กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของรวินท์ ให้ความรู้สึกราวกับห้องเก็บซากศพทางกฎหมาย ทุกแผ่นที่ถูกพลิกขึ้นมาคือหลักฐานแห่งความโลภ ความเห็นแก่ตัว และรอยแผลเป็นที่ถูกซุก
ซ่อนไว้ใต้พรมสีแดงก่ำของบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ที่กรณ์เคยนั่งบัลลังก์บริหาร
"คุณพิมดูนี่สิครับ..."
เสียงทุ้มต่ำของรวินท์ดังขึ้นทำลายความเงียบ ทนายความหนุ่มผู้สวมแว่นกรอบทองเลื่อนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มมาตรงหน้าพิมพ์พรรณ หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไม่มีวันสะท้อนเงาของสิ่งใด
พิมพ์พรรณหยิบกระดาษแผ่นบางขึ้นมาพิจารณา ตัวอักษรและลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนนั้น ช่างคมชัดบาดลึกเสียยิ่งกว่าใบมีด
"ช่วงเวลานั้น... คือสามเดือนก่อนที่เราจะหย่ากันสินะครับ" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนเยือกเย็น
"ถูกต้องครับ" รวินท์พยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม "ไม่ใช่แค่การโยกย้ายทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการแบ่งสินสมรสธรรมดา แต่มันคือการยักยอกถ่ายเทหุ้นในเครือบริษัทแม่ ไปยังบริษัทนอมินีที่จดทะเบียนในต่างประเทศโดยใช้ชื่อของเครือญาติฝั่งกรณ์เป็นฉากหน้า ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึง ป.ป.ช. หรือตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณ์ไม่อาจปฏิเสธความผิดทางอาญาได้เลยครับ มีโทษจำคุกและยึดทรัพย์ทั้งหมด"
พิมพ์พรรณวางเอกสารลงบนโต๊ะ ช้าๆ อย่างมั่น
คง ภาพอดีตเมื่อครั้งที่เธอยังเป็นภรรยาผู้ยอมลดตัวลงเป็นเงาตามตัวของกรณ์ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง ในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวเย็นชาในคฤหาสน์หลังใหญ่ กรณ์มักจะอ้างว่าติดประชุมดึกดื่นค่ำคืนเสมอ แต่แท้จริงแล้ว... ช่วงเวลานานนับเดือนเหล่านั้น คือช่วงเวลาที่เขาใช้ในการวางแผนลอบกัด ตัดตอน และฮุบสมบัติทุกลาภ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเขี่ยเธอออกไปจากชีวิตโดยไม่ให้เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว
ช่างเป็นการกระทำที่เลือดเย็นและคำนวณมาอย่างแม่นยำ
"เขาคงคิดว่าไม่มีใครขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาได้อีกแล้ว เพราะเวลาผ่านมาหลายปี" พิมพ์พรรณแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "อำนาจ เงินตรา และความทะนงตน ทำให้ผู้ชายอย่างกรณ์ตาบอด... เขาไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองพยายามฝังกลบ มันไม่ได้ถูกเผาทำลาย แต่มันถูกเก็บรักษาไว้โดยคนที่เขาเคยเหยียบย่ำต่างหาก"
"แล้วคุณพิมจะให้ผมดำเนินการขั้นเด็ดขาดเมื่อไหร่ดีครับ" รวินท์ถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนับถือ หญิงสาวตรงหน้าเขาในยามนี้ ไม่ใช่พิมพ์พรรณคนเดิมที่เคยร้องไห้สะอึกสะอื้นในศาลวันนั้นอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นนักล่าที่สมบูรณ์แบบ ผู้ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวทั้งหมด
"ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ, รวินท์" พิมพ์พรรณปฏิเสธเสียงเรียบ เธอประสานมือเข้าหากันบนตัก สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกใสออกไปเบื้องล่าง "การทำลายคนอย่างกรณ์ให้ตายทันที มันง่ายเกินไป ความเจ็บปวดที่แท้จริง... คือการปล่อยให้เขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของความหวัง แล้วค่อยๆ กระชากทุกอย่างออกจากมือเขาทีละนิด ให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะปกป้องมันไว้ได้เลย"
รวินท์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำนนต่อความคิดของเธอ "เกมนี้... กรณ์ไม่มีทางชนะเลยสักนิดเดียวครับ"
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ณ คฤหาสน์ตระกูลอัครภัทร บรรยากาศรอบตัวของกรณ์ในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับถูกจองจำอยู่ในขุมนรก
อดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์ นั่งทรุดตัวลงพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงวนเวียนกรอซ้ำอยู่ในหัวของเขา ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยคนนั้น... ดวงตากลมโต จมูกรั้น และรอยยิ้มที่มุมปาก ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันถอดแบบพิมพ์มาจากตัวเขาในวัยเด็กอย่างไร้ที่ติ
*เด็กคนนั้นคือใคร?*
คำถามนี้ดังก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของกรณ์เต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกลัวชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตกำลังกัดกินวิญญาณของเขา หากเด็กคนนั้นคือลูกของเขากับพิม... นั่นหมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พิมพ์พรรณไม่ได้แค่เดินจากเขาไปเฉยๆ แต่เธอจงใจอุ้มท้องทายาทสายเลือดแท้ๆ ของเขาหนีหายไปจากชีวิต ลับตาเขาไปนานหลายปี โดยที่เขาโง่เขลาเบาปัญญาถึงขนาดไม่เคยเฉลียวใจเลยสักนิด!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราด ทำลายความเงียบงัน กรณ์สะดุ้งสุดตัว มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบเครื่องขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าของเลขาฯ ส่วนตัว
"มีอะไร!" กรณ์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวในน้ำเสียง
("ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณกรณ์! ตอนนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องการโยกย้ายทรัพย์สินและทุจริตในช่วงก่อนควบรวมกิจการเมื่อหลายปีก่อนแล้วครับ! ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังนำหมายศาลเข้ามาตรวจสอบที่บริษัทแล้วครับ!")
สิ้นเสียงรายงานจากปลายสาย โทรศัพท์ในมือของกรณ์ก็ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงดังตุบ
โลกทั้งใบคล้ายกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า พรหมลิขิตหรือจะสู้กำมือของความแค้น? ในวินาทีที่เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง หน้าตา และอำนาจ ความจริงอันโหดร้ายอีกด้านหนึ่งก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกินลมหายใจของเขาให้หมดสิ้น
ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 17
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!