เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี•ตอนที่ 4

รอยร้าวในอาณาจักรธุรกิจ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกโยนลงกระแทกบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับดังขึ้น ท่าىกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท กรณ์นั่งขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองตัวเลขผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดที่พุ่งดิ่งลงเหวราวกับกราฟมรณะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ สะท้อนถึงความเครียดสะสมที่เขากำลังเผชิญตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ไม่มีเงาของหญิงสาวผู้เคยจัดการทุกอย่างให้อย่างเงียบเชียบและไร้ที่ติอยู่เคียงข้าง "เกิดอะไรขึ้นกับดีลกับกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ ทำไมเอกสารสัญญาถึงเลยกำหนดส่งมอบมาสามวันแล้ว!" กรณ์ตวาดลั่นเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ พนักงานฝ่ายกฎหมายและเลขานุการคนใหม่สะดุ้งสุดตัว ก้มหน้าหลบสายตาดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของซีอีโอหนุ่ม "เอ่อ... ทางนั้นแจ้งว่า ติดขัดเรื่องเงื่อนไขทางภาษีและข้อตกลงพิเศษครับท่านซีอีโอ... ปกติแล้ว..." เลขานุการสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คุณพิมจะเป็นคนเจรจาร่างสัญญาข้อนี้โดยตรงด้วยความรอบคอบเสมอ แต่วันนี้... ทางเราติดต่อประสานงานไปแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องขอบเขตอำนาจการตัดสินใจที่ซับซ้อน ทำให้..." กรณ์ยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคออย่างหงุดหงิด คำว่า "คุณพิม" ที่หลุดออกมาจากปากลูกน้องเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงเข้าที่กลางใจเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใช่... ปกติแล้วพิมพ์พรรณคือผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ภายในบ้าน เป็นภรรยาที่ทำหน้าที่แม่บ้านและคอยจัดการงานเอกสารเบื้องหลังให้เขาอย่างไร้ที่ติ โดยที่เขาไม่เคยเหลียวแล ไม่เคยแม้แต่จะกล่าวคำว่าขอบคุณสักครั้งในรอบหลายปีที่แต่งงานกัน ไม่มีใครรู้เลยว่า อาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านแห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสมองอันปราดเปรื่องของกรณ์เพียงลำพัง แต่มันถูกค้ำจุนด้วยหยาดเหงื่อ ความใส่ใจ และมันสมองอันเฉียบคมของพิมพ์พรรณที่คอยอุดรูรั่ว ปิดทองหลังพระ และจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้เขาอย่างเงียบเชียบมาตลอด เมื่อไม่มีเธอ ความไร้ระเบียบเริ่มกัดกินองค์กรทีละน้อย ดุจปลวกที่กัดกินเสาเอกของบ้านจนผุกร่อนจากภายใน ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ร้านกาแฟสไตล์มินิมอลเงียบสงบย่านใจกลางเมือง พิมพ์พรรณในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความมั่นใจกำลังจิบชาอุ่นๆ อย่างสบายใจ เธอดวงตาสุกใสทอดมองออกไปนอกกระจกใส มอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งผ่านไปมา แต่สมาธิของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือ หน้าจอแสดงผลกำไรจากการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล และรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นที่เธอดำเนินการร่วมกับรวินท์ ทนายความมือฉกาจผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและพันธมิตรคนสำคัญ รวินท์ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสุภาพ เขาสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนและรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับเธอ วางแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มลงบนโต๊ะ "ดูเหมือนว่าฝั่งนั้นจะเริ่มโกลาหลกันใหญ่แล้วนะครับคุณพิม" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววขบขัน "กรณ์กำลังหัวหมุนกับดีลสิงคโปร์ที่ค้างคา แถมบอร์ดบริหารเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการบริหารจัดการภายในที่ไร้ประสิทธิภาพหลังจากที่คุณถอนตัวออกมาอย่างเด็ดขาด" พิมพ์พรรณวางถ้วยชาลงช้าๆ เสียงกระทบกับจานรองเบาหวิว เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย แต่มันคือความเยือกเย็นและน่ากลัวยิ่งกว่า "เขาก็เป็นแบบนี้เสมอมา... คิดว่าตัวเองคือนกอินทรีที่บินอยู่บนยอดเขาสูง โดยลืมไปว่าปีกที่พยุงให้เขาบินได้สูงขนาดนั้น มันทำมาจากขนนกที่ฉันคอยถักทอให้อย่างยากลำบาก" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่ทรงพลังบาดลึก "แล้วคุณพิมจะเดินเกมขั้นต่อไปอย่างไรดีครับ? ทางทนายฝั่งนั้นเริ่มส่งสัญญาณอยากเจรจานอกรอบเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องข้อกฎหมายบางประการแล้ว" รวินท์ถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ยังไม่ถึงเวลาหรอกครับคุณรวินท์..." พิมพ์พรรณส่ายหัวเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว "ปล่อยให้เขาดิ้นรนอยู่ในกองเพลิงที่เขาจุดขึ้นเองอีกสักหน่อย ให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียการควบคุมอย่างแท้จริงเสียก่อน ความเจ็บปวดจากการถูกพรากทุกอย่างไป... มันถึงจะสาสมกับสิ่งที่ฉันเคยได้รับ" รวินท์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจในความเฉียบคมของหญิงตรงหน้า เขารู้ดีว่าอดีตภรรยาผู้เคยบอบช้ำคนนี้ได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือผู้หญิงที่พร้อมจะรื้อถอนทุกสิ่งทุกอย่างที่กรณ์รักและหวงแหนให้พังทลายลงกับตา ตัดภาพกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ กรณ์กลับมาถึงบ้านในยามวิกาล ความเหนื่อยล้าจากการทำงานผสมผสานกับความเครียดทำให้เขารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง เขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนใหญ่ที่ตอนนี้ช่างกว้างใหญ่และเหน็บหนาวเหลือเกิน บนโต๊ะทำงานในห้องนอนของเขา มีเอกสารกองหนึ่งวางทิ้งไว้ เป็นจดหมายแจ้งเตือนจากธนาคารและเอกสารทางราชการที่เขาไม่เคยใส่ใจมาก่อน ในจังหวะที่เขาเอื้อมมือไปหยิบเอกสารเหล่านั้นเพื่อจะเปิดดู กระดาษแผ่นหนึ่งก็ปลิวตกลงมาคว่ำอยู่กับพื้นพรม กรณ์ก้มลงเก็บมันด้วยความหงุดหงิด ทว่าทันทีที่พลิกกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ดวงตาคมกริบของเขาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ มันไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ... แต่มันคือใบรับรองแพทย์และภาพถ่ายอัลตราซาวนด์พิมพ์สามมิติขนาดเล็ก ที่มีชื่อของ "พิมพ์พรรณ" ระบุไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับตัวเลขครรภ์สัปดาห์ที่สิบสอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินออกจากชีวิตเขาอย่างเด็ดขาด หัวใจของกรณ์กระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก สมองของเขาสفวิ้งขาวโพลนอย่างไร้การควบคุม เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่างที่กำลังพุ่งชนเข้าใส่ความรู้สึกอย่างรุนแรงจนตั้งตัวไม่ทัน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและอินไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษกระจกบนรอยยิ้มของอดีตสามี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%