รสชาติของเลือดฝาดที่ซึมอยู่มุมปากศตวรรษไม่ได้มาจากรอยแผลภายนอก หากแต่เกิดจากการกัดกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แผ่ซ่านไปตามเส้นประสาททุกเส้น ท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ระบายน้ำร้าง กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและซากอินทรีย์ผสมปนเปกับกลิ่นจางๆ ของธูปโบราณและกำยาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของรินทร์—หญิงสาวผู้กำลังกุมข้อมือเขาไว้แน่น แรงดึงจากปลายนิ้วเรียวที่เย็นเฉียบราวกับคนไร้2ชีพเปรียบเสมือนสมอเรือที่ฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของเขาให้ยังคงอยู่กับปัจจุบัน ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงคำรามต่ำในลำคอของ "พวกมัน" กำลังสะท้อนก้องกังวานใกล้เข้ามาทุกที
"ถ้าไม่อยากให้สมองอันปราดเปรื่องของคุณกลายเป็นอาหารของอาคมชั้นต่ำ ก็ก้าวเท้าให้เร็วกว่านี้หน่อยครับ นักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะ"
เสียงกระซิบกระผ่าวของรินทร์ลอดผ่านความมืดมาอย่างเยือกเย็นและเย้ายวนในคราวเดียวกัน แฝงไว้ด้วยกระแสความกดดันที่ทำให้ศตวรรษต้องขยับตัวฝ่าความมืดตามแรงจูงใจของเธอไปอย่างเสียไม่ได้ แม้ในใจเขาจะเต็มไปด้วยคำถามนับร้อยเกี่ยวกับสถานะของเธอ และความเคลือบแคลงว่าเหตุใดสถาปนิกสาวผู้มีดีกรีเรียนจบนอกจึงเชี่ยวชาญเส้นทางหนีทีไล่ที่แม้แต่แผนที่ทางราชการก็ยังไม่ปรากฏ
สัญชาตญาณความเป็นนักวิชาการบอกให้ศตวรรษปฏิเสธความช่วยเหลือจากคนที่มีส่วนพัวพันกับไสยเวทสายมืด แต่ความเป็นจริงภายใต้สถานการณ์คอขาดบาดตายนี้บังคับให้เขาต้องฝากชีวิตไว้กับความลึกลับที่เดินอยู่เบื้องหน้า รินทร์หยุดชะงักกะทันหันจนร่างสูงเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังบางที่ภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำนั้นซ่อนเร้นรอยแผลเป็นจากอักขระโบราณไว้ เธอแตะปลายนิ้วลงบนผนังอิฐมอญชื้นแฉะ ท่องคาถาพพึมพำด้วยภาษาถิ่นโบราณที่ทำให้บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวราวกับอากาศถูกความร้อนแผดเผา
พลันนั้น ผนังอิฐตรงหน้าก็เกิดรอยแยกแผ่ขยายออกเป็นช่องว่างมืดสนิท กลิ่นหอมเย็นประหลาดคล้ายดอกไม้ป่าที่บานยามราตรีพวยพุ่งออกมาตัดกับกลิ่นเหม็นเน่าของท่อระบายน้ำอย่างสิ้นเชิง
"ที่นี่คือ..." ศตวรรษขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่ลงด้วยความระแวงขณะมองผ่านช่องว่างนั้นเข้าไป
"เขตอภัยทานของคนตายและคนเป็น" รินทร์หันกลับมาสบตาเขา แสงสลัวจากปลายอุโมงค์สะท้อนประกายวาววับในดวงตาคู่สวยที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก "สถานที่ที่กฎหมายของมนุษย์เอื้อมไม่ถึง และอาคมของพวกมันก็ไม่มีอำนาจมากพอจะก้าวก่าย... เข้ามาสistครับ ถ้าคุณไม่อยากให้กระดูกของคุณถูกนำไปทำเป็นเครื่องรางในพิธีบูชาถัดไป"
แรงผลักเบาๆ ที่อกเสื้อทำให้ศตวรรษต้องก้าวผ่านธรณีประตูที่มองไม่เห็นเข้าไป ร่างของเขาร่วงหล่นลงบนพื้นหญ้านุ่มชื้นโดยปราศจากแรงกระแทก ก่อนที่ช่องว่างนั้นจะปิดสนิทลงอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของกลุ่มผู้ไล่ล่าให้อุดอู้และห่างไกลออกไปราวกับอยู่คนละโลก
บรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์อย่างศตวรรษได้ไม่น้อย ที่นี่คือซากโบราณสถานขนาดเล็กที่ถูกโอบล้อมด้วยรากไทรโบราณขนาดมหึมา แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมจนกลายเป็นโดมธรรมชาติป้องกันแสงและเสียงจากโลกภายนอก ตรงกลางมีบ่อน้ำโบราณที่ผิวน้ำนิ่งสนิทราวกับกระจกสะท้อนแสงเรืองรองสีครามจางๆ จากหินเรืองแสงที่ฝังอยู่ตามผนังถ้ำธรรมชาติ
รินทร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโขดหินใกล้กับบ่อน้ำ ลมหายใจของเธอยังคงสม่ำเสมอแม้จะเพิ่งผ่านการหลบหนีที่ใช้พลังงานมหาศาล เธอยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ทำให้ศตวรรษรู้สึกทั้งอันตรายและละสายตาไม่ได้ในเวลาเดียวกัน
"คุณดูไม่ประหลาดใจเลยนะที่เห็นสถานที่แบบนี้" ศตวรรษเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดัน เขาเดินเข้าไปยืนใกล้บ่อน้ำ ทิ้งระยะห่างจากเธอพอสมควรเพื่อรักษาอาณาเขตทางจิตวิทยา
"ความรู้ทางมานุษยวิทยาของคุณสอนให้คุณเชื่อเฉพาะสิ่งที่พิสูจน์ได้ แต่มันกลับจำกัดกรอบการมองเห็นความจริงที่เก่าแก่กว่าประวัติศาสตร์ลายลักษณ์อักษรเสียอีกครับ คุณศตวรรษ" รินทร์เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ทุกอากัปกิริยาของชายหนุ่ม "คุณคิดว่าเราหนีพ้นมาได้เพราะความบังเอิญหรือครับ?"
"ผมเชื่อในเหตุและผล การกระทำทุกอย่างมีต้นทุนและเป้าหมาย" ศตวรรษตอบกลับทันควัน สายตาคมกริบมองสบเธอนิ่ง "เช่นเดียวกับที่คุณช่วยผม... มันไม่ใช่ความเมตตาปรานีอย่างแน่นอน รินทร์ คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่? หรือการลากผมมาที่หลุมหลบภัยไสยเวทนี่ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่คุณใช้เพื่อเข้าถึงสมุดบันทึกของอาจารย์ผม?"
รินทร์หัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นกังวานก้องไปทั่วโถงถ้ำธรรมชาติ ให้ความรู้สึกยะเยือกแต่ก็ชวนหลงใหลในคราวเดียวกัน เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สาวเท้าเข้ามาใกล้ชายหนุ่มทีละน้อย จนกลิ่นกายหอมละมุนผสมกลิ่นอายความลี้ลับเริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเขา
"คุณนี่ช่างระแวดระวังสมกับเป็นนักวิทยาศาสตร์เสียจริง..." เธอกระซิบแผ่วเบา หยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ "คุณคิดว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นมีค่าพอจะแลกกับการเอาชีวิตไปเสี่ยงกับสภาวะจิตวิญญาณที่บิดเบี้ยวของพวกสายดำหรือครับ? ถ้าฉันต้องการแค่สมุดเล่มนั้น ฉันคงปล่อยให้คุณตายในห้องทำงานตั้งแต่วันแรกแล้ว"
ศตวรรษไม่ถอยหนี เขายังคงยืนหยัดเผชิญหน้ากับเธออย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของหญิงสาว "งั้นก็อธิบายมาสิครับ ว่าทำไมคุณถึงต้องเอาตัวเข้ามาพัวพันกับคดีฆาตกรรมบูชายัญนี้ และทำไมคุณถึงต้องปกป้องผม"
รินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป เหลือเพียงแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจังจนน่ากลัว เธอยื่นปลายนิ้วออกไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของศตวรรษ ราวกับจะสำรวจร่องรอยการต่อสู้เมื่อครู่
"เพราะคุณกับฉันกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งเดียวกัน... ศตวรรษ" เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง "รอยสักอักขระบนศพเหยื่อทุกราย ไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรโรคจิตธรรมดา แต่มันคือการ 'ปลุก' บางสิ่งที่ตระกูลของฉันและตระกูลของอาจารย์คุณร่วมกันผนึกไว้เมื่อสามสิบปีก่อน... และตอนนี้ ตราบใดที่ยังไม่มีเครื่องสังเวยชิ้นสุดท้าย สมุดบันทึกเล่มนั้นกับตัวคุณ คือกุญแจดอกเดียวที่จะหยุดมันได้"
ศตวรรษนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ คำพูดของเธอกระทบเข้ากับความทรงจำในวัยเด็กที่เขาพยายามฝังกลบไว้ ภาพของบิดามารดาที่นอนไร้ลมหายใจท่ามกลางพิธีกรรมประหลาดผุดขึ้นมาในหัว ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะถูกระงับไว้ด้วยความเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต
ก่อนที่ศตวรรษจะได้เอ่ยปากซักถามข้อสงสัยที่กำลังประเดประดอนเข้ามาในสมอง เสียงฝีเท้าฝีเท้าแผ่วเบาแต่ชัดเจนก็ดังขึ้นจากผิวน้ำในบ่อน้ำโบราณเบื้องหลังพวกเขา
ทั้งสองคนชะงักกึก รินทร์ดึงศตวรรษให้ถอยหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคม
ผิวน้ำนิ่งสนิทที่เคยสะท้อนแสงเรืองรอง บัดนี้เกิดระลอกคลื่นสีดำสนิทแผ่ขยายวงกว้างขึ้น ราวกับมีบางสิ่งกำลังแหวกว่ายขึ้นมาจากก้นบึงที่ลึกที่สุด น้ำในบ่อเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างของใครบางคนจะค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากผิวน้ำ
ศตวรรษเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลที่ยืนหยัดขึ้นมาจากบ่อน้ำไสยเวทกลางถ้ำลับแลแห่งนี้... คือตัวเขาเองในวัยเด็กที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 26
การหลบหนีในเงามืด
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!