เปรี้ยง!
อสุนีย์บาบาทalkฟาดผ่านผืนนภาสีชาด ฉีกกระชากความมืดมิดของรัตติกาลให้สว่างวาบขึ้นในเสี้ยววินาที เม็ดฝนมหึมาขนาดเท่าลูกกระสุนปืนสั้นโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสรวงสวรรค์กำลังรั่วไหล ทว่าท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นทางเบื้องหน้า กลับมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนหลังคาร้านน้ำชาเก่าแก่ สุรากลิ่นหอมกรุ่นจากไหในมือถูกยกขึ้นจิบหน้าตาเฉย ราวกับสายฝนและลมพายุเหล่านี้เป็นเพียงบทเพลงกล่อมเด็กชั้นดี
"ฝนตกหนักขนาดนี้ เกรงว่าต่อให้เป็นเซียนผู้บรรลุก็ยังต้องเปียกปอน แม่นางมู่หรง ท่านไม่คิดจะหาที่หลบฝนเสียหน่อยหรือ? ระวังผิวพรรณอันผุดผ่องดั่งหยกขาวนั่นจะชื้นแฉะจนสูญเสียความเยือกเย็นไปเสียหมดนะ"
หลี่เฟยเทียนส่งเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งอย่างคนเมามาย แต่ประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เขาสะบัดข้อมือเบาๆ ส่งไหสุราในมือไปด้านหลัง ไหกระเบื้องเคลือบพุ่งแหวกสายฝนด้วยวิถีโค้งประหลาด ทว่ามันกลับหยุดนิ่งกลางอากาศอย่างอัศจรรย์ด้วยแรงลมปราณที่ควบคุมไว้อย่างแนบเนียน
เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสามเชียะ ร่างระหงของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์ยืนตระหง่านราวกับรูปสลักน้ำแข็ง มู่หรงเฉวียนไม่แม้แต่จะชายตามองไหสุราที่ลอยอยู่กลางอากาศ ปลายกระบี่ในมือสั่นระริกเบาๆ แผ่ไอเย็นเยือกจนเม็ดฝนที่ตกกระทบรัศมีรอบตัวเธอกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงกรุ๊ปกรัป
"หลี่เฟยเทียน... วาจาพล่อยๆ ของเจ้า เก็บไว้สั่งเสียตัวเองในอีกสามลมหายใจข้างหน้าเถอะ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งขั้วโลกเอื้อnออกมาช้าๆ ดวงตาคู่คมดุจกระบี่น้ำแข็งจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยจิตสังหารที่ไม่อาจปิดบัง ความอดทนของเธอกล่าวได้ว่าหมดสิ้นลงแล้วตั้งแต่เขาแอบสับเปลี่ยนคัมภีร์วิชาตัวเบาของสำนักนางเมื่อสามวันก่อน
"โธ่ๆ แม่นางมู่หรง ใจคอท่านจะโหดเหี้ยมกับสหายร่วมทางผู้นี้จริงๆ หรือ? เราสองคนผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันตั้ง... เอ่อ เกือบจะครึ่งชั่วยามแล้วนะ ไฉนจึงไร้เยื่อใยเช่นนี้เล่า" หลี่เฟยเทียนถอนหายใจยาวเหยียด ทำท่าทางเจ็บปวดราวกับอกหักรักคุด ทั้งที่มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่ชวนให้ผู้พบเห็นอยากกระชากหัวใจออกมาดูนัก
*ฟรึ่บ!*
ไม่รอให้จอมยุทธ์เจ้าสำราญเอ่ยวาจาเหลวไหลต่อ มู่หรงเฉวียนเคลื่อนไหวแล้ว นางไม่ใช้คำพูดให้เปลืองน้ำลายอีกต่อไป ร่างระหงพุ่งทะยานผ่านสายฝนราวกับภูตพรายไร้เงา เคล็ดวิชา 'กระบี่เก้าเหมันต์' ถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตา อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนน่าใจหาย ไอสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งจากคมกระบี่ สะท้อนแสงสายฟ้าฟาดแปลบปลาบ เป็นภาพที่งดงามแต่เต็มไปด้วยรัศมีมรณะ
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีทองสว่างวาบตัดกับสีฟ้าของสายฟ้า เมื่อกระบี่น้ำแข็งปะทะเข้ากับดาบเหล็กไร้คมที่หลี่เฟยเทียนดึงออกมาจากด้านหลังได้อย่างแม่นยำ แรงปะทะของทั้งสองส่งคลื่นพลังปราณกระจายออกเป็นวงกว้าง แรงอัดอากาศแผ่ซ่านจนเม็ดฝนในรัศมีสิบวาถูกบดขยี้จนกลายเป็นหมอกควันสีขาวโพลนในพริบตา
"ฝีมือรุกไล่ดุดันขึ้นนี่นา ดูท่าช่วงนี้ท่านคงขยันฝึกซ้อมน่าดูสินะ" หลี่เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ แม้ว่าแรงกดดันจากกระบี่ของหญิงสาวจะทำให้พื้นกระเบื้องใต้ฝ่าเท้าของเขาร้าวรานเป็นทางยาว
"หุบปาก!"
มู่หรงเฉวียนตวัดข้อมือ กระบี่ในมือแปรเปลี่ยนเป็นเงารuรายนับร้อยสาย ทิ่มแทงเข้าใส่จุดตายทั่วร่างของหลี่เฟยเทียนอย่างไร้ช่องโหว่ ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยพลังปราณหยินอันบริสุทธิ์ที่พร้อมจะแช่แข็งเส้นชีพจรของผู้ฝึกยุทธ์ให้แตกสลายได้ภายในกระบวนท่าเดียว
หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง ดาบไร้คมในมือของเขาหมุนวนวาดเป็นวงกลม คลื่นพลังปราณสีเหลืองอำพันพวยพุ่งออกมาต้านรับไอเย็นเยือก สัจธรรมแห่งวิชาดาบสำราญถูกหลอมรวมเข้ากับการเคลื่อนไหวอันอิสระเสรี ทุกการปะทะส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงฟ้าผ่า
*เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!*
การปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางพายุฝนทำให้หลังคาร้านน้ำชาสั่นคลอน เศษกระเบื้องและไม้เก่าแก่ปลิวว่อนกลางอากาศ ทั้งสองร่างผลุบๆ โผล่ๆ สลับรุกสลับรับด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มู่หรงเฉวียนงดงามและเยือกเย็นดั่งเทพธิดาน้ำแข็งผู้ลงมาลงทัณฑ์มนุษย์ ขณะที่หลี่เฟยเทียนพลิ้วไหวดั่งสายลมและอิสระเสรีราวกับเซียนสุราผู้ไม่แยแสต่อกฎเกณฑ์ใดในใต้หล้า
"เจ้าแพ้แน่ หลี่เฟยเทียน!" มู่หรงเฉวียนเอ่ยเสียงกร้าว นางรวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่ เกิดเป็นอักขระโบราณสีฟ้าครามเปล่งแสงเจิดจ้า ท่าไม้ตายก้นสำนัก 'เหมันต์พิชิตนภา' ถูกงัดออกมาใช้ รัศมีพลังกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
หลี่เฟยเทียนแย้มยิ้มบางๆ เขาไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่คำรามกึกก้อง ก่อนจะซัดไหสุตกค้างในมือขึ้นไปบนฟ้า สุราในไหกระจายออกเป็นละอองฝอยผสมกับน้ำฝน ทว่าละอองสุราเหล่านั้นกลับไม่ตกลงมา แต่มันถูกเคลือบด้วยพลังปราณอันทรงพลังจนกลายเป็นเข็มน้ำแข็งนับหมื่นเล่มที่หันปลายคมกริบเข้าหามู่หรงเฉวียนเป็นตาเดียว
"แม่นางมู่หรง เพลงกระบี่ของท่านยอดเยี่ยมยิ่งนัก... แต่ทว่า น่าเสียดาย..."
หลี่เฟยเทียนเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอประกายลึกล้ำยากหยั่งถึง ขณะที่ดาบในมือชี้ตรงไปยังหน้าผากของหญิงสาวอย่างแม่นยำ
"...ใต้ฝ่าเท้านี้ หาใช่มีเพียงเราสองคนไม่"
สิ้นเสียงของหลี่เฟยเทียน ร่างของมู่หรงเฉวียนที่กำลังจะพุ่งเข้ามาปลิดชีพพลันชะงักกึก ความเย็นเยือกในแววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งที่พุ่งแหวกสายฝนเข้ามาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าแสง และเป้าหมายของมัน... หาใช่หลี่เฟยเทียนไม่ แต่เป็นแผ่นหลังของนางเองที่กำลังเปิดช่องว่างจากการทุ่มโจมตีสุดกำลัง!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับวิถียุทธภพอันไร้กรอบนี้นะครับ
เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 3
คำท้าทายกลางพายุฝน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุรากวนบาทา กับนางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนลิขิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!