ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 3

กลิ่นธูปในห้องสอบสวน

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
ควันธูปสีเทาขาวม้วนตัวขึ้นสู่เพดานห้องสอบสวนแคบๆ ของสถานีตำรวจนครบาล กลิ่นของไม้จันทน์ผสมกำยานราคาแพงลอยอลวนตัดกับกลิ่นอับชื้นของตึกเก่าอย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะอยู่ในห้องสืบสวนคดีฆาตกรรม แต่มันเป็นกลิ่นประจำตัวของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะเหล็กสีเทา ศตวรรษไม่ชอบกลิ่นนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าแท่นบูชาในพิธีกรรมโบราณ มากกว่าการพูดคุยกับพยานหรือผู้เกี่ยวข้องในทางคดี ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะของนักมานุษยวิทยาหนุ่มกวาดตามองเอกสารรายงานการสืบสวนในมือ สลับกับใบหน้าของอีกฝ่าย รินทร์นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและรอยสักหมึกสีจางที่เลื้อยหายเข้าไปใต้สาบเสื้อ หากบทจากตอนที่แล้วคือการค้นพบที่ท้าทายตรรกะ—รอยสักบาร์โค้ดสมัยใหม่บนร่างมัมมี่โบราณอายุหลายร้อยปีที่สลักด้วยเลเซอร์ความร้อนสูง—บทนี้ก็คือการบีบกระชับวงล้อมของความสงสัยให้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออก "คุณกำลังทำให้ผมรู้สึกเหมือนตกเป็นจำเลยมากกว่าผู้ให้ข้อมูลนะครับ, คุณศตวรรษ" รินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือรอยยิ้มจางที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาอย่างอ่านยาก มันคือความเย้ายวนที่อันตราย เหมือนคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้แพรไหม ศตวรรษวางเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบผิวเหล็กดังชัดเจนในความเงียบ เขาไม่รีบร้อนตอบ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดัน—เป็นจิตวิทยาขั้นพื้นฐานที่เขาใช้บ่อยครั้งในการสังเกตปฏิกิริยาทางกายภาพของมนุษย์ "ในทางมานุษยวิทยา, กลิ่นธูปชนิดนี้มักใช้ในพิธีสะกดวิญญาณหรืออำพรางร่องรอยพลังงานบางอย่าง" ศตวรรษเริ่มพูด น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่เฉียบคม "แต่น่าแปลกที่มันมักจะติดตัวคนที่อยู่ใน 'สถานที่เกิดเหตุ' เสมอ... ไม่ว่าจะเป็นห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์เมื่อสามคืนก่อน หรือแม้แต่ในห้องเก็บศพของนิติเวชเมื่อวานนี้" รินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่เสื่อมคลาย เขายื่นมือเรียวยาวหยิบแก้วกาแฟดำที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ "คุณกำลังบอกว่าผมมีรสนิยมกลิ่นที่น่าสงสัย หรือคุณกำลังหาข้ออ้างในการใช้เวลาอยู่กับผมให้มากขึ้นกันแน่ครับ?" ความกล้าในการหยอกล้อท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ทำให้ศตวรรษต้องขบกรามแน่น ความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พวกเขามีต่อกันเป็นสิ่งปฏิเสธไม่ได้ มันคือแรงดึงดูดระหว่างขั้วตรงข้าม—นักวิทยาศาสตร์ผู้บูชาตรรกะกับผู้สืบสายเลือดไสยเวทผู้ลึกลับ แต่ในฐานะมืออาชีพ ศตวรรษอนุญาตให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามามีอิทธิพลเหนือคดีไม่ได้เด็ดขาด "ผมไม่คิดว่าการยืนอยู่หน้าห้องเก็บวัตถุโบราณในช่วงเวลาสามนาทีก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะขัดข้อง จะเป็นเรื่องบังเอิญ" ศตวรรษดึงภาพจากกล้องวงจรปิดสำรองที่เขาแอบกู้มาได้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ หน้าจอแท็บเล็ตแสดงภาพเงาสูงโปร่งของชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตคุ้นตา กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บรักษามัมมี่โบราณ—ช่วงเวลาเดียวกับที่รอยสักบาร์โค้ดถูกตรวจสอบพบ รินทร์เหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียวโดยไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย เขาวางแก้วกาแฟลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนศตวรรษได้กลิ่นจางๆ ของไม้จันทน์ผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ "คุณฉลาดมาก, ศตวรรษ..." เสียงของรินทร์กระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาท "คุณมองหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้กับทุกสิ่งเสมอ แต่บางครั้ง... สิ่งที่คุณพยายามพิสูจน์ อาจไม่ใช่สิ่งที่ตาเห็น" "ผมเชื่อในหลักฐานและข้อเท็จจริง ไม่ใช่คำกล่าวอ้างเลื่อนลอยของคนตระกูลหมอผีที่ถูกสังคมปฏิเสธ" ศตวรรษสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนเท่ห์ของอีกฝ่าย "และหลักฐานในมือผมตอนนี้ ระบุชัดเจนว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับแต่ง 'รอยสัก' บนร่างของศพโบราณนั้น... คุณเอาเทคโนโลยีเลเซอร์สมัยใหม่เข้าไปในห้องเก็บวัตถุโบราณได้อย่างไร?" บรรยากาศในห้องสอบสวนลดอุณหภูมิลงอย่างฉับพลัน ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะ รินทร์ไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความลับดำมืด "ถ้าผมบอกคุณว่า... ไม่ใช่ผมที่เป็นคน 'ใส่' มันเข้าไปล่ะครับ?" รินทร์เอียงคอมองด้วยแววตาพราวระยับ "แต่ผมต่างหาก... ที่เป็นคนไปพบมันก่อนที่คุณจะเจอเสียอีก และที่ผมไปที่นั่น ก็เพราะผมได้ยินเสียงเรียกของมัน... เสียงที่เตือนว่า 'ของขวัญ' ที่พวกมันทิ้งไว้ กำลังรอให้คุณมาเปิดอ่าน" ศตวรรษขมวดคิ้ว "ของขวัญอะไร?" ก่อนที่รินทร์จะได้เอ่ยคำตอบใดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งร้อน ประตูห้องสอบสวนถูกผลักเปิดออกโดยสารวัตรกิตติ นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดี สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดจนเห็นได้ชัด หยาดเหงื่อผุดพรายตามไรผมแม้ในห้องแอร์เย็นเฉียบ "คุณศตวรรษ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" สารวัตรกิตติหอบหายใจแรง กวาดสายตามองศตวรรษและรินทร์สลับกันด้วยความตื่นตระหนก "เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพิ่งโทรศัพท์มารายงาน... มัมมี่โบราณตัวนั้น... ร่างของมันเพิ่งเริ่มเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ทั้งที่ผ่านการดองศพมานานหลายร้อยปี..." ศตวรรษผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ความตกใจฉายชัดในแววตา "แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดครับ..." สารวัตรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของศตวรรษเย็นเฉียบ "บนหน้าอกของศพที่กำลังเน่าเปื่อยนั้น... รอยสักบาร์โค้ดได้เปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว มันไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขอีกต่อไป... แต่ตอนนี้ มันกลายเป็น **'พิกัดจีพีเอส'** แบบเรียลไทม์ และจุดสัญญาณกำลังเคลื่อนที่ตรงมายังสถานีตำรวจแห่งนี้... ด้วยความเร็วที่สูงมาก" -------------------------------------------------- ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%