“อย่ามาทำเป็นมองด้วยสายตาสมเพชแบบนั้น... คนที่ควรตายคือฉัน ไม่ใช่เธอ!”
เสียงตวาดกร้าวของพราวพิชชาดังแทรกผ่านเสียงปืนที่แผดเผาบรรยากาศคุกรุ่น ร่างระหงของเธอไม่ได้หนีไปไหนตามคำสั่งของรวินันท์ ตรงกันข้าม มือเรียวสวยที่เคยจับแต่ปากกาเซ็นเช็คกลับกำปืนพกกระบอกเล็กไว้แน่นจนสั่นเทา เธอเล็งปากกระบอกไปยังเงาทะมึนของลูกน้องธนภัทรที่รุกคืบเข้ามา ก่อนจะเหนี่ยวไกส่งกระสุนออกไปอย่างไม่ลังเล
ปัง!
กระสุนเฉียดหัวไหล่ชายชุดดำจนมันชะงัก พราวอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพุ่งตัวเข้าไปประคองร่างที่โชกไปด้วยเลือดของบอดี้การ์ดสาว รวินันท์หายใจรวยริน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แผ่นหลังของคนที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผาบัดนี้กลับสั่นสะท้านภายใต้อ้อมกอดของเธอ
“พราว... หนีไป... ฉันบอกให้หนี...” รวินันท์กระซิบ เสียงของเธอกระขาดเป็นห้วงๆ มือที่เปื้อนเลือดพยายามดันร่างคุณหนูจอมแสบออกห่าง แต่มันไร้เรี่ยวแรงเกินไป
“หุบปากซะรวี! อย่ามาสั่งฉันในเวลาแบบนี้!” พราวตวาด น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนแก้มที่ซีดเผือดของอีกฝ่าย เธอไม่สนแล้วว่าใครจะตายหรือใครจะรอด ความกลัวที่เคยเกาะกินใจมลายหายไป เหลือเพียงความเดือดดาลที่ใครบางคนกล้าแตะต้อง ‘คนของเธอ’
ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย สายตาของพราวพิชชาเหลือบไปเห็นผู้มาเยือนที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนร้าย ใบหน้าภายใต้แสงไฟสลัวนั้นทำเอาหัวใจเธอแทบหยุดเต้น... รอยแผลเป็นจางๆ บนแก้มซ้ายที่เธอเคยเฝ้าถามถึงเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำที่ควรจะตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนั้นกำลังย้อนกลับมาหลอกหลอน
แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งตั้งคำถาม พราวรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย กดกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นแผ่วเบาของรวินันท์
“ฟังนะรวี... ถ้าเธอตาย ฉันจะเผาบริษัททิ้งให้หมด จะไม่เหลืออะไรให้ธนภัทรมันได้เสวยสุขบนความพินาศของพวกเราหรอก” พราวพูดพลางเช็ดเลือดที่ไหลซึมจากบาดแผลของอีกฝ่ายด้วยความลนลาน “ได้ยินไหม? ฉันไม่เคยยอมให้ใครมาพรากสิ่งที่ฉันรักไปง่ายๆ และเธอก็... ฮึก... เธอห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด!”
รวินันท์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าตัวแสบที่ยอมทิ้งทิฐิและหยิ่งผยองมานั่งคลุกฝุ่นประคองเธอไว้ สายตาที่มักจะนิ่งเฉยราวกับหุ่นยนต์บัดนี้กลับมีความอ่อนไหวบางอย่างซ่อนอยู่ บอดี้การ์ดสาวฝืนยกมือขึ้นแตะใบหน้าพราวพิชชา ลายนิ้วมือเปื้อนเลือดลากไล้ผ่านแก้มใส
“คุณหนู... ปากจัดจังเลยนะคะ...” รวินันท์เค้นยิ้ม ทั้งที่ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง “ถ้าฉันรอด... จะยอมให้ด่าทั้งปีเลย...”
“งั้นก็ต้องรอดสิ! รอดมาให้ฉันด่าให้หนำใจ!” พราวสวนกลับทันควัน พร้อมกับตวัดปืนยิงสกัดคนที่พยายามจะบุกเข้ามาอีกรอบ
ทว่า ในวินาทีที่ความหวังดูเหมือนจะริบหรี่ ชายที่ยืนอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนร้ายก็ก้าวออกมาข้างหน้า แสงไฟสาดกระทบใบหน้าจนเห็นชัดเจน ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและดุดันราวกับเสือที่กำลังจ้องเหยื่อ ร่างสูงโปร่งกวาดสายตามองพราวพิชชาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำเอาพราวพิชชาถึงกับตัวแข็งทื่อ
“พราวพิชชา... เธอเปลี่ยนไปมากนะ ตั้งแต่ฉันไม่อยู่”
เสียงนั้น... เสียงที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำจนเธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าเคยหวาดกลัวมันแค่ไหน! พราวพิชชาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นชายคนนั้นยกมือขึ้นเป็นเชิงสั่งให้ลูกน้องหยุดมือ แล้วเดินตรงเข้ามาหาพวกเธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความตายที่เธอคิดว่ากำลังก้าวเข้ามา กลับกลายเป็นเรื่องราวในอดีตที่หวนกลับมาทวงถามความผิด! ในจังหวะที่รวินันท์พยายามจะพยุงตัวขึ้นเพื่อปกป้องเธอเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายของบอดี้การ์ดสาวก็ทรุดฮวบลงอีกครั้งพร้อมกับการหมดสติไปต่อหน้าต่อตา
“รวี! รวี!! อย่าทิ้งฉันไว้กับปีศาจนี่นะ!” พราวกรีดร้อง มือของเธอพยายามเขย่าร่างที่ไร้การตอบสนอง แต่แล้วสัมผัสเย็นเฉียบจากฝ่ามือของใครบางคนก็แตะลงบนไหล่ของเธอเบาๆ
“เสียใจด้วยนะที่ต้องทำให้เธอกลัว แต่งานเลี้ยงมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
เสียงกระซิบข้างหูทำให้พราวพิชชาตัวชาไปทั้งร่าง เธอหันไปมองเงาที่ทาบทับลงมาด้วยความโกรธแค้นปนตื่นตระหนก... และในวินาทีที่แสงไฟจากหลอดนีออนเหนือหัวดับวูบลงพร้อมกับเสียงปืนนัดสุดท้ายที่ไม่มีใครรู้ว่ามาจากทิศทางไหน พราวพิชชาก็รู้ได้ทันทีว่า... หมากเกมนี้มันไม่ได้จบลงแค่ความตายของคนคนเดียว แต่มันคือการเริ่มต้นของคำลวงโลกที่เธอต้องกระชากมันออกมาให้ได้!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ รี้ดเดอร์คนเก่งของโรสแมรี่พิษทุกคน!
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 25
คำสารภาพก่อนหมดสติ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!