กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนกึกเตะเข้าจมูกทันทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา รวินันท์ขยับตัวด้วยความยากลำบาก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากหัวไหล่ด้านซ้ายราวกับมีไฟแผดเผา แต่สัญชาตญาณดิบของบอดี้การ์ดมืออาชีพไม่ได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักฟื้นสีขาวสะอาดตาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กของใครบางคน
พราวพิชชากำลังนั่งกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่บนเกโซฟาข้างเตียง ขอบตาของเธอบวมช้ำเล็กน้อยบ่งบอกถึงการผ่านศึกหนักมาหมาดๆ เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงยับยู่ยี่และมีคราบเขม่าดินปืนเปรอะเปื้อน แต่เจ้าตัวกลับทำเป็นมองไม่เห็นมันด้วยซ้ำ
"ตื่นแล้วเหรอคะท่านบอดี้การ์ด... นึกว่าจะหลับยาวจนต้องจองศาลาวัดซะอีก"
น้ำเสียงหวานที่มักจะเชิดใส่กันเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับสั่นเครือและเจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างไร้สาเหตุ พราวพิชชาผุดลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเข้ามาประชิดเตียง ปลายนิ้วเรียวสวยชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ ท่าทางพยศราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังแยกเขี้ยวใส่เจ้าของทั้งที่เนื้อตัวยังสั่นเทา
"คุณ..." รวินันท์เปล่งเสียงออกมาแห้งผาก ลำคอราวกับถูกกระดาษทรายขัด "ใครใช้ให้คุณคว้ามีดผ่าตัดพุ่งออกไปแบบนั้น... บ้าหรือเปล่าพราวพิชชา?"
"แล้วใครใช้ให้เธอเอาตัวมาบังกระสุนให้ฉันเล่า!" พราวพิชชาสวนกลับทันควัน เสียงแหลมสูงด้วยความโมโห น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามกลั้นไว้อย่างสุดฤทธิ์ "เธอมีหน้าที่แค่ปกป้องฉัน ไม่ใช่ให้มาทำตัวเป็นฮีโร่แล้วทำท่าจะตายคาอกฉันแบบนั้นนะ! ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา... ถ้าเมื่อกี้เธอกระสุนเฉี่ยวหัวใจจริงๆ เธอคิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงฮ๊ะ!"
ห้องพักฟื้นตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังติ๊ดๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ รวินันท์มองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาคู่สวยที่เคยแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทางเกรี้ยวกราด
บอดี้การ์ดหน้าตายถอนหายใจยาวเหยียด เธอยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียงช้าๆ แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่รอยยิ้มมุมปากกลับค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า สายตาคมกวาดมองสำรวจเจ้าของร่างบางที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ?"
รวินันท์เอ่ยถามเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำ และเจือความระอาแกมหยอกล้อในที ประโยคเรียบง่ายแต่น็อคเอาท์คนฟังจนไปต่อไม่เป็น
"บ้า! ใครเป็นห่วงเธอ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักนะรวินันท์!" พราวพิชชาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกน้ำร้อนลวก รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ สองมือเรียวประสานกันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ฉันแค่กลัวว่าถ้าเธอตายในโรงพยาบาลนี้ ฉันจะต้องมาเคลียร์ปัญหาคดีความให้ยุ่งยากต่างหากเล่า! อีกอย่าง... ถ้าเธอตาย ใครจะจ่ายค่าจ้างราคาแพงลิบลิ่วที่ฉันจ่ายล่วงหน้าไปแล้วล่ะ!"
"ปากแข็งจังนะคะ..." รวินันท์หัวเราะในลำคอเบาๆ แม้จะสะเทือนแผลจนต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่เธอก็ยังไม่วายส่งสายแพรวพราวไปให้ "เมื่อกี้ยังร้องไห้โฮอยู่เลยไม่ใช่เหรอตอนที่หมอปั๊มหัวใจ... หืม?"
"รวินันท์! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!" คุณหนูตัวแสบหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ พร้อมจะหยิบแจกันดอกไม้แถวนั้นปาใส่หน้าคนเจ็บให้รู้แล้วรู้รอด "ถ้าเธอยังไม่หยุดพูดจาเพ้อเจ้อ ฉันจะถอดสายน้ำเกลือแล้วปล่อยให้เธอเลือดไหลหมดตัวตายจริงๆ ด้วย!"
"โอเคๆ ยอมแล้วค่ะ คุณหนูพราวคนเก่ง" รวินันท์ยกมืออมยิ้ม ยอมจำนนต่อสายตาค้อนขวิดคู่นั้นแต่โดยดี ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด ความเจ็บปวดจากบาดแผลราวกับถูกปัดเป่าให้จางลงด้วยท่าทางงอแงของคนตรงหน้า
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ รวินันท์มองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความห่วงใยปิดไม่มิด แม้ปากจะปฏิเสธหัวชนฝา แต่หัวใจของพราวพิชชานั้นซื่อตรงเสมอยามที่อยู่ต่อหน้าเธอ
"ขอบคุณนะคะ..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาจริงจัง ทว่าจริงใจจนพราวพิชชาต้องชะงัก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าดวงตาคมคริบคู่นั้นกำลังจ้องมองเธอด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหว
"ขะ... ขอบคุณอะไรของเธอเล่า พักผ่อนไปเลยนะ! ห้ามพูดแล้ว!" พราวพิชชาเสมองไปทางอื่น ใบหน้าร้อนผ่าวราดลามไปถึงใบหู เธอรีบหันหลังเดินไปหยิบแก้วน้ำเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโอบล้อมคนทั้งสองไว้ในบรรยากาศหวานอมเปรี้ยว เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศขึ้นมาสามครั้งอย่างเป็นทางการ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พราวพิชชาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ในขณะที่ประกตาของรวินันท์แปรเปลี่ยนเป็นความคมกราบและระแวดระวังทันที
แอด...
ประตูกลางห้องเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ธนภัทรยืนสง่นิ่งอยู่ในชุดสูทเนี๊ยบ มือข้างหนึ่งถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมาเยี่ยมญาติสนิทมิตรสหาย
"อ้าว... ตื่นแล้วหรอครับคุณบอดี้การ์ดคนเก่ง นึกว่าจะไปเฝ้ายมบาลซะแล้วสิ เสียดายจัง..."
รอยยิ้มของธนภัทรอาบยาพิษ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองรวินันท์บนเตียงสลับกับพราวพิชชาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเตียง บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความอบอุ่นกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในเสี้ยววินาที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดคนนี้ด้วยกันนะคะ!
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 27
ตื่นมาเจอแมวพยศ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!