เข็มวินาทีบนนาฬิกาโครโนกราฟเรือนหรูบนข้อมือของศตวรรษไม่ได้กำลังเดิน... มันกำลังกรีดเฉือนอากาศในห้องใต้ดินของเรือนโบราณอายุร้อยปีแห่งนี้ให้ขาดวิ่นทีละเซนติเมตร กลิ่นอับชื้นของดินชุ่มฝนและกลิ่นฉุนรุนแรงของควันกำยานสีเทาคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งเดียวที่คมกริบยิ่งกว่ากลิ่นใดๆ คือสายตาของรินทร์ที่มองตรงมาผ่านม่านควันสีมัวซัว
"คุณกำลังใช้ตรรกะแบบไหนอธิบายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหรือครับ... คุณนักมานุษยวิทยาผู้ไม่เชื่อในสิ่งใดนอกจากหลักฐานเชิงประจักษ์"
เสียงกระซิบของรินทร์แผ่วเบา เย้ายวนและเยียบเย็นในเวลาเดียวกัน หล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สักแกะสลักโบราณ เบื้องหน้าคือสำรับอาคมที่ถูกจัดวางอย่างประณีตด้วยกระดูกสัตว์และยันต์แผ่นโลหะตอกอักขระขอมโบราณ ทว่าศตวรรษไม่ได้สนใจพิธีกรรมเหล่านั้น หัวใจของเขากำลังเต้นโครมครามด้วยจังหวะที่ผิดธรรมชาติ—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความโกรธขึงที่ถูกท้าทายด้วยความจริงที่วิทยาศาสตร์ไม่เคยบรรจุไว้ในตำราเล่มไหน
ศตวรรษก้าวเข้าไปใกล้ แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากเทียนไขไขมันสัตว์ เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่รอยเลือดแห้งกรังบนพื้นคอนกรีต รอยเลือดนั้นไม่ได้ไหลไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่มันกำลังเลื้อยวนเป็นวงกลมทวนเข็มนาฬิกา รามีฟิล์มใสหนาเตอะบางอย่างปกคลุมอยู่ ราวกับมีลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นคอยเป่ารดมันอยู่เบื้องล่าง
"นี่คือภาพหลอนทางจิตวิทยา... หรือปฏิกิริยาเคมีของสารคัดหลั่งจากซากศพที่ทำปฏิกิริยากับความชื้น" ศตวรรษพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความสั่นพร่าที่เขาพยายามกดขี่มันไว้
"ตรรกะที่น่าสมเพชเสียจริงครับ" รินทร์หัวسเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากของหล่อนสวยงามจนน่ากลัว "คุณเกลียดความงงงวย เพราะมันทำให้คุณรู้สึกสูญเสียการควบคุม... แต่เชื่อเถอะครับศตวรรษ สิ่งที่คุณพยายามปฏิเสธ มันกำลังจ้องมองทะลุผ่านกระดูกสันหลังของคุณอยู่ตอนนี้"
ฉับพลันนั้น อุณหภูมิในห้องใต้ดินก็ดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นควันกำยานที่เคยฉุนกานพลูแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นสาปสรางของซากศพเน่าเฟะที่ลอยอวลเข้าจมูกอย่างรุนแรง ศตวรรษขมวดคิ้วแน่น เขาหันขวับไปมองมุมมืดของห้อง—ที่ซึ่งเงาสลัวของชั้นวางหนังสือเก่าแก่ไม่ได้ทอดตัวนิ่งสนิทเหมือนเดิมอีกต่อไป
เงาร่างนั้นกำลังขยับ
มันไม่ใช่เงาของมนุษย์ ร่างสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกเข้มข้นค่อยๆ ยืดยาวและบิดเบี้ยวอย่างไร้กระดูก มันลอยตัวเหนือพื้นดินราวครึ่งคืบ ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งปรากฏขึ้นในความมืด จ้องมองตรงมาที่ศตวรรษด้วยความกระหายใคร่รู้และจิตสังหารอันเข้มข้น วิทยาศาสตร์ในหัวของศตวรรษกรีดร้องประท้วง สมองของเขาพยายามประมวลผลว่าเป็นภาพติดตาจากความเหนื่อยล้า แต่กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายกลับสั่นเทาด้วยสัญชาตญาณดิบของการเอาตัวรอด
รินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังของเขา กลิ่นกายหอมเย็นแบบดอกไม้ป่าผสมกลิ่นอายอันตรายลอยแตะจมูก ปลายนิ้วเรียวยาวของหล่อนแตะลงบนบ่ากว้างของชายหนุ่มเบาๆ ทว่าหนักหน่วงดั่งโซ่ตรวน
"อย่าขยับครับ..." เสียงกระซิบของรินทร์แนบชิดใบหู จนศตวรรษรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ตัดกับอากาศหนาวเหน็บรอบตัว "ถ้าคุณก้าวถอยหลังตอนนี้ เท่ากับคุณยอมรับข้อเสนอของมัน... และแลกมาด้วยวิญญาณครึ่งหนึ่งของคุณ"
"ไร้สาระ..." ศตวรรษเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ดวงตาของเขากลับเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาดำนั้นพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการ
เงาดำพุ่งทะลุผ่านร่างของศตวรรษไปราวกับสายลมหนาวจัดที่กรีดผ่านไขกระดูก ความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย—จุดเดียวกับที่พ่อของเขาเคยกำมือแน่นก่อนจะสิ้นใจในคืนพิธีกรรมไสยเวทเมื่อสิบปีก่อน ภาพความทรงจำอันมืดมนไหลบ่าเข้ามาในหัว ภาพคราบเลือด น้ำตา และเสียงสวดมนต์ประหลาดที่เขาพยายามลบเลือนมาตลอดชีวิต
ศตวรรษเซถอยหลังไปสองก้าว มือหนากุมหน้าอกตัวเองแน่น หายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าคมคาย รินทร์ก้าวเข้ามาประคองเอวสอบของเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที ปลายนิ้วมืออีกข้างของหล่อนกดลงที่ข้อมือซ้ายของเขา ชีพจรเต้นรัวเร็วผิดจังหวะ
"คุณเห็นมันแล้วใช่ไหมครับ... สิ่งที่คุณพยายามใช้ทฤษฎีทางมานุษยวิทยามากลบเกลื่อน" รินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก สายตาคมปลาบมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและรอยร้าวของศตวรรษ "ความจริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในตำรา... แต่มันอยู่ในสายเลือดที่คุณปฏิเสธมาตลอดชีวิต"
ศตวรรษเงยหน้าขึ้นสบตาหล่อน ระยะห่างระหว่างกันสั้นจนแทบไม่มีช่องว่าง ความโกรธ ความหวาดกลัว และแรงดึงดูดอันตรายหลอมรวมกันเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด ก่อนที่มือหนาของเขาจะเอื้อมไปบีบข้อศอกของรินทร์แน่นเพื่อทรงตัว
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงรองเท้าคอมแบตก็ดังขึ้นก้องกังวานจากบันไดไม้ด้านบน—เสียงฝีเท้าที่ไม่มีทางเป็นของใครอื่น นอกจากผู้กองธนาสารวัตรผู้ยึดมั่นในกฎหมายและการจับกุม ซึ่งกำลังนำกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้
รินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ายวนผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง หล่อนกระซิบประโยคสุดท้ายข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ศตวรรษต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ดูเหมือนแขกไม่速เชิญของเรามาเร็วกว่าที่คิด... แต่ศตวรรษครับ ศพที่สามในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง... ไม่ได้ถูกพบข้างบนนั้นอย่างที่คุณเข้าใจหรอกนะครับ"
รินทร์ผละตัวออกอย่างรวดเร็วก่อนที่แสงไฟฉายกราดส่องจากบันไดจะสาดเข้ามาถึงตัวพวกเขา และทันทีที่ลำแสงสีขาวสว่างวาบกวาดผ่านห้องใต้ดิน ศตวรรษก็ก้มลงมองที่พื้นคอนกรีตเบื้องหน้า... รอยเลือดที่เคยเลื้อยวนเป็นวงกลม บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นรอยพิมพ์มือมนุษย์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ—และขนาดของรอยมือนั้น... ตรงกับขนาดมือของสารวัตรธนาที่กำลังเดินลงมาพอดีเป๊ะ
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยในความมืดมิดนี้ร่วมกับผมนะครับ
อรุณมนตราขาว
ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร•ตอนที่ 12
พิธีกรรมที่ผิดพลาด
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยยิ้มของฆาตกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!