ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 4

รอยนิ้วมือบนตำราต้องห้าม

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับของสนิมเหล็กและกระดาษเก่าคร่ำคร่าในห้องเก็บสำนวนคดีชั้นใต้ดินของสถานีตำรวจ ลอยปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ที่ซึมผ่านรอยร้าวของผนังคอนกรีต เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ดัง "ติ๊ด... ติ๊ด..." เป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนความกดอากาศที่ดิ่งต่ำลงทุกวินาที แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดเงาทอดยาวของคนสองคนให้ทับซ้อนกันบนกองแฟ้มคดีฆาตกรรมอัปยศเมื่อสิบปีก่อน ศตวรรษยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานโลหะ มือหนาที่สวมถุงมือยางกำลังกดปุ่มซูมภาพบนหน้าจอแท็บเล็ต ภาพเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ของศพไร้ชื่อเมื่อครู่ ถูกซ้อนทับเข้ากับภาพถ่ายรอยสักบาร์โค้ดบนหน้าอก ซึ่งบัดนี้เส้นสายเหล่านั้นไม่ได้หยุดนิ่งอีกต่อไปแล้ว พวกมันบิดตัว ขยับเขยื้อน และเรียงร้อยใหม่ด้วยกลไกทางพลังงานบางอย่าง จนกลายเป็นพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่กำลังวิ่งเข้ามาหาอาคารหลังนี้ด้วยความเร็วสูงถึงแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง "มันไม่ได้กำลังมุ่งหน้ามาเพื่อคุกคาม... แต่มันกำลังกลับบ้านต่างหาก" เสียงนุ่มทุ้มแต่เจือความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นจากมุมมืด รินทร์ก้าวเท้าพ้นจากเงาของชั้นวางแฟ้มคดี ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีชาคูลਲ์ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพถ่ายแฟชั่นชั้นสูง มากกว่าจะมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในสุสานเอกสารราชการ ปลายนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งคีบมวนบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไฟไว้ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยขณะดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขพิกัดบนจอ ศตวรรษไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองผู้มาเยือน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงด้วยความเคร่งเครียด สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "คุณรู้ดีเกินไป รินทร์ สำหรับคนที่เป็นแค่นักลงทุนอิสระและที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรม... พิกัดนี่กำลังบอกว่า วัตถุหรือบางสิ่งที่อยู่ในร่างศพนั้น อยู่ห่างจากเราไม่ถึงห้าร้อยเมตรแล้ว และตึกนี้ไม่มีทางหนีรอดจากแรงปะทะหากมันพุ่งตรงมาด้วยความเร็วนั้น" รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เจ้าตัวเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความชื้นฝนโชยเข้าแตะนาสิก ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ศตวรรษรู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวของหญิงสาวที่ตัดกับความเยือกเย็นในห้องอย่างประหลาด "คุณยังยึดติดกับฟิสิกส์และตัวเลขอยู่เสมอเลยนะ ศตวรรษ... น่ารักดี แต่โง่เขลาในเวลาเดียวกัน" รินทร์เอื้อมมือเรียวไปแตะหน้าจอแท็บเล็ต ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านหลังมือหนาของเขาโดยเจตนา แรงสัมผัสเพียงแผ่วเบาทำเอาเส้นประสาทใต้ผิวหนังของนักมานุษยวิทยาตื่นตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ "สิ่งที่คุณเห็นเป็นเส้นทางจีพีเอส มันคือภาษาอาคมโบราณของตระกูลพราหมณ์ทم์ที่ถูกดัดแปลงให้กล a ยเป็นดิจิทัลต่างหากล่ะ... มันไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่ แต่มันคือการ 'อัญเชิญ' กลับคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของ" ศตวรรษหันขวับมามอง ปะทะสายตากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่พราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขากัดฟันกรอด ขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย แต่มือของรินทร์กลับไว1กว่า เธอยื่นปลายนิ้วไปแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขา ราวกับกำลังปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริง แต่สายตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ถ้ามันคือการอัญเชิญ... ใครคือคนส่ง และส่งมาให้ใครในสถานีตำรวจนี้" ศตวรรษถามด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มทรยศต่อความนิ่งสงบที่ตนพยายามสร้างขึ้น รินทร์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากสีแดงระเรื่อแทบจะชิดกับใบหูของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้สมองของเขาปั่นป่วน "คำตอบนั้นอยู่ในแฟ้มคดีหมายเลขศูนย์เจ็ดที่คุณกำลังถืออยู่ยังไงล่ะคะ... เปิดสิ คุณหมอ เปิดดูรอยนิ้วมือบนตำราต้องห้ามที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมของกรมตำรวจแห่งนี้มานานกว่าทศวรรษ" ก่อนที่ศตวรรษจะได้โต้แย้ง เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากชั้นบน แรงอัดอากาศทำให้ฝุ่นผงจากเพดานร่วงกราวลงมาทับร่างทั้งสอง ร่างของศตวรรษพุ่งเข้าโอบเอวบางของรินทร์ตามสัญชาตญาณ ป้องกันไม่ให้ชั้นแฟ้มเหล็กขนาดใหญ่ล้มทับลงมาทับเธอ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังวิ่งกรูลงมาตามบันไดหนีไฟ มุ่งตรงมายังห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างพร้อมเพรียง รินทร์ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขาชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นมาส่งยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มของฆาตกรที่เขาเคยเห็นในภาพฝันร้าย... เธอยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามส่งเสียง แล้วกระซิบเบาๆ แข่งกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมารับพัสดุชิ้นนั้นก่อนที่เราจะเปิดอ่านเสียแล้วล่ะครับคุณหมอ" ศตวรรษผลักรินทร์ออกเบาๆ มือขวาเอื้อมไปหยิบปืนพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูเหล็กบานหนาที่กำลังถูกทุบทำลายจากด้านนอกด้วยความรุนแรง ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟฉายจากภายนอกส่องลอดช่องว่างของบานประตูเข้ามา สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นรอยนิ้วมือสีดำคล้ำที่ประทับอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายของตำราอาคมโบราณที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากแฟ้ม... รอยนิ้วมือนั้น... ไม่ใช่ของศพ และไม่ใช่ของเขา แต่มันเป็นรอยนิ้วมือของ 'ผู้บังคับบัญชา' ระดับสูงที่เพิ่งสั่งย้ายเขามาทำคดีนี้เมื่อสามวันก่อนเอง โปรดติดตามตอนต่อไป... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%