เสียงกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ถูกคลี่ออกด้วยปลายนิ้วสั่นเทา ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่พิมพ์พรรณแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้ใบหน้าด้านข้างของเธอดูลึกลับและเยือกเย็นราวกับประติมากรรมหินอ่อน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของสื่อเศรษฐกิจทรงอิทธิพลด้วยความสงบนิ่ง ผิดกับภาพความโกลาหลที่กำลังเกิดขึ้นในโลกภายนอก
"กรุงเทพธุรกิจ" และ "ประชาชาติธุรกิจ" พาดหัวตัวหนาสีดำสนิทด้วยข้อความที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการตลาดทุน
*‘วิกฤตศรัทธา... อาณาจักรธุรกิจสั่นคลอน หุ้นใหญ่ ก. ก่อสร้าง ดิ่งเหวรับข่าวฉาวภายใน’*
รายละเอียดในหน้ากระดาษบอกเล่าเรื่องราวความเน่าเฟะที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมหรูหรามานานหลายปี ทั้งปัญหาการยักยอกทรัพย์ การใช้ช่องโหว่ทางบัญชีเพื่อฟอกเงิน และเอกสารลับที่หลุดรอดสู่มือของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทุกบรรทัดคือหลักฐานอันแน่นหนาที่ไม่มีทางดิ้นหลุด และชื่อของผู้ชายคนนั้น—กรณ์—ก็ถูกประจานให้อยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิตนักธุรกิจผู้เคยทะนงตน
"คุณรวินท์จัดการทุกอย่างได้รวดเร็วกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีกนะครับ" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเยียบเย็นจนน่าขนลุก
รวินท์ ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้สวมแว่นกรอบทอง ขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง เขามองร่างเพชรฆาตในคราบหญิงสาวผู้ผ่านพ้นนรกภูมิมาแล้วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและยำเกรงในเวลาเดียวกัน
"ผมเป็นแค่ผู้ส่งสารและเปิดทางให้กระบวนการทางกฎหมายทำงานอย่างเที่ยงธรรมเท่านั้นครับคุณพิม... แต่คนที่วางหมากทั้งหมด และเลือกจังหวะเวลาในการทุบหม้อข้าวใบใหญ่ที่สุด ก็คือตัวคุณเอง" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ตอนนี้กรณ์แทบไม่เหลือพื้นที่หายใจแล้วครับ หุ้นในมือร่วงกวาดล้างมูลค่าความมั่งคั่งของเขาไปมากกว่าครึ่งภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง บอร์ดบริหารกำลังกดดันให้เขาลาออกเพื่อรักษาเสถียรภาพของบริษัท และที่สำคัญที่สุด... ธนาคารเริ่มระงับวงเงินสินเชื่อโครงการใหญ่ทั้งหมดแล้ว"
พิมพ์พรรณวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบผิวโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้อง เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ รสชาติฝาดเฝื่อนของชาอิงลิชเบรกฟาสต์ไร้น้ำตาลไหลผ่านลำคอ ให้ความรู้สึกสาสมและเยียวยาบาดแผลในอดีตทีละน้อย
ภาพในอดีตย้อนกลับมาในห้วงความคิด... วันที่เธอยืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บในบ้านหลังใหญ่ ท้องแก่ใกล้คลอด น้ำตาอาบแก้มขณะถูกมองด้วยสายตาดูแคลนและคำพูดที่เฉือดเฉือนราวกับเธอเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่า วันที่เธอกราบกรานขอความเห็นใจแต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาจากสามีที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตให้
ในเวลานั้น กรณ์ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร มองลงมาด้วยความเย่อหยิ่ง คิดว่าอำนาจเงินและอิทธิพลจะปกป้องเขาไปได้ตลอดกาล
แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดียวกันนั้นกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความพินาศ โดยมีฝ่ามือของเธอเป็นผู้กดศีรษะเขาลงไปในน้ำทีละนิดอย่างใจเย็น
"ความพินาศทางธุรกิจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นครับคุณรวินท์" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้น สายตาทอประกายคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่ "สิ่งที่เขาทำกับผมและลูก มันมีมูลค่ามากกว่าเงินหลายพันล้านในบริษัทของเขาเสียอีก... ผมต้องการให้เขารู้สึกถึงความสิ้นหวัง ชนิดที่ว่าต่อให้ก้มกราบร้องขอความตาย ก็ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย"
รวินท์พยักหน้ารับช้าๆ "ผมเข้าใจครับ ทุกขั้นตอนถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว คดีอาญาเรื่องการทุจริตและการปลอมแปลงเอกสารจะถูกยื่นฟ้องต่อศาลภายในสัปดาห์นี้ ไม่มีทางที่เขาจะรอดพ้นบทลงโทษทางกฎหมายไปได้"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็เบาหวิวขึ้นสามครั้ง ก่อนที่เลขาฯ ส่วนตัวจะผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก มือเรียวถือแท็บเล็ตยื่นมาตรงหน้าพิมพ์พรรณอย่างลนลาน
"คุณพิมคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
พิมพ์พรรณขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจกับการเสียมารยาท แต่เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเลขาฯ เธอก็โบกมือให้รวินท์ชะลอการสนทนาก่อนจะรับแท็บเล็ตมาถือไว้
หน้าจอแสดงผลวิดีโอถ่ายทอดสดจากหน้าสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทกรณ์ กรณ์ในชุดสูทสีเข้มยับยี่ย่น ใบหน้าซีดเซียวและไร้ซึ่งรัศมีของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอำนาจกำลังยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักข่าวหลายสิบชีวิตที่รุมล้อมสาดแฟลชใส่เขาไม่ยั้ง เสียงตะโกนคำถามดังระงมราวกับฝูงแร้งรุมทึ้งเหยื่อ
*‘คุณกรณ์ครับ! จริงไหมครับที่ข่าวฉาวนี้เป็นฝีมือของอดีตภรรยาที่คุณเคยขับไล่ออกไป?’*
*‘ทางบริษัทจะชี้แจงอย่างไรกับเงินสามร้อยล้านที่หายไปจากบัญชีลับ?’*
*‘คุณกรณ์! มีข่าวลือว่าคุณกำลังจะถูกออกหมายจับในคดีอาญาเรื่องนี้จริงไหมครับ!’*
กรณ์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุแห่งคำถาม ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาที่เคยคมปลาบ บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและร่องรอยความเครียดจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน สภาพของเขาในยามนี้ดูไม่ต่างจากชายแก่ใกล้ตายที่ถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากอก
แต่ภาพที่ทำให้ลมหายใจของพิมพ์พรรณสะดุดกึก และทำให้ปลายนิ้วที่ถือแท็บเล็ตเย็นเฉียบลงในทันที คือสิ่งที่กรณ์พูดออกมาเพื่อพยายามหยุดยั้งความบ้าคลั่งตรงหน้า
กรณ์ไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา เขาไม่ได้แก้ตัวเรื่องการทุจริต ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าสื่อมวลชนนับร้อย ท่ามกลางเสียงฮือฮาที่ดังสนั่นหวั่นไหว มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมศีรษะตนเองอย่างคนเสียสติ ก่อนจะตะโกนเสียงแหบพร่าออกมาผ่านไมโครโฟนทุกตัวที่จ่ออยู่ตรงหน้า
*"ผมยอมรับความผิดทั้งหมด... ผมสมควรได้รับจุดจบนี้!"* กรณ์ตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน *"แต่ได้โปรดเถอะพิมพ์พรรณ... ถ้าเธอยังดูการถ่ายทอดสดนี้อยู่ ได้โปรดกลับมาพบผม... ผมขอร้อง... ยกโทษให้ผมเถอะ... และ... และให้ผมได้เจอหน้าลูกของเราสักครั้ง... ลูกที่ผมเพิ่งรู้ว่าเขามีตัวตนอยู่จริง!"*
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงในทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
รวินท์หันขวับมามองหน้าพิมพ์พรรณด้วยความตกตะลึงสุดขีด ขณะที่พิมพ์พรรณเอง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เธอสะสมมานานนับปีสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำว่า 'ลูก' หลุดออกมาจากปากของอดีตสามี
*เขารู้ได้อย่างไร? ใครเป็นคนบอกเรื่องนี้กับเขา? หรือว่า...*
ก่อนที่พิมพ์พรรณจะได้ทันคิดทบทวนสิ่งใด เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง*
เธอก้มลงมองหน้าจออย่างระแวดระวัง ข้อความส่งมาจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่สิ่งที่แนบมาพร้อมกับข้อความนั้น กลับทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
มันคือภาพถ่ายระยะประชิด... ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบกำลังยืนถือไอศกรีมอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาลชื่อดัง โดยมีชายร่างสูงสวมหมวกแก๊ปสีดำคนหนึ่งกำลังยืนแอบมองอยู่ไม่ห่าง และที่มุมขวาล่างของภาพ มีข้อความสั้นๆ พิมพ์ไว้ด้วยตัวอักษรเย็นเยียบ
*“ลูกชายของคุณน่ารักมากนะครับ... คุณพิม... หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจที่จะให้ผมได้ทำความรู้จักกับเขาบ้าง”*
พิมพ์พรรณลุกพรวดขึ้นจากโซฟาอย่างลืมตัว ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เธอมองหน้าจอสลับกับรวินท์ที่กำลังหน้าถอดสีเมื่ออ่านข้อความเดียวกันจากไหล่ของเธอ
เกมการแก้แค้นที่เธอเป็นผู้กำหนดกติกามาโดยตลอด บัดนี้... กลับมีมือที่สามก้าวเข้ามาพลิกกระดาน และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่ตัวเธอ หรือกรณ์... แต่อยู่ที่โซ่ทองเส้นเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ของเธอ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 20
ข่าวหน้าหนึ่ง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!