ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 6

กับดักในเขตปริมณฑล

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
“อย่าขยับ... ถ้าคุณไม่อยากให้เส้นเลือดที่คอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทภายในสามวินาที” เสียงของรินทร์ราบเรียบ หากแต่มันสั่นประสาทศตวรรษได้ยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องในที่เปลี่ยว กลิ่นกำยานจางๆ ที่ลอยมาจากร่างเพรียวบางของเธอในความมืดของห้องใต้โถงตึกเก่าเขตปริมณฑลนั้น ช่างย้อนแย้งกับความเย็นเยียบของอาคมที่กำลังแผ่ซ่านกดทับลงบนทรวงอกของเขาจนแทบหายใจไม่ออก ศตวรรษนิ่งค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะกล่องไม้โบราณที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของผนังชะงักงัน เขาไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่ประสบการณ์ในฐานะนักมานุษยวิทยาที่คลุกคลีกับความเชื่อมาค่อนชีวิตบอกเขาว่า สิ่งที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของไสยศาสตร์งมงาย แต่มันคือ ‘กลไก’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสังหารโดยเฉพาะ “คุณวางกับดักไว้ในที่ที่คนอย่างผมต้องเข้ามาหาจนได้สินะ รินทร์” ศตวรรษเค้นเสียงถาม ทั้งที่ในใจกำลังคำนวณทิศทางของยันต์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอากาศ รินทร์ก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างอาบไล้ใบหน้าคมสวยของเธอให้ดูราวกับรูปปั้นเทพธิดาที่ถูกสาป เธอไม่ได้มีท่าทีสะใจ ตรงกันข้าม แววตาคู่คมนั้นกลับมีความสับสนวูบไหวซ่อนอยู่ลึกๆ “ฉันไม่ได้วางกับดักเพื่อรอใครคนใดคนหนึ่ง ศตวรรษ... แต่นี่คืออาคมคุ้มครองตระกูลที่สืบทอดมา มันจะทำงานอัตโนมัติเมื่อมีคนพยายาม ‘รุกล้ำ’ ความลับที่บรรพบุรุษฉันปิดตายไว้” “แล้วทำไมถึงไม่ถอนมันทิ้ง?” เขาเลิกคิ้ว สายตาจับจ้องไปที่นิ้วเรียวยาวของเธอที่กำลังขยับเป็นจังหวะตามการเต้นของชีพจร “หรือคุณเองก็กลัวที่จะเปิดประตูบานนี้?” “เพราะถ้าฉันถอนมัน... คนที่จะตายคนแรกไม่ใช่คุณ แต่มันคือฉัน” รินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างเธอ “อาคมนี้ผูกติดกับดวงชะตาของทายาทสายเลือดเดียวที่เหลืออยู่” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ ศตวรรษสังเกตเห็นเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายบนหน้าผากของหญิงสาว ความเย่อหยิ่งของเธอดูเหมือนกำลังถูกทดสอบด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้น เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุดในชีวิต คือการก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะรู้ว่าอาคมนั้นพร้อมจะบดขยี้ร่างกายเขาให้แตกสลาย ทันทีที่เขาก้าวผ่านเขตแดนที่มองไม่เห็น แรงกระแทกมหาศาลราวกับถูกค้อนเหล็กฟาดเข้าที่อกก็ซัดร่างเขาจนล้มคว่ำลงกับพื้น ศตวรรษกระอักเลือดออกมาคำโต ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างเสมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท “ศตวรรษ!” รินทร์ถลาเข้ามาหาเขาโดยสัญชาตญาณ แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนก เธอใช้นิ้วแตะที่หน้าผากเขา ท่องมนต์เบาๆ ด้วยภาษาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันกลับมีความหมายที่ลึกซึ้งและเย้ายวนในความรู้สึก “ทำไม... ถึงไม่ยอมปล่อยให้ผมตาย?” เขาถามเสียงแผ่ว สบตากับเธออย่างท้าทาย ทั้งที่ความเจ็บปวดยังไม่จางหาย “ถ้าผมตาย... คุณก็จะเป็นอิสระจากความลับที่คอยรัดคอคุณอยู่นี่” รินทร์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของเธอกลายเป็นสิ่งเดียวที่เขารับรู้ในตอนนี้ เธอโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า “เพราะฉันยังไม่รู้ว่าข้างในกล่องนั่นมีอะไร... และที่สำคัญ ฉันไม่ยอมให้ใครที่ฉลาดเท่าคุณต้องมาจบชีวิตลงเพราะความผิดพลาดที่ฉันไม่ได้ก่อ” เธอกดมือลงบนแผ่นอกเขาแน่นขึ้น ความร้อนจากฝ่ามือเธอแผ่ซ่านเข้ามาแข่งกับความเย็นของอาคม ศตวรรษรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ—หรืออาจจะเป็นของเขาเอง—ที่กำลังประสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด “คุณบอกว่ามันคืออาคมตระกูล แต่นี่มันเหมือน... พลังงานที่ต้องการการตอบรับมากกว่านะ” ศตวรรษพยายามพยุงตัวขึ้นโดยมีรินทร์ช่วยประคอง เขาเหลือบมองไปที่กล่องไม้ใบนั้นอีกครั้ง ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นรอยจารึกที่ซ่อนอยู่ใต้ฝุ่นผงบนพื้นไม้ที่บิดเบี้ยว มันไม่ใช่ยันต์ป้องกันทั่วไป แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ต้องใช้ ‘เลือด’ ของคนสองตระกูลที่ขัดแย้งกันมานานเป็นตัวปลดล็อก เขามองรินทร์ สบตาที่เต็มไปด้วยคำถามและแรงดึงดูดที่แสนอันตราย “เราไม่มีทางเลือกแล้วรินทร์... จะปล่อยให้ความลับนี้ฆ่าเราตายในคืนนี้ หรือจะยอมเปื้อนเลือดเพื่อกระชากหน้ากากของคนที่บงการเรื่องทั้งหมดให้มันจบสิ้นลง” รินทร์มองเขาด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว ก่อนจะหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาจากซองหนังที่ต้นขา เธอไม่ได้ลังเลที่จะกรีดลงบนปลายนิ้วของตัวเองแล้วยื่นมาให้เขา ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะกุมมือนั้นไว้ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านนอก เสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่คอยติดตามเขามา... มันเป็นจังหวะการเดินของคนที่เขารู้จักดีเกินกว่าจะลืมลง “รินทร์... ใครบอกให้คุณพาเขามาที่นี่?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำเอาทั้งคู่ตัวแข็งทื่อ รินทร์หน้าซีดเผือดลงทันที ศตวรรษค่อยๆ หันกลับไปมองเงามืดที่ค่อยๆ เผยร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบ ผู้ซึ่งเป็นอดีตอาจารย์ที่ปรึกษาที่เขาทั้งนับถือและระแวงมาตลอดชีวิต “อาจารย์... ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ชายผู้นั้นขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่กลับเต็มไปด้วยความกระหายในอำนาจ “ฉันก็แค่มาดูให้แน่ใจว่า... ศัสตราอาคมชิ้นสุดท้ายของตระกูลคุณ จะถูกส่งมอบให้ ‘เจ้าของ’ ที่แท้จริงเสียที” ศตวรรษมองมือของรินทร์ที่ยังคงสั่นเทา ก่อนจะตระหนักได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้เป็นคนล่าความจริง... แต่พวกเขาเป็นเพียง ‘หมาก’ ในเกมการเมืองไสยเวทที่ใหญ่กว่าที่คิดมากนัก อรุณมนตราขาวหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์และปมปริศนาที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%