“ถ้าคุณคิดว่าการสร้างภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้ใจบุญจะช่วยล้างมลทินบนมือที่เปื้อนเลือดของคุณได้ ธนภัทร... ผมว่าคุณกำลังดูถูกสติปัญญาของคนทั้งประเทศอยู่นะคะ”
เสียงหวานใสแต่เฉียบขาดของพราวพิชชาดังฝ่าความเงียบในห้องแถลงข่าวหรูใจกลางเมือง เธอยืนเด่นอยู่หลังแผงกั้นผู้สื่อข่าว ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นจ้องมองไปยังชายหนุ่มบนเวทีด้วยแววตาเหยียดหยัน ไม่ต่างจากมองเศษฝุ่นที่พยายามจะยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นเพชร
ธนภัทรชะงักไปชั่วครู่ มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับกล้องนับสิบตัว “คุณพราวพิชชาครับ การกล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน มันไม่ได้ทำให้บริษัทของคุณดูสูงส่งขึ้นหรอกนะ”
“หลักฐานเหรอคะ?” พราวพิชชาแค่นหัวเราะพลางก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง โดยมีรวินันท์ในชุดสูทสีเข้มเดินตามหลังมาติดๆ ใบหน้าของบอดี้การ์ดสาวเรียบสนิทดุจหน้ากากน้ำแข็ง แต่ดวงตาคมกริบนั้นกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินภัยคุกคามทุกฝีก้าว
“รวี ยืนคุมไว้ ถ้าใครขยับตัวแปลกๆ ก็จัดการตามความเหมาะสมนะคะ” พราวพิชชาสั่งเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“รับทราบค่ะคุณหนู” รวินันท์ตอบสั้นๆ ก่อนจะขยับตัวไปขวางทางออกสำรอง สายตาดุจเหยี่ยวของเธอจับจ้องที่ธนภัทรไม่วางตา เคมีระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้ช่างชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ—คนหนึ่งคือความดื้อรั้นที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ อีกคนคือความเย็นชาที่พร้อมจะเผาผลาญศัตรูให้มอดไหม้เพื่อปกป้องคนที่ตนรัก
“คุณอยากได้หลักฐานใช่ไหม?” พราวพิชชาล้วงแท็บเล็ตออกมาจากกระเป๋าถือแบรนด์เนม ก่อนจะส่งสัญญาณให้มีนาราที่นั่งรออยู่หลังมอนิเตอร์จัดการปล่อยภาพวงจรปิดและบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่ธนภัทรใช้ฟอกเงินผิดกฎหมายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งห้อง นักข่าวต่างรัวชัตเตอร์จนแสงแฟลชวูบวาบไปหมด
ธนภัทรหน้าถอดสี รอยยิ้มจอมปลอมมลายหายไปในพริบตา เขารีบก้าวถอยหลัง แต่ทว่า... รวินันท์รวดเร็วกว่า เธอปราดเข้าไปล็อคแขนของเขาไว้ด้วยท่วงท่าที่กระชับและหนักแน่นจนอีกฝ่ายดิ้นไม่หลุด
“ปล่อย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” ธนภัทรแผดเสียงอย่างหมดมาด
“เรื่องที่ทนายของคุณต้องเหนื่อยหน่อยในคุกไงคะ” รวินันท์กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะกดข้อมือเขาลงกับโต๊ะจนธนภัทรนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
จังหวะนั้นเอง ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องแถลงข่าวถูกผลักออกอย่างแรง ตำรวจในเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งกรูเข้ามาพร้อมหมายจับในมือ หัวหน้าชุดปฏิบัติการเดินตรงดิ่งมาหาธนภัทรที่ยังคงถูกรวินันท์พันธนาการไว้อย่างแน่นหนา
“ธนภัทร คุณถูกจับในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน และบงการฆ่าครับ”
พราวพิชชามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอหันไปมองรวินันท์ที่กำลังส่งสายตามาให้ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายเดือนดูเหมือนจะจางหายไปแทนที่ด้วยความหวั่นไหวในแววตาของบอดี้การ์ดหน้าตายคนนี้
“เก่งมากค่ะ” พราวพิชชาเอ่ยชมเบาๆ ขณะที่เดินเข้าไปใกล้
รวินันท์ปล่อยมือจากธนภัทรให้เจ้าหน้าที่คุมตัวไป ก่อนจะหันมาหาเจ้านายสาว เธอถอนหายใจยาว “อย่าเพิ่งชมค่ะ งานยังไม่จบ แค่ตัวการใหญ่ไปนอนคุก ไม่ได้แปลว่าเบื้องหลังจะยอมรามือ”
“คนปากแข็ง...” พราวพิชชาเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้รวินันท์ด้วยท่าทางที่ดูสนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์นายจ้างกับลูกจ้าง สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ กันนะคะ... ทั้งในฐานะบอดี้การ์ด และ...อย่างอื่น”
รวินันท์ชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจางๆ “คุณหนูคะ นี่ที่สาธารณะนะ อย่ามาเล่น...”
คำพูดของรวินันท์ขาดหายไปเมื่อจู่ๆ ไฟในห้องแถลงข่าวก็ดับพรึ่บลงสนิท ท่ามกลางความมืดมิด เสียงกรีดร้องของนักข่าวและเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นดังระงม
“รวี!” พราวพิชชาร้องเรียกด้วยความตกใจ
ก่อนที่มือเรียวของเธอจะถูกใครบางคนกระชากลากไปในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ไม่ได้มาจากรวินันท์ข้างตัว
“น่าเสียดายนะพราวพิชชา... ที่เธอคิดว่าเกมนี้มันจบลงง่ายๆ แบบนี้”
ความเย็นเฉียบของปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับทำเอาลมหายใจของพราวพิชชาหยุดชะงักไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย กลิ่นเดียวกับคนที่น่าจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าพราวพิชชาจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไรนะคะ
โรสแมรี่พิษ
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 29
สกัดดาวรุ่งตัวร้าย
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!