แฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดวาบจนพื้นที่จัดงานแถลงข่าวระดับประเทศสว่างวาบราวกับกลางวัน เสียงชัตเตอร์รัวเร็วจนน่าหนวกหู แต่นั่นยังไม่น่ารำคาญเท่ารอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าของธนภัทร ที่กำลังยืนประสานมืออยู่เบื้องหน้าไมโครโฟนตัวใหญ่บนเวที
เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา... และเขาคิดว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ชนะ
"จากข่าวลือเรื่องปัญหาภายในและการทุจริตของบริษัทเรา ขอยืนยันตรงนี้เลยนะครับว่า..." น้ำเสียงนุ่มลึกแต่แฝงความเย่อหยิ่งของธนภัทรดังผ่านลำโพง สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหรูหรา เต็มไปด้วยผู้สื่อข่าวจากทุกสำนักที่พร้อมจะขยี้ย่อยความน่าเชื่อถือของตระกูลพิชชาให้ป่นปี้ตามแผนการชั่วร้ายที่มันวางไว้
ทว่า ในวินาทีที่ธนภัทรยกมุมปากขึ้นอย่างผู้กำชัยชนะ ประตูบานคู่ด้านหลังห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอเหมาะ ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาด้วยจังหวะมั่นคง ดวงตากลมโตเฉี่ยวคมคายกวาดมองผู้คนในฮอลล์ด้วยความมั่นใจเกินร้อย ด้านหลังคือร่างสูงโปร่งของบอดี้การ์ดหน้าตายในชุดสูทสีดำสนิท รวินันท์เดินตามมาเงียบๆ แต่รัศมีความกดดันรอบตัวกลับทำให้คนที่หันไปมองต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเกรงขาม
พราวพิชชามาแล้ว และเธอก็ไม่ได้มาเพื่อเป็นเหยื่อให้ใครขย้ำ
"เชิญครับคุณพราว... เชิญมารับฟังจุดจบของบริษัทที่คุณรักด้วยตัวเองเลยดีกว่า" ธนภัทรกล่าวทักทายผ่านไมค์ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจเรียกเสียงฮือฮาจากกองทัพนักข่าวที่แห่แหนหันมาเลนส์กล้องใส่เธอกันเป็นแถบ
พราวพิชชาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอก้าวขึ้นบันไดเวทีทีละขั้นอย่างสง่างาม ปลายส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับเสียงกลองศึก รวินันท์หยุดยืนอยู่ตรงมุมเวที สายตาคมกริบกวาดตามองการรักษาความปลอดภัยและประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าสายตาจะเย็นชาแค่ไหน มันก็แอบเหลือบมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าไร้
"เชิญพูดตามสบายเลยค่ะคุณธนภัทร..." พราวพิชชาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ "เพราะหลังจากนี้... คุณอาจจะไม่เหลือเวทีให้พูดอีกเลยก็ได้"
ฮอลล์ทั้งฮอลล์เงียบกริบลงในทันที คำพูดท้าทายนั้นกรีดแทงบรรยากาศจนแทบขาดวิ่น ธนภัทรหน้าตึงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้ม "คุณพราวยังปากเก่งเหมือนเดิมนะครับ หวังว่าจะมีหลักฐานที่ดีพอมากลบเกลื่อนความล้มเหลว..."
"หลักฐานเหรอคะ?" พราวพิชชาหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่ทรงพลังและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน มือเรียวหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูทรุ่น Limited Edition ก่อนจะชูขึ้นให้แสงไฟตกกระทบจนเกิดประกายวาววับ "สิ่งนี้ไม่ได้มีไว้กลบเกลื่อนความล้มเหลวค่ะ... แต่มันมีไว้ 'ฝังกลบ' คุณต่างหากล่ะ"
พราวพิชชาส่งสัญญาณให้ทีมงานด้านเทคนิคจัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์บนจอโปรเจคเตอร์ยักษ์ด้านหลังทันที ในเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอขนาดยักษ์ก็ปรากฏภาพเอกสารลับ เส้นทางการเงินนอกระบบ และคลิปเสียงสนทนาที่มัดตัวธนภัทรแน่นหนาชนิดที่เรียกว่าดิ้นไม่หลุด เสียงทุ้มต่ำของธนภัทรที่กำลังเจรจาติดสินบนกรรมการบริหารเพื่อฮุบหุ้นของตระกูลพิชชาดังกระหึ่มไปทั่วห้อง พร้อมกับหลักฐานลายเซ็นโอนเงินที่ชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงซุบซิบ แต่เป็นเสียงอุทานด้วยความตกใจและเสียงรัวชัตเตอร์ที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับพายุเข้า ธนภัทรหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมขณะที่ดวงตากร้าวร้าวหันมาจ้องมองพราวพิชชาด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"นี่มัน... ภาพตัดต่อ! คุณกำลังใส่ร้ายผม!" ธนภัทรตะโกนลั่น เสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและตื่นตระหนก
"ภาพตัดต่อเหรอคะ?" พราวพิชชาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังลิ่วลนของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "เสียงในคลิปนั่นก็คงเป็นเสียง AI สินะคะ? แล้วลายเซ็นบนเอกสารธนาคารล่ะคะ คุณจะบอกว่าธนาคารระดับประเทศร่วมมือกับฉันปลอมแปลงมันขึ้นมาเพื่อแกล้งคุณเด็กๆ อย่างนั้นเหรอ?"
ธนภัทรพูดไม่ออก เขาอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เมื่อบรรดานักข่าวเริ่มรัวคำถามใส่ไม่ยั้ง ไมโครโฟนถูกยื่นเข้ามาจ่อใกล้หน้าจนเขาต้องยกมือขึ้นปัดป้องด้วยความหัวเสีย ความน่าเชื่อถือที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงห้านาที กอบกู้ชื่อเสียงของบริษัทพิชชา กรุ๊ป กลับคืนมาได้ในพริบตาอย่างงดงาม
พราวพิชชาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงให้กับตัวเอง แม้ภายนอกเธอจะดูเข้มแข็งและเผด็จศึกได้อย่างเด็ดขาด แต่ลึกๆ แล้วหัวใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและเหนื่อยล้าจากการกดดันตลอดหลายวันที่ผ่านมา ร่างเพรียวหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินลงจากเวที ทว่าความอ่อนล้าที่สะสมทำให้ข้อเท้าเกิดอาการทรุดฮวบลงกะทันหัน
*แย่ล่ะ...*
พราวพิชชากลั้น
เสียงอุทานในใจเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะเสียหลักล้มต่อหน้ากองทัพสื่อมวลชน แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะกระทบพื้นเวที แขนเรียวแข็งแรงคู่หนึ่งก็เกี่ยวเข้าที่เอวบางของเธอไว้อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แรงเหวี่ยงที่พอเหมาะดึงเธอเข้าไปปะทะกับแผ่นอกคุ้นเคยที่ทั้งอบอุ่นและมั่นคง
กลิ่นหอมสะอาดจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับความเย็นเยียบของกลิ่นกายเฉพาะตัว... มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
พราวพิชชาเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับดวงตาสีนิลคู่สวยที่มักจะนิ่งสงบเป็นประจำ แต่วินาทีนี้แววตากลับฉายชัดถึงความดุดันแกมดุที่เจือความห่วงใยไว้อย่างมิดشิด รวินันท์ประคองเธอไว้แน่นในอ้อมแขน ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายด้านล่างเวที ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนจนหัวใจดวงน้อยที่เพิ่งสงบลงกลับมากระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม
"เดินยังไงให้สะดุดขาตัวเองคะคุณหนู... เก่งนักนะเรื่องหาเรื่องใส่ตัวเนี่ย" น้ำเสียงติดจะห้วนและปากร้ายดังกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทว่ามือที่โอบเอวเธอกลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
พราวพิชชาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวจากสถานการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและสายตาคู่ที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความระอาปนคลั่งรักแบบเงียบเชียบนี้ต่างหาก
"ปล่อยเลยนะ... ฉันยืนเองได้ย่ะ" เธอพยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้า แต่เรียวปากที่ยู่ลงเล็กน้อยกับแก้มนวลที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นช่างฟ้องความรู้สึกข้างในเสียเหลือเกิน
รวินันท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้เห็น "แน่ใจเหรอคะว่ายืนไหว? ขาสั่นซะขนาดนี้... หรืออยากให้อุ้มลงไปโชว์สวีทต่อหน้าสื่อพวกนั้นล่ะคะ?"
คำพูดเย้าแหย่ที่มาพร้อมกับแววตาวาววับทำให้พราวพิชชาหน้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีก เธอใช้มือเรียวตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย! พูดมากจริงนะ..."
ทว่าในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังยืนสบตากันอย่างมีความหมาย ท่ามกลางเสียงโกลาหลของเหล่านักข่าวที่ยังคงรุมล้อมอยู่เบื้องล่าง หน้าจอโปรเจคเตอร์ยักษ์ด้านหลังที่ควรจะดับลงไปแล้ว กลับเกิดอาการขัดข้องทางเทคนิคชั่วขณะ ภาพหลักฐานทั้งหมดดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความตัวอักษรสีแดงฉานขนาดมหึมาที่ไม่มีใครคาดคิด...
*‘เกมยังไม่จบ... ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะคนต่อไปที่จะหายไป... อาจไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่เป็นลมหายใจของเธอ’*
รวินันท์หันขวับไปมองหน้าจอทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวขยับเข้าไปบังร่างของพราวพิชชาไว้มิดชิด มือเรียวเอื้อมไปแตะปืนสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้สูทอย่างอัตโนมัติ
พราวพิชชาชะงักค้าง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่ถูกกระชากกลับสู่ความจริงอันโหดร้ายในทันที... นี่ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจธรรมดาเสียแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ด้วยรักและพิษร้าย,
โรสแมรี่พิษ
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 28
แผนกู้ชื่อเสียงบริษัท
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!