กลิ่นอายของคราบน้ำมันเครื่องผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของคลังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยามวิกาล ช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้คลื่นไส้พะอืดพะอม แต่สำหรับศตวรรษแล้ว มันคือกลิ่นของความล้มเหลวที่กำลังลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
"เราพลาด..."
เสียงกระซิบที่ลอยลอดไรฟันของศตวรรษดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงหอบหายใจของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เพิ่งพังประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไป แต่สิ่งที่พวกเขากลับพบเจอ มีเพียงความว่างเปล่าและคราบอักขระอาคมสีชาดที่ยังคงส่งไอความร้อนระอุอยู่บนพื้นคอนกรีต
รินทร์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงมืดทึบด้วยท่าทีนิ่งสงบ รองเท้าส้นสูงของเธอส่งเสียงกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะ เธอปรายตามองยันต์กระดาษสาที่ถูกฉีกทิ้งไว้เกลื่อนกราด รอยยิ้มบางเบาแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"คุณคิดจริงๆ หรือครับศตวรรษ ว่าคนระดับ 'อาจารย์บูรพา' จะรอให้คุณเอาตรวนเหล็กมาสวมข้อมือในสถานที่อับทึบแบบนี้" รินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ขณะที่สายตาสีเข้มคมกริบหันมาสบประสานกับดวงตาคู่คมของเขาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ
ศตวรรษไม่ตอบทันที เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง แสงไฟฉาบฉายจากกระบอกไฟฉายเผยให้เห็นร่องรอยการเผาไหม้ของเอกสารลับและคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความพยายามตลอดสามเดือนเต็มในการแกะรอยเครือข่ายไสยเวทสีเทาที่ใช้บังหน้าด้วยมูลนิธิการกุศล พังทลายลงในพริบตาเพียงเพราะช่องโหว่ทางกฎหมายและการข่าวที่รั่วไหล
"เขาไม่ได้หนีรอดไปเพราะความบังเอิญหรอกครับรินทร์..." ศตวรรษหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อยจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่เจือจางด้วยกลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาจากตัวเธอลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "แต่มีใครบางคนในทีมของเรา... ส่งสัญญาณให้มันรู้ตัวก่อนที่ชุดจู่โจมจะเคลื่อนพล"
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงอยู่ แต่นัยน์ตาของเธอกลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก เธอยกมือเรียวขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขา ปัดฝุ่นละอองจางๆ ออกให้อย่างถือวิสาสะ
"ระแวงแม้กระทั่งเงาของตัวเอง... สมกับเป็นนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะดีแททนะครับ ศตวรรษ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างใบหูของเขา "แต่บางครั้ง การมัวแต่จับผิดคนรอบตัว ก็ทำให้คุณมองข้าม 'ประตู' บานที่เปิดรอต้อนรับคุณอยู่ตรงหน้า"
ศตวรรษจับข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เพียงพอที่จะแสดงออกถึงการควบคุมและการเผชิญหน้า มืออุ่นจัดของเขากุมทับข้อมือเธอไว้ ขณะที่สายตาคมกลาปมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านหมอกแห่งเล่ห์กล
"ประตูบานไหนรินทร์... ประตูที่นำไปสู่ความตายของเหยื่อรายต่อไปอย่างนั้นหรือครับ?"
"ความตายไม่ใช่จุดจบหรอกครับศตวรรษ..." รินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเซ็กซี่แต่เยือกเย็นจนน่าขนลุก "มันเป็นเพียงแค่... บทเริ่มต้นของพิธีกรรมที่สมบูรณ์ต่างหาก"
สิ้นเสียงของเธอ สัญญาณเตือนภัยไฟไหม้สีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งโกดัง เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับกลุ่มควันสีดำทึบที่พวยพุ่งขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน กลิ่นเหม็นไหม้ของสารเคมีและกลิ่นคาวเลือดตีรวนขึ้นมาในอากาศอย่างรวดเร็ว
"ท่านสารวัตร! พบวัตถุต้องสงสัยที่ห้องควบคุมครับ!" เสียงตะโกนของนายตำรวจลูกน้องดังแทรกผ่านความโกลาหลเข้ามา ศตวรรษละสายตาจากรินทร์อย่างไม่เต็มใจนัก เขากัดฟันกรอดก่อนจะปล่อยมือจากเธอแล้วพุ่งตัวตามเสียงเรียกนั้นไปทันที
ภายใต้แสงไฟกะพริบสีแดงฉานของสัญญาณเตือนภัย ศตวรรษถีบประตูห้องควบคุมบดบังสายตาที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาให้เปิดออก กลิ่นฉุนรุนแรงของฟอร์มาลีนพุ่งปะทะเข้าจมูกจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้า สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นร่างไร้ลมหายใจของสายลับนอกเครื่องแบบที่ถูกส่งเข้ามาสืบราชการลับเมื่อสองวันก่อน ร่างนั้นถูกตรึงติดไว้กับผนังด้วยตะปูสังฆวานรขนาดใหญ่ อกซ้ายถูกควักออกไปอย่างไร้ความปรานี และบนพื้นเบื้องล่าง เลือดสดๆ ถูกละเลงเขียนเป็นประโยคคำเตือนขนาดใหญ่ด้วยลายมือที่คุ้นตา
*‘ความรู้ที่ปราศจากศรัทธา ก็เป็นเพียงแค่เหยื่อรอวันเชือด... พบกันใหม่ในคืนจันทร์ดับ, ศตวรรษ’*
ศตวรรษยืนนิ่งค้างอยู่หน้าภาพอันน่าสยดสยองนั้น ลลมหายใจของเขาติดขัดชั่วขณะ ความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กที่ครอบครัวของเขาเคยถูกกระทำด้วยพิธีกรรมทำนองเดียวกันนี้พรั่งพรูขึ้นมาในหัวราวกับภาพรีเพลย์
ในจังหวะที่ความเงียบงันและความหวาดระแวงกำลังบีบคั้นประสาทสัมผัส เสียงฝีเท้าเบาหวิวคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของปลายโลหะบางอย่างที่แนบชิดอยู่บริเวณต้นคอของเขา
"อย่าขยับนะครับ... คนเก่ง" เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังกระซิบแผ่วเบarชิดริมหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอของเขา "บางที... คนที่ตลบหลังคุณ อาจจะยืนอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิดก็ได้นะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 22
การล้อมจับที่ล้มเหลว
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!