ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 27

คำสัญญาใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบน้ำมันเครื่องผสมปนเปอยู่ในอากาศอับชื้นภายในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์โบราณคดี แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนดวงเดียวที่กะพริบติดๆ ดับๆ ส่องให้เห็นร่างของศตวรรษที่กำลังใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางสัมผัสร่องรอยอักขระโบราณบนแผ่นศิลา ทว่าสมาธิของเขาไม่ได้อยู่กับวัตถุตรงหน้าเสียแล้ว เมื่อเสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่คุ้นเคยดังขึ้นที่มุมมืดด้านหลัง "คุณไม่ควรอยู่ที่นี่คนเดียวในเวลานี้ ศตวรรษ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือความเย้ายวนและเตือนสลายในคราวเดียวกันลอยมา รินทร์ก้าวออกจากเงาอับชื้น ร่างระหงภายใต้เสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มดูราวกับกลืนหายไปกับความเร้นลับของสถานที่แห่งนั้น เธอหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายหอมเย็นยะเยือกคล้ายดอกไม้ป่าในยามวิกาลโชยปะทะนาสิกของนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะ ศตวรรษค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ถอดถุงมือออกอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหันไปมองสถาปนิกสาวผู้กุมความลับครึ่งหนึ่งของคดีนี้ "ความจริงแล้ว ผมคิดว่าสถานที่แห่งนี้ปลอดภัยกว่าการปล่อยให้คุณเดินลอยชายอยู่ท่ามกลางเงาของตระกูลตัวเองเสียอีก รินทร์" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสความห่วงใยที่เขาเองก็พยายามซ่อนไว้ไม่มิด รินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันโชคชะตา เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนศตวรรษต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางตำราโบราณ ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีเหลือ "ปลอดภัยหรือครับ? คุณก็น่าจะรู้ดีที่สุด ศตวรรษ ว่าไม่มีที่ไหนในโลกนี้ปลอดภัยสำหรับคนที่มีสายเลือดต้องคำสาปอย่างฉัน... และยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ เมื่อคนๆ นั้นคือคุณ" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอไหววูบราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ทว่ามีความดื้อรั้นและเปราะบางซ่อนอยู่ลึกๆ ปมในใจที่รินทร์แบกรับมาตลอดชีวิต—ฐานะทายาทตระกูลหมอผีที่ถูกรุมทึ้งด้วยอำนาจมืดและความคาดหวังของบรรพบุรุษ—กำลังกัดกินเธอจากภายใน และศตวรรษคือคนเดียวที่มองเห็นรอยแตกสลายนั้น แม้ว่าอุดมการณ์ของพวกเขาจะอยู่คนละขั้ว ฝ่ายหนึ่งเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และมานุษยวิทยาเพื่อลบล้างความงมงาย แต่อีกฝ่ายกลับต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางไสยเวทและอาคมที่พร้อมจะกลืนกินวิญญาณ "คุณกำลังแบกรับสิ่งที่เกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว รินทร์" ศตวรรษเอ่ยเสียงพร่า เขาเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าเนียนนุ่มของเธออย่างลืมตัว "ทำไมคุณถึงไม่ยอมปล่อยวาง... ทำไมต้องยอมให้พันธนาการพวกนั้นทำลายชีวิตคุณ" รินทร์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเมื่อสัมผัสไออุ่นจากมือของชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในเหตุผล แต่วันนี้ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาเนิ่นนานกลับพังทลายลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งของเขา "เพราะถ้าฉันปล่อยวาง... ฉันก็จะไม่มีอะไรเหลือเลย แม้กระทั่งตัวตนที่ผูกพันอยู่กับคำสาปนี้" หยดน้ำใสเอ่อคลอieหน่วยตาของหญิงสาว แต่มันไม่มีความอ่อนแอ มีเพียงความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมาเนิ่นนาน "คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก ศตวรรษ... โลกของคุณมีแต่เหตุผลและตรรกะ แต่โลกของฉันมีแต่ความตายและวิญญาณที่รอการชำระแค้น" "ผมเข้าใจ" ศตวรรษสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนรินทร์ต้องหยุดหายใจ "ผมเข้าใจดีกว่าใครทั้งหมด... เพราะวันที่ผมสูญเสียครอบครัวไปกับพิธีกรรมบ้าๆ นั่น โลกของผมก็พังทลายไม่ต่างจากคุณ รินทร์" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันในความสลัว การเปิดใจถึงปมในอดีตที่ทั้งคู่ต่างปิดตายมาตลอดถูกเปิดเผยออก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและอาคม บาดแผลทางใจของคนทั้งสองกลับดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง ราวกับขั้วแม่เหล็กคนละขั้วที่ถูกบังคับให้เข้าใกล้ รินทร์ขยับเข้ามาใกล้จนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา เธอยกมือขึ้นสัมผัสรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของศตวรรษอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย้ายวนแต่นุ่มนวลนี้ทำให้เลือดในกายของนักมานุษยวิทยาหนุ่มสูบฉีดอย่างรวดเร็ว "ถ้าอย่างนั้น..." รินทร์กระซิบชิดริมฝีปากของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "ถ้าคุณเข้าใจความมืดมิดของฉัน... ทำไมคุณถึงยังดึงดันที่จะดึงฉันกลับมาสู่แสงสว่างล่ะคะ... อ้อ, ขอโทษทีครับ... สว่างแบบของคุณ?" ศตวรรษไม่ตอบคำพูดหยอกเย้านั้น มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ความสัมพันธ์สีเทาที่ก้ำกึ่งระหว่างมิตร ศัตรู และคนรัก พุ่งถึงขีดAกดดัน "เพราะผมตระหนักดีแล้วว่า..." ศตวรรษก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำและเซ็กซี่สะท้อนก้องในความเงียบ "แสงสว่างเดียวที่ผมต้องการ... คือการได้ดึงคุณออกมาจากความมืดนั้น แม้ว่าผมจะต้องแลกด้วยวิญญาณของตัวเองก็ตาม" ริมฝีปากของเขาทาบทับลงมาบนเรียวปากอิ่มของรินทร์อย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงและเผยอปากรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ จูบที่เต็มไปด้วยรสชาติของความเจ็บปวด ความลึกลับ และความปรารถนาอันลึกซึ้ง ท่ามกลางอักขระอาคมบนผนังที่ราวกับกำลังเรืองแสงตอบรับอารมณ์ของคนทั้งคู่ ทว่า... ในวินาทีที่ความรู้สึกยอมรับซึ่งกันและกันกำลังถึงจุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ลากยาวอย่างผิดธรรมชาติก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน ตามด้วยเสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดัง *กริ๊ก* ศตวรรษผละออกจากริมฝีปากของรินทร์อย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณมืออาชีพตื่นตัวเต็มที่ เขาดึงรินทร์มาหลบหลังแผงบังตา พร้อมกับชักมีดอาคมพกพาออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้า เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นขอบประตูลงมา ร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิท และในมือไม่ได้ถืออาวุธธรรมดา แต่เป็นกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่สลักอักขระเลือด ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งไปทั่วห้อง และก่อนที่ศตวรรษจะได้ทันเอ่ยปากถาม บุคคลปริศนาก็โยนวัตถุลึกลงมาตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ส่งตรงมาจากความมืด "คิดว่ามีความสุขใต้แสงจันทร์กันอยู่หรือครับ... น่าเสียดาย ที่พิธีกรรม 'สัปปะดน' ของพวกคุณ... มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%