"คุณคิดว่าหลักฐานปลอมๆ ชิ้นนั้นจะช่วยล้างความผิดให้ตระกูลคุณได้เหรอคะ คุณธนภัทร"
น้ำเสียงของรวินันท์ไม่ได้ดังเลยสักนิด แต่มันกลับเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมส่วนตัวจนแทบขาดวิ่น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปยืนหยัดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องไปยังคู่กรณีด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ ขณะที่พราวพิชชาซึ่งยืนอยู่เคียงข้างกันถึงกับชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ถูกโยนเข้ามากลางวงแบบไม่ทันตั้งตัว
บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงสู่ความเยียบเย็น บิลด์ความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของสงครามธุรกิจและการหักเหลี่ยมเฉือนคมอบอวลจนน่าอึดอัด แต่ก่อนที่ธนภัทรจะได้อ้าปากพ่นคำแก้ตัวหรือคำขู่ใดๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความจนมุม เสียงเคาะประตูก็เคาะดังขึ้นสองครั้งติดกัน ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยของธนภัทรเอง
"ท่านครับ... มีของมาส่งครับ" สีหน้าของเลขาหนุ่มดูเลิกลั่กและทำตัวไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด ในอ้อมแขนของเขามีช่อดอกไม้ขนาดมหึมาที่ใหญ่จนเกือบจะบังใบหน้าของเจ้าตัวมิด ช่อกุหลาบสีแดงสดหลายร้อยดอกจัดแต่งอย่างประณีตบรรจงด้วยกระดาษสีดำสนิท ตัดกับความร้อนแรงของกลีบดอกไม้ได้อย่างลงตัวและสะดุดตาจนคนทั้งห้องต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
ธนภัทรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ "อะไรตอนนี้วะ? เอาออกไป!"
"เอ่อ... คือว่า... มันจ่าหน้าซองถึง... ถึงคุณรวินันท์ครับ" เลขาหนุ่มละล่ำละลักตอบพลางก้าวเข้ามาวางช่อดอกไม้ชิ้นมหึมาลงบนโต๊ะประชุมกลางห้องอย่างเก้ๆ กังๆ
รวินันท์หันขวับกลับมามองช่อดอกไม้นั้นทันที ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทไร้ความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่ลงเมื่อเห็นการ์ดสีขาวผูกติดอยู่กับริบบิ้นสีทอง รวินันท์ก้าวเข้าไปใกล้ชิดโต๊ะประชุมแล้วหยิบการ์ดใบนั้นขึ้นมาเปิดอ่านด้วยท่าทีระแวดระวัง
*‘สืบเก่งนักใช่ไหมคะ บอดี้การ์ดหน้าตาย... หวังว่าดอกไม้ช่อนี้จะช่วยละลายน้ำแข็งบนหน้าคุณได้บ้างนะ จากคนสวยขาที่เธอเพิ่งดุไปเมื่อวาน’*
ลายมือหวัดๆ แต่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ความมั่นใจแบบนั้น... จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากยัยคุณหนูตัวแสบอย่างพราวพิชชา!
รวินันท์เผลอหลุดยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าเรียบนิ่งนั้นช่างทรงพลังเสียจนธนภัทรและคนอื่นๆ ในห้องถึงกับมองตามด้วยความประหลาดใจ บอดี้การ์ดสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้อารมณ์และเด็ดเดี่ยว กลับกำลังยืนมองการ์ดใบเล็กในมือด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ความสงบสุขในใจรวินันท์อยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที เมื่อพราวพิชชาที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ เริ่มได้สติ พราวรีบพุ่งเข้ามาคว้าการ์ดในมือของรวินันท์ไปพลิกดูด้วยความเร็วแสง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหมั่นไส้ทันทีที่อ่านข้อความจบ
"นี่เธอ! กล้าดียังไงเอาเงินบริษัทไปซื้อดอกไม้เล่นยั่วประสาทฉันฮ๊ะ!" พราวพิชชาแหวเสียงดังลั่นห้อง ลืมตัวไปสนิทว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานกับศัตรูตัวฉกาจอย่างธนภัทร ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างเอาเรื่อง แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา "แล้วใครบอกว่าฉันเป็นคนสวยขาของเธอกันยะ ยัยบ้า!"
รวินันท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปรับสีหน้ากลับมาเรียบสนิทเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว แต่แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นแมวป่าตัวน้อยกำลังพยายามกางเล็บขู่กลบเกลื่อนความเขิน
"อ้าว... ฉันยังไม่ได้พูดชื่อใครเลยนะคะ คุณพราวพิชชาทำไมต้องร้อนตัวด้วยล่ะคะ?" รวินันท์แกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทไว้อย่างเต็มเปี่ยม "อีกอย่าง... เงินที่ซื้อนี่ก็เงินเดือนฉันค่ะ ไม่ใช่เงินคุณสักหน่อย ทำไม ฉันจะเอาเงินตัวเองมาเปย์คนแถวนี้ไม่ได้หรือไงคะ"
"นี่เธอ!" พราวพิชชาเม้มปากแน่น หมั่นไส้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของอีกฝ่ายจนอยากจะหยิกแขนสักทีสองทีให้เนื้อเขียว "ฉันไม่ได้ร้อนตัวสักหน่อย! แค่จะเตือนว่ารสนิยมเธอห่วยแตกสิ้นดี เลือกดอกกุหลาบสีอะไรก็ไม่รู้ เชยระเบิด!"
"เชยแต่ก็ทำให้คนปากเกแถวนี้หน้าแดงได้จนถึงหูเลยนะคะ" รวินันท์กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน ขยับเข้าไปประชิดตัวร่างเล็กกว่าเล็กน้อยโดยไม่แคร์สายตาของธนภัทรและเลขาที่ยืนมองอยู่เลยสักนิด เคมีที่พวยพุ่งออกมาจากคนทั้งคู่ทำเอาบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่วาร์ปหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ธนภัทรที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ กัดกรามกรอดด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นธาตุอากาศ ความแค้นเคืองที่ถูกขัดจังหวะและการไม่ให้เกียรติกันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมของนักธุรกิจหนุ่มเต็มไปด้วยความริษยาและรังสีอำมหิต
"นี่พวกเธอเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง!" ธนภัทรตบโต๊ะประชุมเสียงดังลั่นจนข้าวของบนโต๊ะสั่นสะเทือน "พราวพิชชา! เธอคิดว่าพาบอดี้การ์ดปากดีมาเล่นตลกคาเฟ่ในห้องประชุมฉันแล้วจะรอดพ้นจากเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ หลักฐานที่ฉันมี..."
"หลักฐานปลอมๆ ที่เพิ่งโดนฉันจับโป๊ะไปเมื่อกี้น่ะเหรอคะ?" รวินันท์หันกลับมาเผชิญหน้ากับธนภัทรอีกครั้ง รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวบอดี้การ์ดสาวจนธนภัทรชะงักไปชั่วขณะ "ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้มันต่อ ฉันเกรงว่าตำรวจเศรษฐกิจคงจะต้องเชิญคุณไปดื่มกาแฟที่สถานีเร็วกว่ากำหนดนะคะ คุณธนภัทร"
พราวพิชชาเชิดหน้าขึ้นสูง ส่งยิ้มเยาะเย้ยกลับไปให้คู่ปรับอย่างสะใจ ลืมเรื่องดอกไม้ช่อโตไปชั่วขณะเมื่อเกมการต่อสู้ทางธุรกิจกลับมาอยู่ในกำมือของพวกเธออีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่เกมกำลังจะพลิกและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรวินันท์ก็สั่นครืนขึ้นมาทำลายความเงียบ
รวินันท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดรับสายด้วยความรวดเร็วตามสัญชาตญาณของบอดี้การ์ดมืออาชีพ
"ว่าไงคะ..."
เสียงปลายสายสวนกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรนและหอบเหนื่อยจนแทบจับใจความไม่ได้ เล่นเอารวินันท์ถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาคู่คมที่เคยนิ่งสงบมาตลอดเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว
*(โรสแมรี่พิษ)*
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 32
ดอกกุหลาบกับรอยยิ้มมุมปาก
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!