“ถ้าคิดว่าส่งข้อความปัญญาอ่อนแค่นั้นแล้วฉันจะวิ่งโล่ไปตายดาบหน้าคนเดียว คุณคงประเมินสมองของธนภัทรต่ำเกินไป... หรือไม่ก็ประเมินความโง่ของฉันสูงเกินไปค่ะ”
เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโกดังร้างริมอ่าว บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและฝุ่นผงที่ลอยวนตามแรงลมทะเล เศษกระจกจากหน้าต่างบานเก่าที่แตกละเอียดจากการปะทะเมื่อครู่ยังคงสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวๆ จากเสาไฟด้านนอก ทอดเงายาวน่ากลัวราวกับกรงเล็บของมัจจุราช
พราวพิชชาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่ธนภัทรคาดการณ์ไว้เลยแม้แต่น้อย ทายาทสาวแห่งอาณาจักรหมื่นล้านยืนกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นด้วยความถือดี นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความสมเพชเวทนา มือเรียวบางซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทหนาเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาเล็กน้อยจากความหนบหนาวและความตึงเครียดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด แต่ภายนอกเธอยังคงรักษามาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไว้ได้อย่างแนบเนียน
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของธนภัทรสั่นครืด ข้อความที่เขาเพิ่งส่งออกไปเพื่อล่อให้เธอเดินเข้ามาติดกับ... กลับกลายเป็นหลุมพรางที่ย้อนกลับมาฝังตัวเขาเอง
“เธอ...” ธนภัทรกัดฟันกรอด ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン “เธอรู้แผนทั้งหมดตั้งแต่แรกงั้นเหรอ?”
“แหม จะเรียกว่ารู้แผนคงไม่ถูกหรอกค่ะ ต้องเรียกว่าเดาความตื้นเขินของคุณได้ไม่ยากต่างหาก” พราวพิชชาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างไม่เกรงกลัว “คนอย่างธนภัทร ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ คงไม่ใช้วิธีเด็กอมมือแบบส่งข้อความขู่ขวัญให้มาเจอคนกุมความลับหรอกค่ะ น่าสมเพชจังนะคะ ที่ต้องทำตัวเป็นสุนัขจนตรอกคอยกัดชาวบ้านไปทั่ว”
“ปากดีนักนะพราวพิชชา!” ธนภัทรคำรามลั่น ยกปืนสั้นในมือขึ้นเล็งตรงมาที่ร่างระหงทันTที ความอดทนของเขาขาดผึ่ง “ในเมื่อไม่อยากเจรจาดีๆ งั้นก็ไปตายพร้อมกับความลับของครอบครัวเธอซะเถอะ!”
นิ้วชี้ของชายหนุ่มกำลังจะเหนี่ยวไก ทว่า—
*เพล้ง!*
เสียงกระจกด้านบนหลังคาโกดังแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว ร่างเพรียวบางในชุดสูทสีดำสนิทร่อนลงมาอย่างไร้ซุ่มเสียงราวกับพญาอินทรีที่พุ่งเข้าตะครุบเหยื่อ ปลายเท้ากระแทกพื้นคอนกรีตอย่างมั่น
คงก่อนที่สะเก็ดไฟจากการเหวี่ยงตัวจะยังไม่ทันจางหาย รวินันท์ในสภาพที่เสื้อผ้ามีรอยขาดวิ่นเล็กน้อยจากการฝ่าวงล้อมข้างนอก พุ่งเข้าประชิดตัวธนภัทรด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์
“ยุ่งอะไรกับคนของฉัน!”
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความเกรี้ยวกราดที่หาได้ยากยิ่ง รวินันท์ใช้สันมือฟาดเข้าที่ข้อมือของธนภัทรอย่างแม่นยำจนปืนหลุดจากมือกระเด็นไปไกล ก่อนจะตามด้วยการเตะตัดขาจนร่างของนักธุรกิจหนุ่มทรุดฮวบนั่งคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความจุกเสียด
“รวี!” พราวพิชชาอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโล่งอก ลึกๆ ในใจหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยยืนบังกระสุนให้อย่างไม่คิดชีวิต
“เงียบไปเลยค่ะคุณพราว กลับไปยืนรอข้างหลังโน่นเลย ถ้าฉันจัดการไอ้เวรนี่เสร็จเมื่อไหร่ คุณโดนเทศน์หูชาแน่ฐานทำอะไรไม่ปรึกษา!” รวินันท์ตวัดเสียงดุใส่ทันทีทั้งที่ลมหายใจยังหอบสะท้อน ปากร้ายใจแข็งไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าแววตาคู่คมที่เหลือบกลับมามองจะฉายแววห่วงใยจนปิดไม่มิดก็ตาม
“นี่คุณ! ฉันเป็นคนวางแผนล่อมันออกมานะยะ ทำไมฉันต้องโดนด่าด้วยเล่า!” พราวพิชชาเถียงกลับคอเป็นเอ็น แก้วเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอายที่ถูกดุต่อหน้าศัตรู
“แผนเหรอคะ? แผนพาตัวเองไปเสี่ยงตายแบบนี้นะเหรอ ถ้าฉันมาไม่ทัน... คุณคิดเหรอว่าตอนนี้จะได้มายืนเถียงฉันอยู่แบบนี้!” รวินันท์หันกลับมาตอกกลับเสียงเขียว เคมีคู่กัดระเบิดเปรี้ยงปร้างท่ามกลางดงกระสุนและกลิ่นควันปืน บรรยากาศตึงเครียดพลันท 180 องศา กลายเป็นสงครามย่อยๆ ระหว่างบอดี้การ์ดหน้าตายกับคุณหนูจอมดื้อรั้น
แต่ความวุ่นวายยังไม่ทันได้จบลง เสียงปรบมือช้าๆ แ유ก้องกังวานมาจากมุมมืดของโกดัง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ธนภัทรที่ทรุดอยู่กับพื้นกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างน่าขนลุก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำยิ้มเยาะ “เก่งมาก... รวินันท์ บอดี้การ์ดมือหนึ่งฝีมือฉกาจ สมคำร่ำลือจริงๆ คิดเหรอว่าฉันจะมาคนเดียวตามลำพัง?”
สิ้นเสียงของธนภัทร เงาดำนับสิบก็ก้าวออกมาจากซอกมุมมืดของตู้คอนเทนเนอร์เก่า ทุกคนสวมชุดดำสนิทและถืออาวุธครบมือ พร้อมที่จะสาดกระสุนใส่พวกเธอให้พรุนได้ในเสี้ยววินาที รัศมีแห่งความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
รวินันท์ขยับตัวเข้าประชิดร่างของพราวพิชชาโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังแนบชิดกันเพื่อสร้างเกราะป้องกัน ความนิ่งสุขุมกลับมาสู่บอดี้การ์ดสาวอีกครั้ง แม้สถานการณ์จะพลิกผันกลายเป็นฝ่ายถูกปิดล้อมก็ตาม
“จับพวกมันให้หมด!” ธนภัทรตะโกนสั่งเสียงกร้าวด้วยความแค้นเคือง
รวินันท์หันมาสบตาพราวพิชชาที่กำลังเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง ความหวาดกลัวไม่มีอยู่ในแววตาของหญิงสาวผู้เอาแต่ใจคนนี้ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายไฟแห่งการท้าทาย
“ถ้าวันนี้เราต้องตายด้วยกัน... ช่วยกรุณาหุบปากบ่นฉันแล้วตั้งใจสู้หน่อยนะคะ บอดี้การ์ดหน้าตาย” พราวพิชชาเอ่ยกระซิบเสียงเบา ชิดริมหูของรวินันท์ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวคุณหนูตัวแสบปะปนกับกลิ่นดินปืนกลายเป็นความผูกพันประหลาดที่ดึงสติของรวินันท์ให้พุ่งพล่าน
รวินันท์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปคว้ามือบางของพราวพิชชามากุมไว้แน่น กระชับความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวยะเยือกของปากกระบอกปืนนับสิบที่เล็งตรงมา
“ถ้าตาย... ฉันก็ไม่ยอมให้คุณตายก่อนฉันหรอกค่ะ พราวพิชชา”
แล้วรวินันท์ก็กระชับปืนในมือมั่น พุ่งทะยานออกไปปะทะกับวงล้อมมรณะพร้อมกับร่างระหงที่เคียงบ่าเคียงไหล่ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว—
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนนี้นะคะ
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 23
กับดักมรณะในโกดังร้าง
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!