“หยุดร้องไห้ได้แล้วค่ะคุณพราว... ยิ่งคุณร้อง กราฟหัวใจเขาก็ยิ่งเต้นผิดจังหวะ คุณอยากให้เขาตื่นมาเห็นคุณในสภาพขี้มูกโป่งแบบนี้เหรอคะ?”
มีนาราวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างเตียง เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเวทนา พราวพิชชาที่นั่งฟุบอยู่ข้างเตียงคนไข้สะดุ้งสุดตัว เธอไม่ได้หันไปมองเพื่อนสนิท แต่เลือกที่จะใช้ปลายนิ้วสั่นเทาสัมผัสหลังมือของรวินันท์ที่เต็มไปด้วยรอยเข็มน้ำเกลือและสายระโยงระยางอย่างแผ่วเบา
ผิวของบอดี้การ์ดสาวเย็นเฉียบ—เย็นจนหัวใจของคนมองแทบจะหยุดเต้นตาม
“เขาไม่ตื่น...” พราวพึมพำ เสียงแหบพร่าเหมือนคนไม่ได้นอนมาเป็นอาทิตย์ “เขาเอาแต่นิ่ง... นิ่งเหมือนจะหนีฉันไปจริงๆ มีน แกดูสิ รอยแผลเป็นที่ไหล่เขายังไม่ทันจางเลย แต่เขากลับต้องมาเจ็บหนักแบบนี้เพราะฉัน... อีกแล้ว”
พราวพิชชาในสภาพชุดเดรสแบรนด์เนมที่ยับยู่ยี่ ขอบตาดำคล้ำจากการอดนอนจนดูโทรมลงไปถนัดตา ไม่มีร่องรอยของ ‘คุณหนูตัวร้าย’ ที่เคยเชิดใส่คนทั้งโลก เหลือเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่หวาดกลัวการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
“เขารักคุณ” มีนาราถอนหายใจพลางทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “รักจนโง่... ถ้าเขาไม่เอาตัวเข้าบังกระสุนนัดนั้น ป่านนี้คงเป็นคุณที่นอนอยู่ตรงนี้แทน”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจพราวพิชชา เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส “ฉันไม่ต้องการให้เขาทำแบบนี้ ฉันบอกให้เขาหนี... ฉันไล่เขาตั้งกี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยไปไหน”
“เพราะเขารู้ไงคะว่าถ้าเขาไป คุณก็คือคนที่จะตาย”
ความเงียบงันปกคลุมห้องไอซียู มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดัง ‘ตึ๊ด... ตึ๊ด...’ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ พราวพิชชาจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของรวินันท์—ใบหน้าที่มักจะนิ่งสงบ ไม่ว่าเธอจะกรีดร้องอาละวาดหรือสั่งงานจุกจิกแค่ไหน รวินันท์ไม่เคยบ่นสักคำ... ไม่เคยเลย
“ตื่นขึ้นมาเถอะนะ รวี...” พราวโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูคนบนเตียง ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากอย่างทะนุถนอม “ถ้าเธอยอมตื่น ฉันสัญญาว่าจะไม่ด่าเธอ จะไม่สั่งงานดึกดื่น จะไม่เอาแต่ใจ... จะยอมให้เธอเป็นคนสั่งฉันบ้างก็ได้ เอาไหม?”
ไร้การตอบรับ... มีเพียงลมหายใจแผ่วๆ ที่พ่นผ่านหน้ากากออกซิเจน
พราวพิชชารู้สึกถึงความเปียกชื้นบนแก้ม เธอไม่เคยรู้เลยว่าการขาด ‘เงา’ ที่คอยคุ้มครองข้างกายมันจะทำให้ชีวิตเธอมืดมิดได้ขนาดนี้ เธอเคยคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร แต่ในวินาทีที่เห็นรวินันท์ล้มลงต่อหน้าต่อตา เธอก็เพิ่งตระหนักได้ว่า... ความมั่งคั่งหมื่นล้านมันไร้ความหมายสิ้นดี ถ้าโลกใบนี้ไม่มีผู้หญิงที่ชื่อรวินันท์
“คุณพราว...”
เสียงของพยาบาลที่ก้าวเข้ามาตรวจเช็คอุปกรณ์ทำลายความเงียบ พราวกระเด้งตัวขึ้นทันที “เขาเป็นยังไงบ้างคะ? เมื่อกี้... เมื่อกี้เหมือนนิ้วเขาขยับ!”
พยาบาลยิ้มบางๆ ก่อนจะตรวจสอบจอภาพ “สัญญาณชีพปกติดีมากค่ะคุณพราว อีกไม่นานน่าจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ร่างกายเขารับภาระหนักมานานเกินไป อาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ...”
พยาบาลเดินออกไปแล้ว ทิ้งให้ห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง พราวพิชชาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เตียงจนแทบจะชิด เธอคว้ามือที่เย็นเฉียบของรวินันท์ขึ้นมาแนบแก้ม ความอุ่นจากน้ำตาของเธอส่งผ่านไปถึงผิวหนังของอีกฝ่าย
“เธอทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ รวี...” พราวสะอื้น “เธอรู้ไหมว่าฉันทำหมากเกมนี้มาเพื่ออะไร? ฉันหลอกล่อธนภัทรจนมันตายใจ ฉันยอมให้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ... แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเหยื่อที่แท้จริงคือเธอ!”
ทว่าในจังหวะที่พราวพิชชากำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิด มือที่อยู่ในอุ้งมือของเธอกลับกระตุกเบาๆ
พราวเบิกตากว้าง เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของรวินันท์ ดวงตาของบอดี้การ์ดสาวค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ แม้จะยังดูพร่าเลือนและอ่อนล้า แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นกลับมีความคุ้นเคยที่ทำให้พราวถึงกับกลั้นหายใจ
“พราว...” เสียงแหบแห้งดังขึ้นแทบไม่เป็นภาษา
“รวี! รวีจริงด้วย!” พราวแทบจะโผเข้ากอด แต่ต้องยั้งตัวไว้เพราะกลัวจะโดนสายน้ำเกลือ “อย่าเพิ่งขยับตัวนะ หมอ! หมอคะ!”
รวินันท์ฝืนยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มซึนเดเระแบบฉบับเจ้าตัวที่ทำให้พราวพิชชาอยากจะร้องไห้สลับกับหัวเราะ “เสียงดัง... หนวกหู...”
“ยังจะปากเสียอีก!” พราวหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เธอเช็ดหน้าตัวเองลวกๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน “จำไว้นะ ว่าเธอห้ามตาย... ห้ามตายเด็ดขาด จนกว่าฉันจะอนุญาต เข้าใจไหม?”
รวินันท์กะพริบตาช้าๆ ก่อนจะพยายามยกมือขึ้นแตะที่ใบหน้าของพราวพิชชา นิ้วหยาบกร้านจากการจับปืนลูบไล้ผ่านรอยคราบน้ำตาเบาๆ
“คุณหนู... ขี้แย...”
“ใช่ ฉันมันขี้แย แล้วเธอก็เป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้คนเดียว!”
พราวพิชชาคว้ามือของรวินันท์มากุมไว้แน่น ก่อนจะพรมจูบลงบนฝ่ามือของคนรักอย่างไม่สนว่าใครจะเข้ามาเห็น แต่ทว่า... จังหวะที่พราวพิชชาหลับตาลงและซุกใบหน้าเข้าหาฝ่ามือของรวินันท์นั้นเอง เสียงประตูด้านหลังก็เปิดออกอย่างแรง!
“คุณหนูคะ! รีบถอยออกมาเร็ว!”
เสียงมีนาราตะโกนก้องด้วยความตื่นตระหนก พราวพิชชาหันขวับไปมองทันที และสิ่งที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบคือภาพของชายชุดดำสองคนในชุดบุรุษพยาบาลที่กำลังย่างสามขุมเข้ามา พร้อมกับกระบอกเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่เตียงของรวินันท์!
“แก!” พราวพิชชาผุดลุกขึ้นยืนบังหน้าเตียงคนไข้ทันที ดวงตาของเธอฉายแววอาฆาต “พวกแกคิดว่าจะแตะตัวเขาได้งั้นเหรอ!”
ชายชุดดำคนหนึ่งยกยิ้มเหี้ยมเกรียม “ธนภัทรฝากบอกว่า... คราวนี้จะไม่มีใครมาบังกระสุนให้คุณอีกแล้ว พราวพิชชา”
เสียงชัตเตอร์ปืนดังขึ้น... ท่ามกลางความตกตะลึง พราวพิชชาไม่ถอยหลัง แต่เธอกลับคว้ามีดผ่าตัดที่วางอยู่บนถาดอุปกรณ์ใกล้ๆ พุ่งตัวออกไปหาความตายโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าจะถูกใจความเข้มข้นของตอนนี้นะคะ!
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 26
ปาฏิหาริย์ที่ห้องไอซียู
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!