คราบหมึกสีดำบนกระดาษโบราณแผ่นนั้นไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของปาฏิหาริย์ แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญของการฆาตกรรมที่ถูกอำพรางด้วยพิธีกรรม
ศตวรรษยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องสมุดลับใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก แสงไฟสีส้มสลัวจากตะเกียงโบราณทาบทับใบหน้าด้านข้างของเขาให้คมชัดดั่งรูปสลักหินอ่อน แววตาของนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล บัดนี้กำลังสั่นไหวเล็กน้อยยามกวาดสายตาอ่านบันทึกภาคผนวกของ "สภาอาคมอุดร" องค์กรลับที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต
ชื่อของ "รินทร์" ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นนั้น ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อ หรือผู้บริสุทธิ์ที่บังเอิญเดินหลงเข้ามาในวงกตแห่งไสยเวท แต่เป็นหนึ่งใน "ผู้ร่วมก่อตั้งรุ่นบุกเบิก" เมื่อสิบห้าปีก่อน
เสียงฝีเท้าเบาหวิวบนพื้นปูนเปลือยดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบของไอร้อนชื้นจากร่างกายของคนที่เขาคุ้นเคยเกินกว่าจะหันไปมองทันที
"คุณกำลังเสียเวลาเปล่า ศตวรรษ... ความอยากรู้บางครั้งก็เป็นพิษร้ายที่ฆ่าคนมานักต่อนนักแล้วนะครับ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเย้ายวนและคมกริบดังขึ้น รินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง แสงไฟสลัวขับเน้นโครงหน้าได้รูปและรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก ดวงตาสอบสวนคู่นั้นกวาดมองเอกสารในมือของศตวรรษด้วยความเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่ซ่อนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นเป็นเพียงรายชื่อซื้อของชำ ไม่ใช่หลักฐานที่สั่นคลอนความสัมพันธ์อันเปราะบางของพวกเขาทั้งคู่
ศตวรรษค่อยๆ ลดกระดาษลงช้าๆ เขาหันไปเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบา กลิ่นกายหอมกรุ่นเจือจางของดอกไม้ราตรีที่รินทร์ใช้ประจำผสานกับกลิ่นอายความตายในห้องนี้ ช่างเป็นความย้อนแย้งที่เย้ายวนและอันตรายถึงชีวิต
"สิบห้าปีก่อน คุณอายุเท่าไหร่กัน รินทร์?" ศตวรรษเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าซ่อนคลื่นอารมณ์อันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง "เด็กสาวอายุสิบแปดปี ผู้สืบทอดสายเลือดตระกูลหมอผีที่ถูกสาปแช่ง... กลายเป็นหนึ่งในมันสมองขององค์กรที่สังหารครอบครัวของผมไปได้อย่างไร?"
รินทร์ไม่สะทกสะท้าน เธอยกมือเรียวขึ้นจัดปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้ม แววตาไหววับด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจำแนกได้ว่ามันคือความเศร้า ความเย้ยหยัน หรือความเสน่หา
"คุณคิดว่ามนุษย์เราเลือกเกิดได้หรือครับ ศตวรรษ?" รินทร์เอ่ยตอบ เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบยามวิกาล "ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและอาคม คนอ่อนแออย่างเรามีทางเลือกไม่มากนักหรอก... ระหว่างการเป็นเครื่องสังเถียง หรือการเป็นคนกุมมีดเสียเอง"
"และคุณเลือกที่จะถือมีด" ศตวรรษแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาความจริง "คุณเข้ามาใกล้ชิดผม ทำงานร่วมกับผม ไขปริศนาทีละเปลาะ... ทั้งหมดนี้คือการไถ่บาป หรือเป็นเพียงแค่การเล่นละครฉากใหญ่เพื่อจับตาดูเหยื่อที่ไม่ยอมตายกันแน่?"
มือบางของรินทร์เอื้อมออกไปแตะลงบนปกเสื้อสูทของศตวรรษอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวลากผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีอย่างเชื่องช้าและจงใจยั่วยวน แรงสัมผัสนั้นสร้างกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วาบไปทั่วแผ่นหลังของชายหนุ่ม แม้ว่าสมองส่วนลึกจะร้องเตือนถึงอันตราย แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อความใกล้ชิดนี้อย่างน่ารังเกียจ
"ถ้าผมต้องการจะฆ่าคุณ ศตวรรษ... คุณคงไม่มีชีวิตอยู่มาถึงวินาทีนี้เพื่อยืนตั้งคำถามกับผมหรอกครับ" รินทร์กระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน "บางที... สิ่งที่คุณพยายามตามหาคำตอบมาตลอดชีวิต อาจไม่ใช่ความจริงที่น่าเกลียดนั่นหรอก แต่เป็นเพราะคุณกลัวที่จะยอมรับต่างหาก ว่าคุณกับผมเรามาจากนรกขุมเดียวกัน"
ศตวรรษนิ่งงัน คำพูดของเธอแทงทะลุเกราะป้องกันทางตรรกะที่เขาสร้างขึ้นมานานปี บาดแผลในอดีตจากการสูญเสียครอบครัวกรีดลึกขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเขาร้อนผ่าวด้วยเพลิงโทสะและความปรารถนาที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก มือหนาคว้าจับข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น บีบพอให้รู้ว่าเขาไม่ใช่เหยื่อที่ยอมให้ล่าฝ่ายเดียว
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่ผมเผชิญ..." ศตวรรษเค้นเสียงลอดไรฟัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความโหยหาปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ นี้
รินทร์ยิ้มรับ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่หาอันตรายและหยาดหยดความท้าทาย เธอยังคงไม่ถอยหนี กลับเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน
ก่อนที่บรรยากาศจะเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานจากบันไดหินด้านบน ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกันและแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางช่องประตูห้องใต้ดิน
ทั้งสองผละออกจากกันทันทีราวกับต้องกระแสไฟฟ้า ศตวรรษหันไปคว้าปืนพกขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่รินทร์ถอยไปยืนชิดผนังมืด พร้อมกับหยิบแผ่นยันต์สีแดงฉานขึ้นมาถือไว้ในมือ รอยยิ้มเย้ายวนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยแววตาเฉียบคมของนักล่าที่พร้อมเผชิญหน้า
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกปิดตาย เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้า พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งเป็นจังหวะที่คุ้นเคย—จังหวะการเคาะของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 23
รอยแยกในความไว้วางใจ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!