"ฝ่ามือพิพากษาของข้า มู่หรงเฉวียน จะเป็นผู้ชำระบัญชีหนี้สินทั้งหมดของเจ้า!"
เสียงประกาศิตก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทว่าความจริงแล้ว บรรยากาศ ณ โรงเตี๊ยมร้างริมชายป่ามรณะแห่งนี้ กลับถูกแช่แข็งด้วยไอเย็นเยือกราวมหาสมุทรน้ำแข็งขั้วโลก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของนางพญาแห่งสำนักกระบี่หิมะพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับพันเล่มที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลายในพริบตาเดียว
ทว่า... เป้าหมายแห่งการพิพากษา กลับกำลังใช้ศอกหนุนต่างหมอนข้าง นั่งเอกเขนกพิงเสาไม้ผุๆ ของโรงเตี๊ยมอย่างไม่สะทกสะท้าน ในมือซ้ายถือไหสุราชັ້ນเลิศที่เพิ่งกระดกค่อนไห ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายที่กำลังจะเคลิ้มหลับ แต่ประกายตาส่วนลึกกลับคมกริบดึงดูดวิญญาณผู้คนยิ่งกว่าคมกระบี่ใดๆ ในใต้หล้า
หลี่เฟยเทียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและเปี่ยมด้วยคารมที่ชวนให้คู่สนทนาอยากกระอเลือดออกมาเป็นลิ่มเลือดสดๆ
"โธ่ๆๆ นางเซียนผู้สูงส่ง... ยามเช้าตรู่เช่นนี้ ลมปราณในกายยังเดินไม่ทั่วเส้นชีพจรดี เหตุใดจึงรีบร้อนมามอบ 'ของขวัญ' เย็นยะเยือกให้ข้าถึงที่เช่นนี้เล่า? หรือว่า... คิดถึงรสชาติสุราหมักดอกท้อที่ข้าเคยแบ่งให้เมื่อคราวก่อน จนทนรอให้ถึงค่ำไม่ไหว?"
วาจานั้นราดรดลงบนกองเพลิงโทสะของมู่หรงเฉวียนจนลุกโชน ใบหน้ารูปสลักอันงดงามไร้ที่ติของนางขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่คมดุจหงส์จ้องเขม็งมาที่บุรุษขี้เมาเบื้องหน้า ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สั่นสะท้อนด้วยพลังปราณน้ำแข็งที่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของโรงเตี๊ยมแตกร้าวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีครามในเสี้ยววินาที
"หลี่เฟยเทียน! วาจาสุนัขไม่รับประทานเช่นนี้ เก็บไว้สั่งเสียตัวเองในยมโลกเถอะ!"
มู่หรงเฉวียนสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่วิญญาณเหมันต์ในฝักส่งเสียงคำรามก้อง "กริ๊ง..." ดุจเสียงธารน้ำแข็งแตกสลาย ไอเย็นยะเยือกพุ่งทะยานเข้ากดทับร่างของหลี่เฟยเทียนจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว แต่น่าแปลกยิ่งนัก... เมื่อคลื่นความเย็นนั้นเข้าใกล้ตัวเขาในระยะสามชั่ง กลับถูกไอความร้อนประหลาดที่ระเหยออกมาจากไหสุในมือหลอมละลายจนกลายเป็นเพียงสายหมอกจางๆ
หลี่เฟยเทียนหัวเราะ "ฮ่าๆๆๆ" ออกมาเสียงดังลั่น เขาปาดหยดสุราที่เปื้อนริมฝีปากออกด้วยหลังมือ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าของเขาดูอิสระเสรีอย่างไร้กรอบเกณฑ์ ราวกับพญาอินทรีที่หาได้สนใจกฎเกณฑ์แห่งนภาลัยไม่
"สำนักกระบี่หิมะฝึกฝนวิชาตัดขาดอารมณ์โลกีย์ แต่วันนี้แม่นางมู่หรงกลับวิ่งไล่ตามข้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาสามวันสามคืน... หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปในยุทธภพ เกรงว่าผู้อาวุโสทั้งหลายคงต้องคิดว่า เจ้าแอบหลงรักจอมยุทธ์พเนจรผู้ไร้สำนักอย่างข้า จนยอมทิ้งแม้กระทั่งศีล องอาจ และชื่อเสียงเรียงนามเสียแล้วกระมัง?"
"เจ้า...!" มู่หรงเฉวียนกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่หน้าหนาและกวนประสาทเท่าบุรุษผู้นี้มาก่อนในชีวิต ฝ่ามือเรียวดุจหยกขาวกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่หิมะเก้าชั้นฟ้าถูกเร่งเร้าถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาทั้งๆ ที่เป็นฤดูร้อน
"ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับเจ้า!" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรกน้ำแข็ง "คัมภีร์สุริยันจันทราที่เจ้าขโมยมาจากหอคัมภีร์ลับแห่งสำนักตรวจสอบยุทธภพ อยู่ที่ไหน? ส่งมันมาเสียดีๆ มิฉะนั้น... วันนี้ต่อให้เจ้ามีเก้าชีวิต ก็อย่าหวังจะได้เดินออกไปจากเขตแดนนี้ทั้งตัว!"
หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เขายกไหสุราขึ้นซดอีกอึกใหญ่ ปล่อยให้รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang ก่อนจะทอดถอนใจออกมาเบาๆ
"คัมภีร์บ้าบอนั่น... ข้าจะเอาไปทำซากอันใดกัน? เช็ดก้นยังกระด้างเกินไปเลยแม่นาง" หลี่เฟยเทียนส่ายหัวช้าๆ "แต่ว่านะ... หากเจ้าอยากได้มันนัก เหตุใดเราไม่มาพนันกันสักตั้งเล่า?"
"พนัน?" มู่หรงเฉวียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย แต่นางยังคงตั้งท่าเตรียมพร้อมกระบี่ในมือ
"ถูกต้อง" หลี่เฟยเทียนก้าวเท้าเดินเข้าไปหานางทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวคมกระบี่ "หากเจ้าสามารถรับกระบวนท่ากระบี่ของข้าได้เพียงกระบวนท่าเดียวโดยที่ถอยหลังไม่ถึงสามก้าว ข้าจะยอมมอบเบาะแสของคัมภีร์นั้นให้... แต่ถ้าหากว่าเจ้า 'แพ้'..."
เขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายสุราผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศลอยเข้าแตะจมูกของนางเซียนผู้สูงศักดิ์ จนร่างบางถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่สงบนิ่งมานานนับสิบปีกลับเต้นรัวผิดจังหวะอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"ถ้าข้าแพ้... เจ้าจะต้องการอะไร?" มู่หรงเฉวียนถามเสียงแข็ง พยายามสะەัดความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอกออกไป
หลี่เฟยเทียนโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนดวงตาคมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาดุจหงส์ของนางในระยะประชิด เขายิ้มมุมปาก พรางกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงก้นบึ้งหัวใจ
"ถ้าเจ้าแพ้... คืนนี้... จงมานั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าใต้แสงจันทร์ที่ยอดเขาไร้รัก... เป็นการแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน"
ฉับพลันนั้นเอง... อุณหภูมิรอบกายที่ควรจะหนาวเหน็บกลับแปรเปลี่ยนเป็นร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล มู่หรงเฉวียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาใดๆ เพื่อปฏิเสธความอวดดีนั้น ประกายแสงสีทองอร่ามก็สว่างวาบขึ้นที่ขอบฟ้าทิศบูรพา พร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่ามรณะ
เงาร่างสีดำนับสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้ด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ แผ่รังสีสังหารอันอำมหิตและกลิ่นอายมารโลหิตที่คุ้นเคย
ดวงตาของหลี่เฟยเทียนหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก
"ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะไม่ได้มีแค่เราสองคนเสียแล้วกระมังแม่นางมู่หรง..."
หลี่เฟยเทียนพูดจบ ก็ยกมือขึ้นแตะด้ามกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่เหน็บอยู่ข้างเอว พร้อมกับที่เงาร่างปริศนาร่างหนึ่งพุ่งทะลวงฝาผนังไม้เข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ทำให้วิญญาณคนฟังต้องสั่นสะท้าน:
*"หลี่เฟยเทียน! วันนี้คือวันตายของเจ้า... และสตรีข้างกายเจ้าด้วย!"*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้ด้วยกันนะครับ!
เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 2
นางเซียนผู้มาพร้อมไอเย็น
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนลิขิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!