เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาสูงลิบลิ่ว ดังสะท้อนก้องกังวานในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบราวกับช่องแช่แข็ง แม้เครื่องปรับอากาศจะถูกตั้งไว้ที่ยี่สิบสี่องศาก็ตาม
กรณ์ยืนนิ่งค้างอยู่หลังเก้าอี้ประธาน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจยามเมื่อต้องเจรจาธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมหนา ทั้งที่เขาเพิ่งกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นเดียวที่ถูกเลื่อนมาหยุดตรงหน้าได้เพียงไม่กี่วินาที
"หมายศาลคุ้มครองชั่วคราว... ห้ามโอนถ่ายและดำเนินกิจการบนพื้นที่ดินโครงการพัทยาส่วนเหนือ?" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์สั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและรอยร้าวลึกในอก
พิมพ์พรรณนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เรียบเฉยราਤรูปสลัก ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหรือผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาเมื่อหลายปีก่อนอีกต่อไปแล้ว เธอดึงปากกาหมึกซึมราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเบาๆ
"อ่านไม่ผิดหريكคุณกรณ์" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เย็นชา และทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอต้องสะท้าน "ที่ดินแปลงนั้นติดพันภาระทางกฎหมายในเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ซ้อนทับ ซึ่งบริษัทของฉันได้ทำการยื่นฟ้องร้องและครอบครองสิทธิมาก่อนที่คุณจะเซ็นสัญญาซื้อขายเสียอีก"
"เป็นไปไม่ได้!" กรณ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลูกน้องและทีมทนายความฝั่งเขาต่างสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ "ที่ดินแปลงนั้นผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานกฎหมายระดับประเทศมาแล้วสามรอบ ไม่มีทางที่จะมีคดีความค้างคาอยู่ได้! คุณใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรพิมพ์พรรณ?"
พิมพ์พรรณเพียงแค่ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นช่างว่างเปล่าและเย็นเยียบ ดั่งเศษกระจกแหลมคมที่บาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจของอดีตสามี "เล่ห์เหลี่ยมเหรอครับ... เอ่อ ขอโทษที ติดปากพูดตามคุณในอดีต" เธอจงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้ห่างเหินและเยาะหยัน "จำไม่ได้หรือครับว่าคุณเคยสอนฉันว่าอะไร ในโลกธุรกิจไม่มีคำว่าบังเอิญ มีแต่ความประมาทของคนที่มองไม่เห็นหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ต่างหาก"
รวินท์ ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้สวมแว่นกรอบทองนั่งอยู่เคียงข้างพิมพ์พรรณ ขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารในมือเพื่อเสริมความหนักแน่นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือน
"เรียนคุณกรณ์และทีมกฎหมายทุกท่านครับ ทางเราได้ตรวจพบช่องโหว่ในการโอนกรรมสิทธิ์เมื่อเจ็ดปีก่อน ซึ่งบริษัทของคุณได้ใช้วิธีการเลี่ยงภาษีและซ่อนเร้นการถือครองหุ้นของนอมินี เอกสารชุดนี้ได้ถูกส่งตรงไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หากโครงการของคุณยังเดินหน้าต่อไปในสัปดาห์หน้าตามกำหนดการเดิม... เกรงว่าคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คงต้องเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสของบริษัทคุณอย่างแน่นอนครับ"
คำพูดของรวินท์เปรียบเสมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ของกรณ์จนเขาเซถอยหลังไปชนพนักเก้าอี้ โครงการประมูลมูลค่าหมื่นล้านที่เขาใช้เวลาทุ่มเทแรงกายแรงใจ วิ่งเต้น และเดิมพันอนาคตทั้งหมดของบริษัทเพื่อกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา กำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของภรรยาเก่าที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่เงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่
กรณ์หอบหายใจถี่กระชั้น ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนใบหน้าคมสันแดงก่ำ แต่ลึก 𝓳ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความเจ็บปวดระคนสำนึกผิดฉายชัด เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะประชุมยาวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพิมพ์พรรณ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ
"ทำไม... ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้พิม" เสียงของกรณ์แหบพร่าและสั่นเครือ เขาลืมเลือนสายตาของลูกน้องและผู้บริหารคนอื่นรอบห้องไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงตรงหน้าที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง "เราหย่ากันแล้ว เงินทอง ทรัพย์สิน หรืออะไรที่คุณต้องการ... ผมยินดีชดใช้ให้ทั้งหมด ขอแค่คุณถอนฟ้องโครงการนี้ ไม่อย่างนั้น... หยาดเหงื่อทั้งหมดที่ผมสร้างมามันจะมลายหายไปในพริบตา"
พิมพ์พรรณเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี นัยน์ตาคู่สวยไม่มีแม้แต่เงาของความลังเล ร 10 ปีที่เธอต้องทนกลืนเลือดเก็บความช้ำใจไว้เบื้องหลังรอยยิ้มจอมปลอมในฐานะ "ภรรยาที่ไม่เคยอยู่ในสายตา" ถูกชำระล้างด้วยความจริงอันเด็ดเดี่ยวในวันนี้
"ชดใช้เหรอครับ?" พิมพ์พรรณทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับผู้ชายที่เคยยิ่งใหญ่ในโลกของเธอ "คุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำกับฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันตีค่าเป็นตัวเลขเงินทองได้ด้วยหรือกร? วันที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่กับความโดดเดี่ยว วันที่คุณหยิบยื่นใบหย่าให้พร้อมกับคำดูถูกเหยียดหยาม... คุณไม่เคยคิดถึงหัวใจของฉันเลยสักนิด"
เธอหยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกดทับบรรยากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะกระซิบถ้อยคำที่เฉียบคมดั่งใบมีด
"นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการชดใช้เท่านั้นครับคุณกรณ์ เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และฉันจะเป็นคนถือไพ่เหนือกว่าคุณ... จนกว่าคุณจะได้ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริง"
พูดจบ พิมพ์พรรณก็กวาดแฟ้มเอกสารของเธอกลับใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ส่งสัญญาณให้รวินท์เดินตามออกไปจากห้องประชุมโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอดีตสามีที่ยืนทรุดเข่าลงกับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรงอีกเลย
***
ช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีส้มอุ่นสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของร้านกาแฟสไตล์มินิมอลแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง กรณ์นั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง แก้วกาแฟตรงหน้าเย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราว เขากุมขมับด้วยความเครียดจัด โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นเตือนไม่หยุดหย่อนจากข่าวลือเรื่องโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะล่มสลายและราคาหุ้นที่ดิ่งลงเหว
ระหว่างที่เขากำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดมนของชีวิต เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณหขวบเศษในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในร้านตามด้วยพี่เลี้ยงสาวที่พยายามวิ่งตามจับแทบไม่ทัน
เด็กน้อยสะดุดพรมเช็ดเท้าหน้าเคาน์เตอร์เล็กน้อยจนเซถลาเกือบล้ม กรณ์ที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเล็กๆ นั้นไว้ได้ทันท่วงที
"ระวังหน่อยครับตัวเล็ก เกือบไปแล้วไหมล่ะ" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนโดยอัตโนมัติ พร้อมกับย่อตัวลงเพื่อสำรวจว่าเด็กน้อยบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่
เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋ว จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์นั้น... มันถอดแบบพิมพ์มาจากกระจกเงาของกรณ์ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา เขานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเด็กน้อยเอียงคอแล้วเอ่ยประโยคใสซื่อออกมาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
"คุณลุงหน้าเหมือนคุณแม่ของผมเลยครับ... คุณแม่บอกว่าคุณพ่อไปทำงานไกลมาก แล้วคุณลุงล่ะครับ เป็นคุณพ่อหรือเปล่า?"
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ประตูร้านก็เปิดผางอีกครั้ง พร้อมกับร่างระหงของพิมพ์พรรณที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าอดีสามีผู้กุมความลับทั้งหมดไว้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมแห่งความแค้นและการไถ่บาปนี้ด้วยกันนะครับ "บันทึกคนจร"
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 10
กับดักทางกฎหมาย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!