ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 14

เงาที่ตามติด

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับของกระดาษโบราณและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืด มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากไฟฉายแรงสูงที่ศตวรรษใช้กวาดไปตามผนังปูนเปลือยของชั้นใต้ดินตึกร้าง "เรากำลังเดินเข้าไปในหลุมพรางที่พวกมันขุดรอไว้... คุณรู้ตัวใช่ไหมศตวรรษ" เสียงกระซิบของรินทร์ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหลัง เธอยืนพิงเสาปูน ห่อไหล่เล็กน้อยภายใต้เสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้ม ทว่าดวงตากลับพินิจพิเคราะห์ร่องรอยของอักขระที่ถูกขูดลบออกด้วยกรดอย่างใจเย็น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าเจือจางลอยปะปนกับกลิ่นอับชื้น สร้างบรรยากาศที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะท่ามกลางความตายที่รายล้อม "ถ้าเราไม่เดินเข้ามา หลุมพรางนั้นก็จะถูกขุดไว้ฝังเราอยู่ดี" ศตวรรษตอบเสียงเรียบ สายตาไม่ละไปจากรอยแผลเป็นบนผนังคอนกรีต ซึ่งเคยเป็นยันต์คุ้ม ภัยชั้นสูงของตระกูลหมอผีโบราณ "คนที่ลบมันออกไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหลักฐาน... แต่มมันกำลังประกาศว่าพวกมันรู้ว่าเรากำลังหาอะไรอยู่" ศตวรรษขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียายาวภายใต้ถุงมือหนังลูบไล้ร่องรอยความร้อนบนผิวปูน อาคมสายดำที่ถูกใช้ชำระล้างสถานที่แห่งนี้มีความรุนแรงเกินกว่าจะเป็นฝีมือของฆาตกรทั่วไป มันคือร่องรอยของ "พิธีกรรมปิดปาก" เพื่อไม่ให้วิญญาณหรือความจริงหลุดรอดจากปากคำของผู้ที่ล่วงลับ "ระวังตัวด้วยครับ" ศตวรรษเอ่ยเตือนเสียงต่ำ ขณะที่ดึงมีดหมอโบราณออกจากซองพกข้างเอว ความเย็นเฉียบของเหล็กกล้าตัดกับความร้อนรุ่มในอก "ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ... เอ้ย... ครับ" รินทร์หลุดยิ้มมุมปากที่ริมฝีปากอิ่ม แม้ในสถานการณ์เป็นตาย เธอก็ยังไม่วายส่งสายตาท้าทายที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนอันตรายมาให้ "ฉันดูแลตัวเองได้ดีกว่าปล่อยให้คุณมาปกป้องแน่ๆ" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดและดึงดูดกันอย่างประหลาด ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างผู้ร่วมมือและศัตรูทางอุดมการณ์ ทำให้ทุกย่างก้าวมีความหมายมากกว่าการสืบสวน ศตวรรษเป็นตัวแทนของวิทยาศาสตร์และตรรกะที่พยายามจัดระเบียบความบ้าคลั่งของโลกไสยเวท ขณะที่รินทร์คือผู้ที่ต้องคำสาปและว่ายวนอยู่ในวังวนนั้นมาตั้งแต่เกิด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็สะท้อนก้องมาจากทางบันไดหนีไฟด้านบน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงวิ่งไล่ล่า แต่เป็นเสียงจังหวะรองเท้าคอมแบตที่เดินลงมาอย่างใจเย็น ราวกับผู้ล่าที่รู้ว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น รินทร์ขยับตัวเข้ามาชิดแผ่นหลังของศตวรรษโดยสัญชาตญาณ ไออุ่นจากร่างกายของเธอแนบชิดกับเสื้อแจ็คเก็ตของเขา ส่งผ่านความตื่นตัวที่ระคนความหวาดหวั่น "พวกมันมากันเร็วกว่าที่คาด" รินทร์กระซิบชิดใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนศตวรรษต้องขบกรามแน่นเพื่อควบคุมสมาธิ "ทางออกด้านหลังถูกเชื่อมตายด้วยแม่กุญแจเหล็กกล้า... เราติดกับแล้ว ศตวรรษ" ศตวรรษไม่ตอบ เขาดับไฟฉายในมือทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่สายตาจะเริ่มปรับให้คุ้นชินกับแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่ ร่างเงาทึบสามร่างยืนตระหง่านอยู่หลังบานประตู พร้อมกับเสียงโลหะขูดขีดกันที่ดังแสบแก้วหู *แกร๊ก... โครม!* บานประตูเหล็กถูกพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ฝุ่นปูนฟุ้งกระจาย แสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงกวาดส่องเข้ามาในความมืดเพื่อค้นหาเป้าหมาย ศตวรรษดึงรินทร์ให้หลบหลังเสาต้นใหญ่ทันที ปลายกระบอกปืนติดเก็บเสียงสะท้อนแสงวับวาวในความมืด มือมืดกลุ่มนี้ไม่ได้มาเพื่อเจรจา และพวกมันไม่ได้ต้องการแค่ขัดขวาง แต่ตั้งใจจะ "เก็บกวาด" ทุกคนที่เข้าใกล้ความลับของคดีฆาตกรรมพิธีกรรมนี้ให้สิ้นซาก "แยกกันตรงนี้ คุณไปทางท่อระบายน้ำเก่า ส่วนผมจะล่อพวกมันเอง" ศตวรรษกระซิบสั่งเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และไร้ซึ่งความลังเล "ไม่... ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่" รินทร์ปฏิเสธทันควัน มือเรียวคว้าชายเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัว ท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ทุกที ความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพพุ่งพล่านขึ้นมาในอกของทั้งคู่ "เชื่อใจผมสิครับ รินทร์" ศตวรรษมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะดึงมือเธอออกเบาๆ แล้วก้าวออกไปจากเสาเพื่อดึงดูดความสนใจของมือปืน เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ฟึบ!* นัดแรกเฉียดไหล่ของศตวรรษไปอย่างฉิวเฉียด ฝุ่นปูนแตกกระจาย เขากลิ้งตัวหลบหลังลังไม้เก่า พร้อมกับสวนกลับด้วยการปาวัตถุบางอย่างลงพื้นจนเกิดควันหนาทึบพรางตา ร่างของศตวรรษหายลับไปในกลุ่มควันสีขาว ขณะที่เสียงตะโกนภาษาต่างถิ่นดังขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว รินทร์กัดริมฝีปากแน่น เธอย่อตัวลงคลานไปตามมุมมืดเพื่อหาทางออก แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะพ้นขอบประตูทางระบายน้ำ มือใหญ่คู่หนึ่งก็คว้าเข้าที่ข้อเท้าของเธออย่างรวดเร็วและกระชากเธอล้มลงกับพื้น! รินทร์กรีดร้องเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ซ่อนอยู่ในเงา ลำกล้องปืนเย็นเฉียบจ่อตรงมาที่หน้าผากของเธอ และก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปาก ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นรอยสักรูปงูกินหางที่ข้อมือของมือสังหาร—มันคือสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักของบิดาเธอที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกสาวตัวน้อย" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นหลังหน้ากากผ้า โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%