กลิ่นอายของหมึกพิมพ์บนกระดาษเอกสารทางกฎหมายยังคงใหม่สด ราวกับรอยแผลที่เพิ่งถูกกรีดลงบนเนื้อสดๆ แต่สำหรับพิมพ์พรรณแล้ว เสียงซ่าของเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว บนชั้นสามสิบห้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง กลับให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็นอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาตลอดชีวิตการแต่งงานหกปีที่ผ่านมา
เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ สายตาทอดมองผ่านกระจกกันกระสุนบานใหญ่ลงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งมหานครอันไม่เคยหลับใหลกำลังเคลื่อนตัวไปอย่างเร่งรีบ มดงานตัวเล็กๆ บนท้องถนนเหล่านั้นต่างวิ่งไล่ตามความฝันและความโลภ เช่นเดียวกับกรณ์ในอดีต—อดีตสามีผู้เคยคิดว่าโลกทั้งใบหมุนรอบตัวเขาเพียงคนเดียว
"เอกสารจดทะเบียนบริษัทจัดการสินทรัพย์ 'ไพร์ม เอสเตท' ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วครับคุณพิม ตอนนี้เรามีอำนาจทางกฎหมายเต็มรูปแบบในการเข้าถือครองและบริหารพอร์ตทรัพย์สินที่ทยอยถอนออกมาจากบริษัทของทางนั้นแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของรวินท์ ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและพันธมิตรคนสำคัญ ดังขึ้นจากโซฟาหนังแท้สีชา รวินท์วางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะทำงานหินอ่อน พร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองหญิงสาวด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
พิมพ์พรรณวางแก้วลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องท่ามกลางความเงียบ เธอไม่ได้หันกลับไปมองทันที เธอยังคงดื่มด่ำกับภาพเงสะท้อนของตัวเองบนกระจกเงา—หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ไหล่ตั้งตรง ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบไร้รอยยิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นผ่านพ้นคราบน้ำตามาจนแห้งเหือด เหลือเพียงความแข็งกร้าวและลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึง
"รวดเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้นะครับคุณรวินท์" พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้น ราวกับความสำเร็จมูลค่าหลายร้อยล้านนี้เป็นเพียงเรื่องสามัญประจำวัน
"เพราะคู่ต่อสู้ของเรากำลังเสียศูนย์ต่างหากล่ะครับ" รวินท์ยิ้มมุมปาก พลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนดูหน้าจอ "หลังจากวันที่คุณพิมก้าวเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้น กรณ์ก็แทบจะเสียสติ หุ้นในเครือบริษัทของเขาร่วงกราวรูดติดต่อกันสามวันทำการเนื่องจากข่าวลือเรื่องความร้าวฉานในครอบครัว และที่สำคัญ... การถอนทุนสำรองก้อนใหญ่ของคุณพิมออกไป ทำให้สภาพคล่องของเขาเกิดรอยรั่วขนาดใหญ่ที่ยากจะเยียวยate"
พิมพ์พรรณหันกลับมา เธอย่างก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เรียวขาก้าวอย่างมั่นคงภายใต้รองเท้าส้นสูงสีดำสนิท เธอนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ประสานมือทั้งสองข้างไว้บนตักอย่างเป็นระเบียบ
"รอยรั่วแค่นั้นยังไม่พอกับสิ่งที่เขาเคยทำหรอกครับคุณรวินท์" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชดใช้... หนี้แค้นที่เขาสั่งสมมาจากการมองเห็นฉันเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน และการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มันต้องแลกมาด้วยความพินาศทีละน้อย จนกว่าเขาจะลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างแท้จริง"
รวินท์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ อาชีพทนายความทำให้เขาพบเจอผู้คนมามาก แต่ไม่เคยมีใครที่เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นคมมีดที่เฉียบคมและเลือดเย็นได้เท่ากับผู้หญิงตรงหน้าคนนี้อีกแล้ว
"แล้วเรื่อง... เด็กชายธีร์ ลูกชายของคุณพิมล่ะครับ?" รวินท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวังขึ้น "หลังจากเหตุการณ์ที่หน้าบ้านวันนั้น ทางกรณ์น่าจะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ความลับเรื่องสายเลือดไม่น่าจะปิดบังเขาได้นานนักหรอกครับ"
เพียงแค่ชื่อนั้นเอ่ยขึ้น บรรยากาศภายในห้องก็ราวกับลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา ดวงตาของพิมพ์พรรณไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์
"ต่อให้เขาฉลาดเป็นกรดแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องลูกชายของฉันครับ" พิมพ์พรรณเอ่ยทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ "หกปีที่ฉันต้องทนกลืนเลือด ร้องไห้เงียบๆ ในห้องนอนมืดๆ ในขณะที่เขาออกไปใช้ชีวิตอย่างไร้ความรับผิดชอบ เขามองเด็กคนนี้ว่าเป็นเพียงภาระ เป็นส่วนเกินที่ไม่เคยชายตาแล... แต่วันนี้ เมื่อเด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มของฉัน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลใจร้ายนั่นอีกต่อไป เขากลับอยากจะเข้ามามีสิทธิ์งั้นหรือ? ฝันไปเถอะครับ"
ในขณะที่ภายในห้องทำงานสุดหรูเต็มไปด้วยบรรยากาศของการประกาศสงครามเงียบ อีกด้านหนึ่งของเมือง ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย กรณ์กำลังนั่งอยู่เบาะหลังของรถยนต์ซีดานสีดำคัน hûru กระจกรถฝั่งของเขาขึ้นฝ้าขาวจากความเย็นภายนอก แต่ดวงตาคู่คมกลับจับจ้องไปยังภาพถ่ายในมือ—ภาพที่นักสืบเอกชนเพิ่งส่งมาให้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ภาพถ่ายใบนั้นไม่ใช่ภาพของพิมพ์พรรณ แต่เป็นภาพของเด็กชายตัวเล็กวัยห้าขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่ภายในสนามเด็กเล่นของโรงเรียนอนุบาลชื่อดัง ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มที่เผยให้เห็นลักยิ้มข้างแก้ว... มันคือพิมพ์พิมพ์ในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น โครงหน้า คิ้ว และสันจมูกนั้น ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน!
หัวใจของกรณ์กระหน่ำรัวราวกับมีกลองเพลมาตีอยู่ข้างหู ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าทำให้เขาหายใจไม่ออก มือหนาที่ถือภาพถ่ายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ภาพความทรงจำย้อนกลับมาในหัวเป็นฉากๆ—คำพูดตัดพ้อของพิมพ์พรรณในอดีต ร่างกายที่อ่อนแอของเธอในช่วงปีที่สามของการแต่งงาน และเสียงร้องไห้ของเด็กทารกที่เขาเคยสั่งให้แม่บ้านจัดการปิดปากให้เงียบเพราะรำคาญเสียงรบกวนในยามดึก...
*พระเจ้า... นี่เขาทำลายสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลงไปได้อย่างไร?*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนเบาะข้างๆ แผדเสียงดังขึ้นทำ1ลายความเงียบ กรณ์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งหน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ของเลขานุการส่วนตัว
"ว่ายังไง..." กรณ์กรอกเสียงลงไปในสาย น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของเลขานุการละล้าละลังด้วยความตื่นตระหนก "ทางคณะกรรมการบริหารบริษัทแม่เพิ่งส่งหนังสือด่วนที่สุดมาแจ้งว่า... มีการกว้านซื้อหุ้นล็อตใหญ่จากกลุ่มทุนปริศนา และตอนนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดที่กุมเสียงข้างมากในบอร์ดบริหาร... คือบริษัท ไพร์ม เอสเตท จำกัด ที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่ครับ!"
กรณ์นิ่งงิ่งไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนเคว้งคว่ำ ชื่อบริษัทนั้น... ชื่อที่เขาไม่คุ้นเคย แต่กลับมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
"ใคร... ใครคือเจ้าของบริษัทนั้น?" กรณ์เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน "ชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหารของ ไพร์ม เอสเตท คือ... คุณพิมพ์พรรณ วงศ์สุริยะ... อดีตภรรยาของคุณครับ!"
โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นรถเสียงดังสนั่น กรณ์นั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความมืดมิดเข้าโอบ 1ล้อมรอบตัวเขาในขณะที่ความจริงอันโหดร้ายค่อยๆ กัดกินหัวใจทีละน้อย เธอไม่ได้แค่เดินจากไป... แต่เธอกลับมาเพื่อยึดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยรักและหวงแหน ไปพร้อมๆ กับการพิพากษาเขาให้ตกนรกทั้งเป็น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 3
โลกใบใหม่ของอดีตภรรยา
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!