กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 30

หมดสัญญา... แต่ไม่จบความสัมพันธ์

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"เซ็นชื่อตรงนี้ค่ะคุณหนู... เอกสารการส่งมอบภารกิจและสิ้นสุดสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ หวังว่าจะไม่มีข้อโต้แย้งเรื่องความเสียหายของทรัพย์สินในเพนท์เฮาส์นะคะ เพราะฉันเช็คดูรอบสุดท้ายแล้ว... มันยังอยู่ครบทุกชิ้น ยกเว้นก็แต่..." น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกใดเจือปนของรวินันท์ดังขึ้น ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังจนแสบแปลบ พราวพิชชาชะงักปลายปากกาในมือที่กำลังจะจรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าบอดี้การ์ดหน้าตายที่แต่งกายด้วยชุดสูทเข้ารูปเนี้ยบกริบ ราวกับเตรียมตัวจะเดินออกจากชีวิตเธอไปได้ทุกวินาที กระเป๋าเดินทางใบโตสีดำสนิทตั้งเด่นอยู่ตรงโซฟารับแขก มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ตะโกนใส่หน้าเธอว่า 'เวลา' ของพวกเธอหมดลงแล้ว ธนภัทรถูกสกัดดาวรุ่งและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อย ความปลอดภัยของทายาทหมื่นล้านกลับคืนสู่ภาวะปกติ และนั่นหมายความว่า... รวินันท์หมดหน้าที่ "ยกเว้นอะไรล่ะ รวี?" พราวพิชชาเชิดหน้าขึ้น เสียงใสพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกอย่างสุดความสามารถ เธอวางปากการาคาแพงลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบงัน "ยกเว้นแจกันราคาแพงที่เธอทำแตกเมื่อเดือนก่อนเหรอ หรือว่า... ยกเว้นหัวใจของฉันที่เธอถือวิสาสะขโมยมันไปกันแน่?" รวินันท์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบใต้กรอบขนตางอนงามไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบตึงราวกับหน้ากากน้ำแข็งตามเดิม ร่างโปร่งในชุดสูทขยับตัวเล็กน้อย น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อปกป้องบางอย่าง "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณหนู หน้าที่ของฉันคือบอดี้การ์ด ไม่ใช่โจรขโมยของไม่มีราคาแบบนั้น" รวีตอบกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนตามเคย ทว่ามือเรียวที่กำลังเก็บเอกสารเข้าแฟ้มกลับสั่นเทาเล็กน้อยจนคนช่างสังเกตอย่างพราวพิชชาจับพิรุธได้ "ปากแข็ง!" พราวพิชชาลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของรวินันท์—กลิ่นสะอาดๆ ปนความเย็นชาแบบที่เธอคุ้นเคยและเสพติดมาตลอดหกเดือน—โชยเข้าจมูกจนหัวใจกระหน่ำเต้นรัว แรงกดดันจากความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างผู้จ้างวานกับผู้คุ้มครอง กำลังระเบิดออกเป็นความอึดอัดที่บีั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก "หมดสัญญาแล้วไง ใครสนวะ? ในเมื่อเธอก็รู้ว่าความรู้สึกระหว่างเรามันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ!" "แต่ฉันสนค่ะคุณหนพราวพิชชา" รวินันท์เน้นเสียงทุกพยางค์ ดวงตาคู่สวยสบตากับคนตรงตรงอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ข้างในจะปั่นป่วนจนแทบอยากจะดึงร่างบางตรงหน้าเข้ามากอดฝัง S-Curve แนบชิดกับอกตัวเอง "สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเมื่อนาฬิกาตีเที่ยงตรง บอดี้การ์ดตกงานคนนี้ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณหนูอีกต่อไป และคุณหนูก็... ควรจะกลับไปใช้ชีวิตไฮโซบนหอคอยงาช้างอย่างไร้กังวลได้แล้วค่ะ" คำพูดที่ราวกับมีดกรีดลงบนแผลสดทำให้พราวพิชชาหน้าชาซ่าน มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือตอนนี้ รวินันท์จะหายลายกลายเป็นอากาศธาตุไปต่อหน้าต่อตา แรงบีบที่ข้อมือนั้นสั่นระริก ปราศจากความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยมี เหลือเพียงความเปราะบางที่ผู้หญิงปากแข็งคนนี้ไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "มองหน้าฉันแล้วพูดใหม่อีกทีซิ รวินันท์..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบaแต่สั่นเครือ ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต "เธอพูดได้เต็มปากจริงๆ เหรอว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา... เธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย? ที่ผ่านมาทั้งหมด... มันเป็นแค่หน้าที่สำหรับเธอจริงๆ งั้นเหรอ?" หัวใจของรวินันท์กระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์นับร้อยผุดขึ้นมาในหัว—วินาทีที่เธอเอาตัวเข้าบังกระสุนให้คนตรงหน้า ช่วงเวลาที่พวกเธอต้องแอบซ่อนตัวในห้องพักแคบๆ ด้วยกัน ยามที่รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนเรียวปากสวย หรือแม้แต่ยามที่เจ้าตัวแสบงอแงเอาแต่ใจจนเธอต้องยอมใจอ่อนทุกครั้ง... ทุกอย่างมันคือเรื่องจริง และมันลึกซึ้งเกินกว่าจะตัดขาดด้วยกระดาษสัญญาแผ่นเดียว แต่ทว่า... ความแตกต่างของโลกสองใบ ความอันตรายในอาชีพที่เธอแบกรับ และความหวังดีที่อยากให้พราวพิชชาปลอดภัยจากโลกมืดของเธอ มันคือกำแพงหนาที่รวินันท์ต้องเลือกที่จะถอยหลัง รวินันท์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะค่อยๆ แกะมือบางที่เกาะกุมข้อมือตนเองออกทีละนิ้ว อย่างไร้เยื่อใย "ใช่ค่ะ... มันเป็นแค่หน้าที่" รวินันท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจข้างในจะแหลกสลายเป็นผุยผง "และตอนนี้... หน้าที่ของฉันก็จบลงแล้ว ลากော်ค่ะคุณหนู" ร่างสูงโปร่งหมุนตัวหยิบกระเป๋าเดินทางเตรียมก้าวเดินไปที่ประตูเพนท์เฮาส์ หัวใจของพราวพิชชาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความโกรธ ความเสียใจ และความดื้อรั้นตีรวนขึ้นมาจนหมดความอดทน ในเมื่อใช้วิธีพูดคุยดีๆ ไม่ได้ผล เธอก็มีวิธีของเธอเช่นกัน *กริ๊ก!* เสียงล็อกประตูหน้าดังขึ้นสะท้อนก้องห้องโถง รวินันท์ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความงุนงงเมื่อพบว่าพราวพิชชาคือกดรีโมทล็อกกลอนประตูอัตโนมัติจากสวิตช์หลัก และตอนนี้ กุญแจสำรองอยู่ในมือของทายาทหมื่นล้านเรียบร้อยแล้ว "เธอทำอะไรน่ะ พราว?" รวินันท์ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก พราวพิชชาเดินเข้าไปใกล้บอดี้การ์ดหน้าตายอีกครั้ง รอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความท้าทายที่ไม่เคยลดละ แม้ขอบตาจะยังแดงก่ำก็ตาม "ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่คะ..." พราวพิชชาเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นมือไปแตะปลายปกสูทของอีกฝ่ายเบาๆ ไล้ปลายนิ้วขึ้นไปจนถึงคางมน บังคับให้อีกฝ่ายต้องเงยหน้าสบตาเธอตรงๆ "ในเมื่อสัญญาบอดี้การ์ดมันหมดอายุไปแล้ว งั้นเรามาทำสัญญาฉบับใหม่กันดีกว่า... สัญญาที่ฉันจะเป็นคนจ้างเธอมาเป็น 'แฟน' ตลอดชีวิต... แบบนี้เธอสนใจจะเซ็นไหมล่ะคะ รวี?" รวินันท์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกเกือบจะชนกันในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซึนเดระที่เคยพยายามสร้างกำแพงไว้ พังทลายลงไม่เป็นท่าภายใต้รอยยิ้มเย้ายวนและแววตาเวทนาแกมเว้าวอนของคนตรงหน้า แต่ทว่า... ก่อนที่รวินันท์จะได้เอ่ยคำตอบใดๆ ออกมาเพื่อยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นแทรกกลางความเงียบสนิท พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปึงปังด้วยความร้อนรน *ปัง! ปัง! ปัง!* "คุณพราวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับท่านประธาน...!" เสียงตะโกนของมีนาราเพื่อนสนิทดังทะลุบานประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก และชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนสนิท ทำให้เลือดในกายของพราวพิชชาเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว โรสแมรี่พิษ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางผ่านเรื่องราวสุดแซ่บนี้มาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%