ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนอิฐโบราณ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับชื้นของดินเหนียวผสมกลิ่นปูนซีเมนต์ดิบๆ ตลบอบอวลอยู่ในอุโมงค์โครงสร้างใต้ดินของตึกระฟ้าที่กำลังก่อสร้าง แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสะท้อนกับโครงเหล็กเส้นบิดเบี้ยวคล้ายซี่โครงของอสุรกายในตำนาน ศตวรรษยืนนิ่งอยู่หน้าผนังอิฐมอญโบราณที่เพิ่งถูกขุดพบจากการปรับหน้าดิน แว่นตากรอบเงินของเขาขึ้นฝ้าบางๆ จากความชื้น แต่ดวงตาหลังเลนส์คู่นั้นกลับกวาดมองรายละเอียดทุกตารางนิ้วด้วยความเยือกเย็นที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี "คุณกำลังทำให้งานของผมล่าช้ากว่ากำหนดสามวันเต็มนะครับ, ดร.ศตวรรษ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้ายวนด้วยโทนเสียงต่ำทุ้มดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง ศตวรรษไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร—รินทร์ สถาปนิกหนุ่มผู้ควบคุมโครงการนี้ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติ แต่ชายกางเกงและรองเท้าหนังกลับเปรอะเปื้อนฝุ่นดินสีแดงชาด ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับท่าทีสุขุมราวกับไม่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางไซต์งานก่อสร้างที่พบโครงกระดูกมนุษย์ ศตวรรษค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้า มือเรียวยาวสวมถุงมือยางขยับดันกรอบแว่นเล็กน้อย "ความล่าช้าสามวันของคุณ แลกกับการไม่ต้องติดคุกตลอดชีวิตฐานอำพรางศพ... ผมว่ามันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่านะครับ, คุณรินทร์" รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและพราวระยับในความมืด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของไอน้ำปะทะเข้ากับจมูกของศตวรรษ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งสูงขึ้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับสนามแม่เหล็กสองขั้วที่ถูกบังคับให้อยู่ร่วมกัน สถาปนิกหนุ่มปรายตามองไปยังหลุมลึกเบื้องหน้า ที่ซึ่งร่างไร้ลมหายใจถูกฝังกลบอยู่ใต้ฐานรากคอนกรีตเก่าแก่ "ผมไม่ได้อำพรางใคร... ดินตรงนี้มันถูกถมทับมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้าแล้วครับ และถ้าคุณใช้สมองทางมานุษยวิทยาที่มีค่าของคุณคิดสักนิด คุณจะรู้ว่าไม่มีฆาตกรคนไหนโง่พอจะซ่อนศพไว้ในจุดที่เสาเข็มเจาะผ่านพอดีหรอก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตาคู่คมกลับพินิจพิเคราะห์ศตวรรษราวกับกำลังชั่งน้ำหนักราคาของอีกฝ่าย "เว้นเสียแต่ว่า... มันจงใจถูกวางไว้ที่นี่เพื่อส่งสาส์นบางอย่าง" ศตวรรษไม่หลบสายตา ความใกล้ชิดนี้อันตราย—ไม่ใช่เพราะบรรยากาศรอบตัว แต่เพราะความฉลาดเป็นกรดของรินทร์มักจะจี้ถูกบาดแผลในอดีตของเขาเสมอ ครอบครัวของศตวรรษเคยถูกความงมงายพรากไป และเขาก็สาบานตนไว้แล้วว่าจะใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ฆ่าล้างความเชื่อเหล่านั้นให้หมดสิ้น "สาส์นอะไรครับ? หรือเป็นรสนิยมส่วนตัวของตระกูลคุณ ที่มักจะชอบเอาศพคนมาประดับฐานรากตึกเพื่อเสริมดวง?" ศตวรรษสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน รินทร์ยิ้ม รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันมีความเซ็กซี่บางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ มือเรียวยาวเอื้อมออกไปราวกับจะแตะไหล่ของนักมานุษยวิทยา แต่ศตวรรษเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ทิ้งให้ปลายนิ้วของอีกฝ่ายคว้างอยู่กลางอากาศ "ระวังหน่อยสิครับ... ของแบบนี้ ถ้ามองด้วยตาเปล่า คุณจะเห็นแค่กระดูกเก่าๆ แต่ถ้าคุณยอมเปิดใจมองลึกลงไปอีกนิด..." รินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะข้างแก้ม "คุณจะเห็นว่าเขากำลังมองเราอยู่" ศตวรรษเม้มปากแน่น เขาหันกลับไปหาศพปริศนาในหลุมอีกครั้ง แสงไฟฉายสาดส่องลงไปกระทบกับผิวหนังแห้งกรังที่ยังคงสภาพเดิมเนื่องจากดินมีความเป็นกรดสูง สิ่งที่ทำให้ศตวรรษต้องขมวดคิ้วไม่ใช่สภาพของศพ แต่เป็นรอยแผลเป็นนูนต่ำที่ถูกกรีดลงบนแผ่นหลังและลำคอ มันไม่ใช่รอยมีดธรรมดา... ลวดลายนั้นบิดเบี้ยว สมมาตร และซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ทั่วไป มันคืออักขระโบราณ—อักขระสายไสยเวทสายดำที่เคยสูญหายไปจากบันทึกประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน และที่น่าขนลุกที่สุดคือ หมึกที่ใช้สักลงบนผิวหนังศพนั้น ไม่ใช่หมึกสักทั่วไป แต่มันคือส่วนผสมของโลหะหนักและเลือดสดๆ ที่เพิ่งถูกเติมแต่งเข้าไป *หลังความตาย* ศตวรรษย่อตัวลง ใช้คีมเหล็กเขี่ยเศษดินออกจากบริเวณข้อมือของศพ เพื่อหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทันใดนั้น ปลายนิ้วของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณข้อมือซ้าย มันไม่ใช่รอยสัก... แต่มันคือ "ตะปูสังขวานร" โบราณที่ถูกตอกฝังทะลุกระดูกข้อมือไว้อย่างแนบเนียน ศตวรรษเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากเรียกให้รินทร์ดูหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ ทว่าความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอย่างกะทันหัน เสียงเครื่องจักรในไซต์งานที่ควรจะดังอยู่ด้านบน กลับเงียบสนิทลงอย่างไร้สาเหตุ รินทร์ไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลังเขาอีกต่อไปแล้ว เงาร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มไปยืนอยู่ที่มุมมืดสุดของอุโมงค์ แสงไฟฉายสาดสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ลึกขึ้น แววตาของรินทร์เปลี่ยนจากความเย้าหยอกเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "คุณเจมันเข้าแล้วใช่ไหมครับ... ตะปูนั่น" เสียงของรินทร์ก้องกังวานในความมืด ผິດเพี้ยนไปจากเดิมราวกับไม่ใช่เสียงของคนๆ เดิม ศตวรรษลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาเอื้อมไปหยิบไฟฉายกระบอกใหญ่มั่นเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าเข้าหารินทร์ ปลายศวาสตาร์ทของตะปูโบราณที่ข้อมือศพก็เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาในความมืด! พร้อมกันนั้น เสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงก็ดังระงมขึ้นจากผนังอิฐมอญรอบตัว—เสียงที่ไม่ได้มาจากที่ไหนไกล แต่ดังมาจากรอยร้าวบนอิฐโบราณที่กำลังปริแตกออกทีละนิด พร้อมกับเลือดสีดำที่ไหลซึมออกมาอาบชะโลมพื้นดินแทบเท้าของศตวรรษ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%