กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่อบอวลคละคลุ้งในห้องใต้ดินโบราณไม่ได้ทำให้ศตวรรษชะงักฝีเท้าลงแม้แต่น้อย ชายหนุ่มปัดคราบเลือดสีดำข้นคลั่กที่เปรอะเปื้อนขอบรองเท้าหนังราคาแพงทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่กวาดมองรอยร้าวบนผนังอิฐมอญที่ยังคงมีหยดของเหลวสีเข้มซึมออกมาไม่ขาดสาย สำหรับเขาแล้ว ปรากฏการณ์ตรงหน้าไม่ใช่ "อาคม" หรือ "คำสาป" ตามที่คนโบราณหวาดกลัว แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีจากก๊าซชีวภาพใต้ชั้นดินที่ทำปฏิกิริยากับปูนขาวโบราณ—มันมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เสมอ แม้ว่าสมองส่วนลึกจะพยายามปฏิเสธเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทก็ตาม
"คุณกำลังใช้ตรรกะที่บิดเบี้ยวที่สุดในประวัติศาสตร์มาปลอบใจตัวเองอยู่หรือเปล่าครับ ดร.ศตวรรษ"
เสียงทุ้มนุ่มรื่นหูแต่แฝงความเย้ายวนอันตรายดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง รินทร์ก้าวเท้าพ้นเงาสลัวของเสาหินอัคนีเข้ามาในรัศมีแสงไฟฉาย สถาปนิกหนุ่มอยู่ในชุดสูทร่วมสมัยที่ไร้รอยยับ ทว่ากระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นลำคอระหงและสร้อยตะกรุดโบราณที่แนบชิดผิวเนื้อ นัยน์ตาคมกริบราวกับสุนัขป่ากำลังพิจารณาร่างสูงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
ศตวรรษไม่หันกลับไปทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางแตะลงบนคราบเลือดบนผนัง ก่อนจะยกขึ้นมาดมกลิ่นเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์ส่วน
"วิทยาศาสตร์มีคำอธิบายสำหรับทุกสิ่งที่ประสาทสัมผัสของคุณหวาดกลัว รินทร์" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และมั่นคงในหลักการ "แบคทีเรียชนิดพิเศษในดิน ความอับชื้น และการเน่าสลายของสารอินทรีย์ใต้ซากปรักหักพังนี้... มันสร้างภาพหลอนทางโสตประสาทได้ไม่ยากหากสมองของคุณถูกชักจูงด้วยความเชื่อโชคลาง"
รินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเซ็กซี่แต่ยะเยือกถึงกระดูกดำ ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานและไม้กฤษณาโชยปะทะนาสิกของนักมานุษยวิทยา กลบกลิ่นคาวเลือดไปเสียสนิท
"วิทยาศาสตร์ของคุณช่างเป็นเครื่องมือปกป้องอีโก้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นะครับ" รินทร์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของศตวรรษ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่กว้าง "คุณอธิบายปฏิกิริยาเคมีได้ทุกอย่าง... แต่วิทยาศาสตร์ข้อไหนของคุณล่ะ ที่จะอธิบายได้ว่า ทำไมรอยร้าวบนผนังตรงนั้น ถึงกำลังเรียกดูลำดับพันธุกรรมใน DNA ของตระกูลคุณ?"
ศตวรรษชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาหลังเลนส์แว่นไหววูบอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เขาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่กระชั้นชิดทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน ไออุ่นจากร่างกายของรินทร์ปะทะเข้ากับความเย็นชาของศตวรรษ เกิดเป็นสนามพลังความตึงเครียดที่ดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกัน
"อย่ามาเล่นจิตวิทยาตื้นๆ กับผม" ศตวรรษกดเสียงต่ำ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของอีกฝ่าย "ครอบครัวของผมตายเพราะความงมงาย และผมจะไม่ยอมให้ความงมงายเดิมๆ มาครอบงำการสืบสวนคดีนี้เด็ดขาด"
"ความงมงายงั้นหรือครับ?" รินทร์แย้มยิ้มกว้างขึ้น นัยน์ตาส่อแววท้าทายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือเรียวยื่นไปแตะที่ปกเสื้อของศตวรรษอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วเย็นเฉียบราวน้ำแข็งลากผ่านแผงอกใต้ร่มผ้าเบาๆ "ถ้ามันเป็นแค่เรื่องงมงาย ทำไมชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วกว่าปกติถึงสิบครั้งต่อนาทีตั้งแต่ผมเดินเข้ามาใกล้ล่ะครับ ดร.ศตวรรษ... หรือว่าคุณไม่ได้กลัวอาคม แต่กำลังกลัวหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นผิดจังหวะเวลาอยู่ใกล้ผมกันแน่?"
บรรยากาศในห้องใต้ดินอับทึบราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระซิบจากผนังที่เคยเงียบไปเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงคำราม แต่เป็นเสียงหัวเราะคิกคักนับร้อยที่ฟังดูคล้ายเสียงของเด็กทารก รินทร์ยังคงจ้องมองศตวรรษด้วยแววตาคู่เดิม—แววตาของผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อกำลังติดกับดักทางอารมณ์ที่ตนเป็นคนวางไว้
ศตวรรษขบกรามแน่น มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเรียวของรินทร์ไว้แน่นเพื่อหยุดการคุกคามทางกายภาพนั้น ความเย็นจากผิวของรินทร์ส่งผ่านถุงมือยางเข้ามาจนรู้สึกได้ แต่ก่อนที่นักมานุษยวิทยาหนุ่มจะได้กล่าววาจาเชือดเฉือนใดๆ กลับคืน แสงไฟฉายแรงสูงจากปลายทางเดินมืดมิดก็สาดส่องตัดผ่านความมืดเข้ามาอย่างไร้สัญญาณเตือน
"ดร.ศตวรรษครับ! คุณรินทร์!" เสียงตะโกนของหมวดธนา นายตำรวจหนุ่มผู้ช่วยในทีมดังลั่นสะท้อนผนังหิน "รีบมาดูนี่เร็วเข้าครับ! เราเพิ่งงัดฝาโลงหินโบราณที่มุมห้องโถงใหญ่ได้... และข้างในนั้นไม่ได้มีศพมนต์ดำอย่างที่เราคิด!"
ศตวรรษผละมือออกจากข้อมือของรินทร์อย่างไม่เต็มใจนัก เขาสบตากับสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงคลี่ยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังทิศทางที่แสงไฟฉายกวาดนำไป โดยมีรินทร์เดินตามหลังมาด้วยฝีเท้าเงียบกริบราวกับแมวป่า
กลางห้องโถงใต้ดินที่ควรจะเป็นที่ตั้งของแท่นพิธีไสยเวท กลับปรากฏโลงศพศิลาแลงขนาดมหึมา ฝาโลงถูกเลื่อนออกไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุด—ทว่าสิ่งที่ทำให้ศตวรรษต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด ไม่ใช่สภาพศพที่ถูกควักอวัยวะภายในออกจนหมดเกลี้ยงตามตำราไสยเวท
แต่เป็น "รอยสักรูปบาร์โค้ดสมัยใหม่" ที่ประทับอยู่บนผิวหนังบริเวณหน้าอกของศพโบราณอายุหลายร้อยปี... และใต้บาร์โค้ดนั้น มีตัวเลขชุดหนึ่งสลักไว้ด้วยเลเซอร์ความร้อนสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในศตวรรษที่ 21 นี้เท่านั้น!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 2
ทฤษฎีที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!