กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 31

ยัยคุณหนูหัวรั้นเริ่มแผนตามจีบ

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณยังทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ไร้วิญญาณใส่ฉันอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าคุณยอมรับว่าแอบหลงเสน่ห์ฉันจนไปไม่เป็นนะคะ รวินันท์" เสียงหวานใสที่เจือความเอาแต่ใจเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวสุดหรู พราวพิชชาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทเป็นรูปปั้นหินทราย รวินันท์ หรืออดีตบอดี้การ์ดหน้าตายที่ตอนนี้ยังคงมีหน้าที่วนเวียนอยู่ใกล้ชิดเธอด้วยสัญญาว่าจ้างฉบับใหม่ ขยับริมฝีปากบางเฉียบเพียงนิดเดียวเพื่อพ่นลมหายใจออกมาราวกับเอือมระอาเต็มประดา "คุณพราวคะ ดิฉันเป็นบอดี้การ์ด... อ๋อ ไม่สิ ตอนนี้เป็นแค่ผู้ช่วยส่วนตัวตามสัญญาจ้างค่ะ หน้าที่ของดิฉันคือความปลอดภัยและการจัดการเอกสาร ไม่ใช่การมานั่งเล่นเกมประสาทเสียกับคุณหนูเอาแต่ใจแบบนี้" รวินันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบตึงกลับไหววับอย่างน่าสงสัย มือเรียวที่ไขว้หลังอยู่กำเข้าหากันแน่นโดยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งในระยะหลังทำให้หัวใจที่ถูกสร้างกำแพงเหล็กหนาเต้นผิดจังหวะบ่อยครั้ง และเธอก็เกลียดความรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ที่สุด พราวพิชชาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดร่างบางที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังลอยแตะจมูกพร้อมกับแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้รวินันท์เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่า... ไร้ประโยชน์ เมื่อแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักทอง พราวใช้มือข้างหนึ่งทาบลงบนชั้นหนังสือเพื่อกักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอาณัติทันที "อ้าว ไหนบอกว่าไม่กลัวไงคะ ทำไมตอนนี้หน้าแดงจนลามไปถึงใบหูแล้วล่ะ หรือว่าที่ฉันพูดมันโดนใจเข้าเต็มเปี่ยม" พราวโน้มใบเข้าไปกระซิบใกล้ๆ 1 องศา รสชาติของการเป็นฝ่ายรุกมันช่างหอมหวานและท้าทายเสียจนหัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวไม่แพ้กัน ในเมื่อคนปากแข็งอย่างรวินันท์ไม่มีทางปริปากสารภาพความรู้สึกออกมาก่อน เธอนี่แหละจะเป็นคนรื้อกำแพงน้ำแข็งนี่ด้วยตัวเอง เริ่มจากแผนการป่วนหัวใจขั้นเด็ดขาดที่คิดมาทั้งคืนนี่แหละ! รวินันท์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาพราวแพรวที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้ง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ปากร้ายๆ ที่มักจะโต้เถียงฉอดๆ กลับหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมาจุกที่คอหอย "คุณพราว... ถอยไปค่ะ มันไม่เหมาะสม" "ไม่เหมาะสมตรงไหนคะ ในเมื่อเราสองคน... โสดสนิททั้งคู่ แถมฉันยังเป็น 'นายจ้าง' ที่มีสิทธิ์จะทำอะไรกับลูกจ้างก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ" พราวลากเสียงยาวอย่างจงใจ ปลายนิ้วเรียวแกล้งไล้ผ่านปลายคางมนของอีกฝ่ายเบาๆ จนรวินันท์สะดุ้งสุดตัว รีบคว้าข้อมือนั้นไว้ทันด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว "เล่นอะไรไม่เข้าเรื่องค่ะ ปล่อยนะคะ!" "ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าคุณจะยอมพูดคำว่า 'คิดถึงฉัน' ออกมาสักคำเดียว" พราวลอยหน้าลอยตาท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากสวย "เลือกเอาค่ะ จะพูดเองดีๆ หรือจะให้ฉันใช้วิธีบังคับแบบที่ทำให้คุณปฏิเสธไม่ได้" รวินันท์กัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของพราวพิชชาไม่เคยลดน้อยลงเลย มีแต่จะทวีความรุนแรงจนเธอรับมือแทบจะไม่ไหวแล้ว ทว่าลึก ลงไปในความหงุดหงิดนั้น กลับมีประกายความไหวหวานฉายชัดขึ้นมาวบหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอยิ่งกว่ากระสุนปืนหรือคมมีดของศัตรูหน้าไหนเสียอีก "คุณนี่มัน..." รวินันท์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูที่ต้องซ่อนไว้มิดชิด "เด็กเหลือขอจริงๆ" "อ้าว ว่าฉันเด็กเหรอคะ งั้นต้องโดนทำโทษฐานปากดีใส่ประธานบริษัทนะคะ" พราวไม่พูดเปล่า แต่กลับขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รวินันท์กลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เปลือกตาบางกระพริบถี่เพื่อตั้งสติกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้า ช่องว่างระหว่างกันถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน ความเงียบงันภายในห้องทำงานเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม เสียงนาฬิกาแขวนผนังคล้ายดังชัดขึ้นในโสตประสาท ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างกำลังจะถูกทำลายลงด้วยแรงดึงดูดประหลาด *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของมีนารา เพื่อนสนิทตัวดีที่ถือวิสาสผลักประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้อณุญาต "พราว! เอกสารงบประมาณไตรมาสนี้ที่แกวานนักหนา... อุ๊ย!" มีนาราชะתากึกฝีเท้าทันที ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า สองสาวที่ยืนประชิดติดกันจนแทบจะสิงร่าง ประหนึ่งฉากเลิฟซีนในซีรีส์เกาหลีที่กำลังไคลแมกซ์พอดีเป๊ะ มีนาราอ้าปากค้าง ยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบลวกๆ แต่ก็ยังแอบแยกนิ้วออกมองผ่านซอกเล็บด้วยความอยากรู้อยากเห็น "อุ๊ย ตายแล้ว! ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย เชิญต่อเลยนะยะ ไม่ต้องเกรงใจฉัน ฉันแค่เอาแฟ้มมาวางแล้วจะรีบถอยทัพออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!" รวินันท์ผละตัวออกจากพราวด้วยความเร็วแสง ใบหน้าสวยเฉี่ยวยามปกติขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวรีบจัดเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินเลี่ยงหนีออกไปยืนไกลๆ ทันทีเพื่อรักษาฟอร์ม ส่วนพราวพิชชาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด ส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสนิทตัวแสบที่ส่งยิ้มล้อเลียนกลับมาไม่หยุด "มีนารา! แกนี่มันมาถูกจังหวะเสียจริงนะ!" พราวแหวใส่เพื่อนเสียงเขียว "แหม ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าคุณหนูพราวผู้สูงศักดิ์กำลังปฏิบัติการ 'รุกจีบ' บอดี้การ์ดหน้าตายอยู่พอดี นึกว่ากำลังเคลียร์งานบัญชีกันเสียอีก" มีนาราหัวesคิกคักด้วยความชอบใจ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปสบตากับรวินันท์ที่ยืนตีสีหน้านิ่งสนิทกลบเกลื่อนความเขินอาย "ว่าแต่... เมื่อกี้ถึงไหนกันแล้วล่ะคะ จะได้ช่วยนับแต้มถูก" รวินันท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ไม่มีอะไรทั้งนั้นค่ะคุณมีนารา ดิฉันแค่... กำลังช่วยดึงสติคุณพราวเรื่องงานเอกสารเท่านั้นเองค่ะ" "แก้ตัวน้ำขุ่นๆ เลยนะคะรวินันท์" มีนารายิ้มเจ้าเล่ห์ "หน้าแดงซะขนาดนั้น เอกสารคงร้อนน่าดูสินะคะ" พราวพิชชาที่หายจากอาการหงุดหงิดแล้ว เปลี่ยนกลับมาเป็นโหมดคุณหนูผู้มั่นใจทันที หญิงสาวเดินกลับมานั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ตัวเดิม สายตาดุดันแต่พราวเสน่ห์กวาดมองรวินันท์ที่ยังคงยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อนึกถึงแผนการป่วนหัวใจที่ยังทำไม่สำเร็จ ในเมื่อมีคนมาขัดจังหวะความฟินตอนนี้... แผนการรุกฆาตขั้นต่อไปจึงต้องจัดหนักกว่าเดิมร้อยเท่า! "เอาล่ะค่ะ ในเมื่อขัดจังหวะกันแล้ว งั้นวันนี้เราพักเรื่องงานไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า" พราวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งคำสั่ง กวาดสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทและอดีตบอดี้การ์ดสลับกัน "มีนารา แกกลับไปเคลียร์งานของตัวเองได้แล้ว ส่วนคุณรวินันท์... เย็นนี้คุณต้องไปทานข้าวกับฉันเป็นการส่วนตัว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะนี่คือคำสั่งจากประธานบริษัท!" รวินันท์ขมวดคิ้วมุ่นทันที "ดิฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปกินข้าว..." "มีหน้าที่หรือไม่มี ตอนนี้ฉันเป็นคนจ้างคุณ ฉันบอกว่ามี... ก็คือมีค่ะ!" พราวตัดบทอย่างไร้ความปรานี ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ เพราะมื้อเย็นวันนี้... ฉันจะทำให้คุณรู้ซึ้งเองว่าการโดนฉันตามจีบมันน่ากลัวขนาดไหน!" รวินันท์นิ่งงัดกับประกายตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่เสียงหัวเราะคิกคักชอบใจของมีนาราดังคลอเบาๆ เป็นฉากหลัง ทว่า... ในวินาทีที่รวินันท์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำประกาศกร้าวของเจ้าตัวแสบ ประตูห้องทำงานบานเดิมที่เพิ่งถูกปิดสนิทไปเมื่อครู่ กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งอย่างไร้มารยาท! ร่างสูงใหญ่ของธนภัทร นักธุรกิจคู่แข่งตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา ดวงตาคมปลาทูจดจ้องมาที่พราวพิชชาด้วยแววตาร้ายกาจที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ "ขอโทษทีนะครับที่เข้ามาโดยไม่เรียนเชิญ พอดีผมได้ยินข่าวลือสนุกๆ เกี่ยวกับบริษัทของคุณ... เลยแวะเอา 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' มาให้ท่านประธานคนสวยดูด้วยตัวเองเสียหน่อย ว่าคนที่คุณไว้วางใจนักหนา แท้จริงแล้วกำลังแอบขายความลับบริษัทให้ใครอยู่!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งวูบลงสู่ความเย็นเยียบเฉียบพลัน รวินันท์หันขวับไปจ้องหน้าธนภัทรทันทีด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ ขณะที่พราวพิชชาชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ถูกโยนเข้ามากลางวงแบบไม่ทันตั้งตัว! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดแซ่บของยัยคุณหนูตัวแสบกับบอดี้การ์ดหน้าตายนะคะ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้าว่าความลับอะไรกำลังจะถูกเปิดเผยค่ะ - โรสแมรี่พิษ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%