เสียงคำรามต่ำของสนับมือเหล็กที่กระทบเข้ากับกรามของมือสังหารคนแรก ดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างริมอ่าว เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะบ่งบอกถึงน้ำหนักแรงเหวี่ยงที่ไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย รวินันท์สะบัดผมลอนประบ่าที่ชุ่มเหงื่อออกจากใบหน้าคมคาย นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววตึงเครียดแต่เด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความกลัว ในมือขวากำกระชับปืนพกสั้นที่กระสุนใกล้หมดแม็กเต็มที ขณะที่วงล้อมของชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตในชุดสูทสีดำสนิทของธนภัทรค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เหมือนฝูงหมาป่ากระหายเลือด
"ถอยไปซะ พราว... ฉันบอกให้หนี!"
รวินันท์ตวาดลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบขาดจนคนฟังสะท้าน เธอใช้แผ่นหลังบางแต่กำยำด้วยกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง บังร่างระหงของคุณหนูตระกูลดังเอาไว้มิดชิด แม้ว่าตอนนี้หัวไหล่ข้างซ้ายของเธอจะมีรอยกระสุนเฉี่ยวจนเลือดสีแดงฉานไหลย้อมเสื้อเชิร์ตสีขาวจนชุ่มโชก
"ไม่! ให้ฉันหนีไปคนเดียวได้ยังไง ยัยบอดี้การ์ดบ้าเลือด!"
พราวพิชชาตะโกนสวนกลับ เสียงสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนกแต่ดื้อรั้นจนวินาทีสุดท้าย ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่ไม่ให้มันไหลออกมา มือเรียวบางสั่นเทาแต่ยังคงกำท่อนเหล็กขึ้นสนิมไว้แน่น แม้ปากจะเก่งและชอบต่อปากต่อคำกับบอดี้การ์ดหน้าตายคนนี้แค่ไหน แต่ภาพบาดแผลและคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนร่างของรวินันท์ในตอนนี้ กำลังกรีดแทะหัวใจของเธอให้แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"คุณมันดื้อด้านที่สุด..." รวินันท์แค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง ทั้งที่อุตส่าห์ปกป้องมาตลอดทาง แต่ยัยคุณหนูตัวแสบคนนี้ก็ไม่เคยเชื่อฟังเธอเลยสักครั้ง
แต่หัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกซ้ายกลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง ตรงกันข้าม... มันกลับพองโตและเจ็บปวดทรมานในเวลาเดียวกัน เมื่อตระหนักว่าเป้าหมายเดียวในชีวิตตอนนี้ไม่ใช่การรักษาชีวิตของตัวเอง แต่คือการทำให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังปลอดภัย แม้ว่าเธอต้องแลกด้วยลมหายใจหยดสุดท้ายก็ตาม
*พรึบ!*
คนร้ายสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันจากด้านข้าง รวินันท์ไม่รอช้า เธอหมุนตัวเตะตัดขาคนแรกจนล้มคว่ำไปกระแทกกับลังไม้ ก่อนจะใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่ขมับของคนที่สองอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี เสียงโอดครวญดังระงมตามมาด้วยร่างที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แต่ทว่า... จำนวนคนที่มากกว่าย่อมได้เปรียบ
หมัดหนักๆ จากด้านหลังซัดเข้าที่ท้ายทอยของรวินันท์เต็มแรง จนเซถอยหลังไปหลายก้าว รสชาติคาวคลุ้งของเลือดแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รวินันท์กัดฟันกรอด ฝืนอาการวิงเวียนศีรษะแล้วตวัดสายตาดุดันกลับไปมองหัวหน้าชุดสังหารที่ย่างสามขุมเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
"เก่งนักนะอีบอดี้การ์ด... คิดเหว่ามึงจะปกپ้องคุณหนูพราวได้จนรอดออกไปรึไง นายสั่งมาว่าต้องเอาตัวเป็นๆ กลับไป ส่วนมึง... จะปล่อยให้ตายห่าอยู่ตรงนี้แหละ!"
สิ้นเสียงคำราม มือสังหารร่างยักษ์ก็พุ่งเข้ามาพร้อมมีดสั้นประกายแวววาวในมือ รวินันท์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แต่ความเหนื่อยล้าและเสียเลือดมากทำให้การตอบสนองช้าลงไปเสี้ยววินาที คมมีดเฉี่ยวเข้าที่หน้าท้องสำแดงรอยแผลยาว บาดลึกจนความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ร่างเพรียวเซถทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ
"รวี!"
เสียงกรีดร้องของพราวพิชชาดังลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ทิ้งท่อนเหล็กในมือแล้วพุ่งเข้ามาประคองร่างที่กำลังจะล้มลงของบอดี้การ์ดสาวทันที ลืมสิ้นทุกความกลัว ลืมศักดิ์ศรีคุณหนูผู้สูงส่ง เหลือเพียงความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิตไป
"อย่าเข้ามา... บอกให้หนีไปไงเล่า..." รวินันท์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาปรือปรอยแต่ยังคงฝืนมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของพราวพิชชา มือเรียวที่เปื้อนเลือดเอื้อมขึ้นไปแตะแก้มเนียนแผ่วเบาราวกับต้องการจดจำสัมผัสสุดท้าย "คุณหนู... ปากเก่งแบบนี้... ต่อไปใครจะปราบไหว..."
"ฮือ... ยัยบ้า ยัยบอดี้การ์ดปากเสีย ถ้าเธอตายฉันจะตามไปฆ่าเธอในนรกแน่! ห้ามตายนะ รวินันท์ ได้ยินไหม!" พราวพิชชาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร สองมือพยายามกดแผลที่หน้าท้องของอีกฝ่ายเพื่อห้ามเลือดที่ไหลทะลักไม่หยุด หัวใจบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก
หัวหน้ามือสังหารเดินเข้ามาใกล้ เงื้อมมีดขึ้นสูงหมายจะปลิดชีพบอดี้การ์ดสาวให้สิ้นซากเพื่อตัดปัญหา รวินันท์รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ดันร่างของพราวพิชชาให้อยู่ด้านหลัง ก่อนจะใช้กระสุนนัดสุดท้ายในรังเพลิงเหนี่ยวไกใส่หัวใจของมันทันที!
*ปัง!*
ร่างของมือสังหารล้มฟาดพื้นสนิท แต่เสียงปืนนั้นก็ดึงดูดสายตาของพรรคพวกที่เหลือให้พุ่งเป้ามาที่พวกเธอทั้งสองคนในคราเดียว
"หมดเวลาเล่นแล้วครับคุณหนู..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่พวกเธอไม่คาดคิดว่าจะมาเยือนถึงที่นี่ด้วยตัวเอง
ธนภัทรเดินก้าวออกมาจากเงาเสาปูน ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงแววอำมหิตแย้มยิ้มเย็นเยียบในมือถือปืนพกติดกระบอกเก็บเสียง เขามองภาพบอดี้การ์ดสาวที่นอนหายใจรวยรินกับคุณหนูไฮโซที่เนื้อตัวเปื้อนคราบเลือดด้วยสายตาสสมเพชเวทนา
"แก... ธนภัทร!" พราวพิชชาตวัดสายตาดุดันจ้องมองชายผู้เป็นต้นเหตุของความพินาศทั้งหมดด้วยความแค้นเคืองสุดขีด มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
"ใช่ครับคนสวย พี่ชายใจดีของเธอเอง..." ธนภัทรย่อตัวลงตรงหน้า ส่งรอยยิ้มจอมปลอมที่น่าขยะแขยงมาให้ "ยอมจำนนแต่โดยดีเถอะนะพราว... เซ็นโอนหุ้นทั้งหมดให้ฉันซะ แล้วฉันอาจจะเมตตาไว้ชีวิต 'หมาเฝ้าบ้าน' ตัวนี้ หรือถ้าเธอขัดขืน... ศพต่อไปก็คงไม่ต้องเดานะครับว่าจะ1เป็นใคร"
รวินันท์ที่นอนพิงอยู่กับลังไม้พยายามปรือตาขึ้นมอง แม้สติจะเลือนรางเต็มที แต่ประสาทสัมผัสยังคงตื่นตัว เธอเห็นรอยยิ้มคุกคามของธนภัทร และเห็นแววตาลังเลที่ไหวระริกอยู่ในดวงตาคู่สวยของคุณหนูพราวพิชชา... แววตาที่ยอมจำนนเพื่อแลกกับชีวิตของเธอ
*ห้ามเด็ดขาด...*
รวินันท์ขยับริมฝีปากแห้งผาก พยายามเค้นเสียงที่แทบไม่มีเหลือออกมา มือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดเอื้อมไปควายชายเสื้อของคุณหนูไว้แน่นเป็นครั้งสุดท้าย
"อย่า... เซ็น..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในใจของพราวพิชชา
พราวพิชชาหันกลับมามองใบหน้าซีดเผือดแต่มุ่งมั่นของบอดี้การ์ดหน้าตาย หยดน้ำตาหยดสุดท้ายร่วงหล่นกระทบแก้มนวล ก่อนที่แววตาหวาดกลัวเมื่อครู่จะแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นอย่างที่ธนภัทรไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอริเก่าด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ไม่เคยเกรงกลัวใคร
"ฝันไปเถอะ... ธนภัทร"
พราวพิชชาเอ่ยเสียงกร้าว พลางเอื้อมมือไปคว้าปืนที่ตกอยู่ข้างกายของรวินันท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทถูกยกขึ้นเล็งตรงระหว่างคิ้วของประธานหนุ่มผู้ทะเยอทะยานทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!
ธนภัทรเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่คาดคิดว่าคุณหนูผู้บอบบางจะกล้าตอบโต้ ทว่าก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะเหนี่ยวไกปลิดชีพศัตรู เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสนั่นก้องไปทั่วโกดัง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจากทุกทิศทาง เสียงตะโกนก้องของตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษและเสียงไซренаรถตำรวจดังประสานกันระงม
"วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้! เจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว!"
ธนภัทรหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์พลิกผัน เขากวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนก แต่ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายและแสงไฟที่สาดส่องเข้ามา เงาร่างของใครบางคนในชุดสูทสีเข้มก็ก้าวพ้นประตูเหล็กเข้ามา พร้อมกับปืนกลอัดแน่นในมือและรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้เลือดในกายของธนภัทรจับตัวเป็นน้ำแข็ง
ดวงตาคมกริบของผู้มาใหม่กวาดมองสภาพที่สะินสะสะอื้นและเต็มไปด้วยคราบเลือดของรวินันท์ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของคุณหนูพราวพิชชาที่ยืนบังบอดี้การ์ดของเธอไว้อย่างไม่ยอมถอย และเมื่อแสงไฟสาดกระทบใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน... พราวพิชชาถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่า... คนที่ก้าวเข้ามาช่วยพวกเธอในวินาทีเป็นตายนี้ ไม่ใช่ตำรวจ... แต่เป็นบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่ากระสุนและน้ำตากับยัยบอดี้การ์ดหน้าตายคนนี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปเตรียมรับแรงกระแทกความจริงที่กำลังจะเปิดเผยได้เลยค่ะ!
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 24
เลือดเพื่อเธอ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!