรณตอบเรียบๆ สวนทางกับปลายนิ้วที่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “แต่ฉันเลือกที่จะบล็อกทุกช่องทาง กรณ์ในตอนนี้ยังไม่เจ็บปวดพอหรอกครับ ความสูญเสียทางธุรกิจมันเทียบไม่ได้เลยกับความตายทั้งเป็นที่ฉันเคยได้รับในบ้านหลังนั้น”
“ระวังตัวด้วยนะครับเกมนี้… กรณ์ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ เมื่อจนมุม สุนัขจนตรอกมักจะมีเขี้ยวเล็บที่คาดไม่ถึงเสมอ” รวินท์เตือนด้วยความหวังดี
“เขี้ยวเล็บเหรอครับ?” พิมพ์พรรณหันกลับมาสบตาทนายความหนุ่ม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ปล่อยให้เขาดิ้นรนไปเถอะครับ ยิ่งเขาพยายามดึงดันมากเท่าไหร่ เตาไฟที่เขาสุมขึ้นมาก็จะยิ่งเผาผลาญตัวเขาเองเร็วขึ้นเท่านั้น”
ตัดภาพกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลกรณ์ บรรยากาศภายในบ้านที่เคยโอ่อ่าและเงียบสงบ บัดนี้กลับวังเวงราวกับบ้านร้าง กรณ์เดินโซเซเข้ามาในห้องนั่งเล่น สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เนกไทถูกกระชากออกจนยับยู่ยี่ บนโต๊ะกาแฟกระจกใสเต็มไปด้วยขวดแอลกอฮอล์ราคาแพงที่พรหมลิขิตไม่ได้ช่วยให้เขาคลายความเครียดลงได้เลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขาพลพร่าด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างไร้ทิศทาง ภาพถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่ที่เคยแขวนอยู่บนผนังถูกปลดออกไปนานแล้ว เหลือเพียงรอยด่างบนวอลเปเปอร์ที่ตอกย้ำถึงความว่างเปล่า
“พิม…” เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หัวใจปวดแปลบราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็ก ในวันที่เขามีทุกอย่าง อำนาจ เงินทอง และเกียรติ2ยศ เขากลับทำลายผู้หญิงคนเดียวที่รักเขาด้วยใจจริงด้วยมือของตัวเอง และในวันที่เขาต้องการเธอนำทางชีวิตมากที่สุด เธอกลับกลายเป็นเงาปริศนาที่คอยแทงข้างหลังเขาอย่างไร้ความปราณี
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นแหลมสูง กรณ์สะดุ้งสุดตัว รีบคว้ามันขึ้นมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะเป็นภรรยาเก่าที่โทรมาเผื่อแผ่ความเมตตา แต่หน้าจอกลับปรากฏชื่อของ ‘หัวหน้าฝ่ายบัญชี’
“ว่าไง! รายงานยอดเงินมาสิ บริษัทเรายังไหวใช่ไหม!” เขาตะโกนกรอกเสียงลงไปทันทีที่กดรับ
(ท่านประธานครับ… ทางบัญชีตรวจสอบพบความผิดปกติเพิ่มเติม บัญชีสำรองโปรเจกต์ใหญ่ถูกโอนออกไปยังบัญชีบริษัทลูกปริศนาเมื่อสามเดือนก่อน ตอนนี้… ตอนนี้เงินสดสำรองก้อนสุดท้ายหายไปเกลี้ยงแล้วครับ!)
มือหนาที่ถือโทรศัพท์ร่วงหล่นจากหู หน้าจอสมาร์ตโฟนราคาแพงร่วงลงกระแทกพื้นพรมจนหน้าจอแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ กรณ์ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นหิน สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
บริษัทลูกปริศนา? เงินสำรองก้อนสุดท้าย?
ไม่มีใครในบริษัทที่มีสิทธิ์อนุมัติการโอนเงินก้อนนั้นนอกจากตัวเขาเอง... และ ‘เธอ’
พิมพ์พรรณเคยถือครองอำนาจในการตรวจสอบบัญชีช่วงสั้นๆ ก่อนที่เธอจะหย่าขาดจากเขา! เธอกวาดต้อนความลับทางการเงินและช่องโหว่ของบริษัทไปทั้งหมดตั้งแต่ตอนนั้น!
เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท กรณ์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง ความตระหนักรู้สายเกินไปพุ่งเข้าทิ่มแทงหน้าอกจนกระอักเลือด เขาลืมไปสนิทว่าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน คือนักวางกลยุทธ์ที่ล้ำลึกที่สุดคนหนึ่ง และเธอกำลังใช้ทุกหยดหยาดของความแค้น ถักทอบ่วงบ่วงบาศเพื่อรัดคอเขาให้ดิ้นไม่หลุด
ในขณะที่กรณ์กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงนรกแห่งความพินาศ ประตูห้องทำงานใหญ่ของสำนักงานทนายความย่านธุรกิจก็เปิดออกพร้อมกับการมาถึงของแขกไม่ได้รับเชิญ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานจะก้าวเข้ามา พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือ
“คุณพิมพ์พรรณครับ มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณจากต่างประเทศ… ผู้ส่งระบุว่าเป็น ‘หลักฐานชิ้นสุดท้าย’ ที่คุณเคยสั่งให้สืบหาเกี่ยวกับอดีตสามีของคุณ” รวินท์ยื่นซองเอกสารนั้นให้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พิมพ์พรรณรับซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่มั่นคง เธอบรรจงเปิดปากซองออก ดึงภาพถ่ายและเอกสารลับชุดหนึ่งออกมาพลิกดูเพียงแวบเดียว มุมปากบางก็ยกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว
ทว่า... ทันทีที่สายตาเธอกวาดไปเห็นแผ่นกระดาษแผ่นสุดท้าย ซึ่งเป็นเอกสารรับรองสถานะทางกฎหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นซอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอกลับแข็งค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด
เอกสารใบนั้นไม่ใช่บัญชีลับของกรณ์... แต่มันคือผลตรวจ DNA และประวัติการรักษาพยาบาลลับสุดยอดของเด็กชายวัยหวิดจะเจ็ดขวบคนหนึ่ง ที่ถูกระบุชื่อบิดาไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นใครบางคนที่เธอกลប់ฝังไว้ในอดีต... และเด็กคนนั้น กำลังยืนรอเธออยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่างตึกนี้ในเวลานี้!
---------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมในเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะครับ — **บันทึกคนจร**
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 11
เสียงสะท้อนจากสังคม
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!