คราบโลหิตบนใบมีดหมอโบราณไม่ได้ส่งกลิ่นคาวคลุ้งอย่างที่ควรจะเป็น มันส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนคล้ายยางไม้จันทน์ผสมกลิ่นอายความตาย—กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของพิธีกรรม "เบิกเนตรทมิฬ" ที่ศตวรรษคุ้นเคยดีจากตำรามานุษยวิทยาอาชญากรรม แต่การได้มาสัมผัสของจริงในห้องทำงานส่วนตัวของรินทร์ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ยามเที่ยงคืนเช่นนี้ มันให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปราวฟ้ากับเหว
"คุณวางใจเกินไปแล้ว ศตวรรษ"
เสียงหวานทุ้มกระซิบแผ่วมาจากมุมมืดของห้อง รินทร์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาปูนเปลือย ชุดสูทสีเข้มยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานหนัก แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียวสวยคู่นั้นสะท้อนประกายความเย้ยหยันและรetรัญจวนในเวลาเดียวกัน มือเรียวบางถือแก้ววิสกี้ที่ละลายด้วยน้ำแข็งเพียงก้อนเดียว ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยแผนผังอาคมโบราณ
ศตวรรษยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานนั้น ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีต ดวงตาสีนิลคู่คมกริบมองสบกับหญิงสาวอย่างไม่หลบเลี่ยง เขากำลังถือแผ่นยันต์หนังมนุษย์ที่เพิ่งงัดออกมาจากใต้พื้นกระเบื้อง—หลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงตระกูลเก่าแก่ของเธอเข้ากับการฆาตกรรมต่อเนื่องสามศพที่ผ่านมา
"ผมไม่ได้วางใจ รินทร์" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และราบเรียบ "ผมแค่มั่นใจว่า... คนฉลาดอย่างคุณ จะไม่ทิ้งหมากตัวนี้ไว้ให้ผมเจอโดยบังเอิญหรอกถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจ"
รินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเซ็กซี่แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำที่เธอใช้
"คุณนี่มัน... มองโลกด้วยตรรกะที่น่าเบื่อเสียจริง" รินทร์โน้มใบเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับปลายคางของชายหนุ่ม นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปลายกระบอกปืนสั้นสีดำที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเขาอย่างถือวิสาสะ "คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกนี้ต้องมีเหตุผล มีสมมติฐาน มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์... แล้วความรู้สึกที่กำลังฆ่าเราสองคนอยู่ตอนนี้ล่ะ ศตวรรษ มันใช้หลักการข้อไหนอธิบาย?"
ศตวรรษไม่ถอยหลังหนี เขากลับขยับเข้าประชิด รวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย จนแก้ววิสกี้ในมือรินทร์เกือบจะหล่นพื้น แววตาของนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดซ่อนเร้นของเธอ
"ความรู้สึกเหรอ?" ศตวรรษแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "มันเป็นแค่ปฏิกิริยาเคมีในสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยความอันตราย... และความโลภที่จะครอบครองความลับของอีกฝ่ายก็เท่านั้น รินทร์"
"ปากแข็ง..." รินทร์กระซิบชิดริมฝีปากของเขา แววตาดุดันแต่โหยหา "ถ้ามันเป็นแค่เคมี... ทำไมมือคุณถึงสั่นตอนที่ถือแผ่นยันต์แผ่นนั้น?"
ศตวรรษชะงัก ชายหนุ่มก้มมองมือข้างที่ถือแผ่นยันต์หนังมนุษย์ มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่มันสั่นเพราะความโกรธแค้นที่ถูกปลุกเร้า บาดแผลในวัยเด็กที่ครอบครัวของเขาต้องสังเวยให้กับพิธีกรรมไสยเวทบ้าๆ แบบนี้กำลังกรีดซ้ำลงมาในอก และคนที่ถือมีดกรีดแผลนั้น... ก็คือผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้
"คุณทรยศความเชื่อของตัวเอง รินทร์" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ความโกรธและความปรารถนาหลอมรวมกันเป็นความรุนแรงที่ยากจะควบคุม "คุณรู้ว่าอาคมพวกนี้มันพาไปสู่หายนะ ทำไมคุณยังใช้มัน?"
"เพราะบางครั้ง... การจะทำลายความมืด เราต้องยอมแปดเปื้อนเสียก่อน" รินทร์ตอบเสียงสั่นเครือ รอยยิ้มเย้ายวนเลือนหายไป แทนที่ด้วยร่องรอยของความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "คุณไม่เข้าใจหรอก ศตวรรษ ตระกูลของฉันถูกสาป... ถ้าฉันไม่ทำตามกฎของพวกมัน เลือดในตัวฉันก็จะแห้งเหือดและตายอย่างทรมาน คุณอยากเห็นฉันตายไหมล่ะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ ศตวรรษมองริมฝีปากที่สั่นระริกนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอย่างรุนแรง ระหว่างหน้าที่ในฐานะนักวิชาการผู้ผดุงความจริง กับแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เหนี่ยวรั้งเขากับฆาตกรสาวผู้นี้ไว้ด้วยกัน
มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของเธอ นิ้วเรียวขยี้ลงบนเส้นผมสีดำสนิท ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะโน้มลงประกบจูบกลีบปากนุ่มนั้นอย่างดุดันและเร่าร้อน
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์ เป็นการประลองกำลังทางจิตวิทยาที่ไร้ซึ่งการยอมจำนน รินทร์ส่งเสียงครางแผ่วในลำคอด้วยความพอใจ ก่อนจะตวัดเรียวลิ้นตอบรับรสสัมผัสที่ทั้งดิบเถื่อนและลึกล้ำ รสชาติของวิสกี้ผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากริมฝีปากที่ถูกขบเม้มจนแตก ทำให้จูบครั้งนี้ยิ่งทวีความเซ็กซี่และอันตรายเป็นทวีคูณ
มือของรินทร์จิกเข้าที่ไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน ขณะที่มืออีกข้างแอบเลื่อนไปหยิบมีดหมออาคมที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ศตวรรษรู้ตัวทันทีจากสัญชาตญาณมืออาชีพ แต่เขาเลือกที่จะไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้คมมีดเย็นเฉียบกรีดผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่จนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาว
ความเจ็บปวดแล่นริ้ว แต่มันกลับยิ่งเติมเชื้อไฟให้อารมณ์ดิบเถื่อนพุ่งพล่าน ศตวรรษถอนริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของเธอ หายใจหอบกระชั้น ดวงตาสีนิลจ้องมองใบหน้าสวยที่เปื้อนคราบน้ำตาและรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว
"คุณนี่มัน... อันตรายจริงๆ รินทร์" ศตวรรษกระซิบเสียงพร่า ชิดริมฝีปากเธอเพียงมิลลิเมตร
"คุณต่างหากที่กล้าเล่นกับไฟจนตัวไหม้" รินทร์หัวเราะเบาๆ ดวงตาพราวระยับด้วยชัยชนะ เธอยกมือข้างที่เปื้อนเลือดของเขาขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของตัวเอง ลิ้มรสชาติเลือดของชายหนุ่มด้วยท่าทางที่ยั่วยวนจนแทบขาดใจ "จำไว้ ศตวรรษ... รอยจูบที่เปื้อนเลือดนี้ คือสัญญาว่าคุณไม่มีวันหลุดพ้นจากวังวนของฉันได้อีกแล้ว"
ศตวรรษขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะเอ่ยปากโต้แย้งด้วยคำพูดเชือดเฉือนตามสไตล์ของเขา แต่ทว่า...
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ปิดสนิทดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล ศตวรรษและรินทร์ชะงักกุนซือ สัญชาตญาณนักล่าพุ่งพล่านขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที
รินทร์หุบยิ้มทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างที่ศตวรรษไม่เคยเห็นมาก่อน "ไม่ใช่คนของฉัน..." เธอกระซิบเสียงสั่น
ศตวรรษผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว มือขวาชักปืนสั้นออกจากซองข้างเอวขึ้นมาเล็งตรงไปยังความมืดนอกหน้าต่างทันที สายตาคมกวาดมองผ่านกระจกที่สะท้อนเงาห้องทำงาน แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระจกนั้น... กลับไม่ใช่เงาของพวกเขา
บนกระจกบานนั้น มีเงาสีดำทึบของร่างใครบางคนกำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังของศตวรรษ โดยที่ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีการเคลื่อนไหว และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เงาปริศนานั้นกำลังยกมือขึ้นถือมีดหมอเล่มเดียวกับที่วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉีกจนถึงใบหูบนกระจกเงา
"ระวัง!" รินทร์กรีดร้องลั่น แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 18
รอยจูบที่เปื้อนเลือด
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!