กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 6

กระสุนนัดแรกกลางดึก

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
“หมอบลงค่ะ!” เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของรวินันท์ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากมหาศาลจนร่างฉันเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกแกร่งของเธอ กลิ่นอายเฉพาะตัวผสมกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผู้หญิงและควันปืนลอยปะทะจมูกในเสี้ยววินาทีที่เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวทำลายหน้ากระจกห้องรับแขกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนราวกับหิมะมรณะ ท่าاصความโกลาหลที่ธนภัทรทิ้งระเบิดควันอำพรางตัว ร่างของชายชุดดำพรั่งพรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ เกมที่คิดว่าแค่ปะทะคารมกลายเป็นการไล่ล่าเอาชีวิตในชั่วพริบตา สมกับที่โรสแมรี่พิษอย่างฉัน... เอ๊ย ไม่ใช่ สมกับที่สถานการณ์บีบคั้นจนฉันแทบหยุดหายใจ รวีไม่ปล่อยให้ฉันตั้งสติได้นาน มือเรียวใต้สูทสีดำคว้าข้อมือฉันวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังทางหนีไฟ ท่ามกลางเสียงกระสุนนัดแรกที่กรีดอากาศเฉียดหัวไหล่ฉันไปแค่นิ้วเดียว! “คุณพราว! อย่าหันหลังกลับ วิ่งตามฉันมาค่ะ!” น้ำเสียงของบอดี้การ์ดหน้าตายไม่ได้สั่นสะท้านแม้แต่น้อย แม้รอบตัวจะมีเสียงกระสุนเจาะทะลุผนังปูนปุบปับ หัวใจฉันเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย... แต่เป็นเพราะฝ่ามือที่กุมข้อมือฉันไว้แน่นหนานั้นทั้งอุ่นและมั่นคงจนน่าประหลาด เราฝ่าวงล้อมลงมาถึงรถสปอร์ตคันหรูที่จอดซ่อนไว้ในลานจอดรถชั้นใต้ดิน รวีผลักฉันเข้าไปที่เบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็วก่อนจะกดล็อกประตูแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปในความมืดของราตรีกาล กว่าจะถึงคอนโดมิเนียมส่วนตัวของฉันที่ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในเมือง เข็มนาฬิกาก็ล่วงเลยไปเกือบตีสองแล้ว บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของตัวเอง ฉันยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยความหงุดหงิดระคนหวาดระแวง ดวงตาคมกวาดมองบอดี้การ์ดสาวที่กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบห้องอย่างคล่องแคล่ว “คุณนี่มัน... ทำไมต้องทำตัวบุ่มบ่ามแบบนั้นด้วยคะ!” ฉันเปิดฉากต่อว่าทันทีเมื่อเห็นรวีเดินกลับมา “ถ้าพวกมันมีมากกว่านั้น เราไม่ตายคานั้นหรอกเหรอ ทำไมไม่ยอมเรียกกำลังเสริมให้เร็วกว่านี้!” รวินันท์หยุดเดิน เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตานิ่งเรียบตามสไตล์ ยิ่งอีกฝ่ายเงียบและทำหน้าตายใส่เท่าไหร่ ไฟในตัวฉันก็ยิ่งลุกโชนขึ้นเท่านั้น คนอะไร... หน้าตาไม่แสดงความรู้สึกอะไรเลยสักนิด ทั้งที่เพิ่งเฉียดตายมาด้วยกันแท้ๆ “ถ้าฉันมัวแต่รอช้า ป่านนี้คุณคงกลายเป็นเป้านิ่งให้ธนภัทรเอาหัวไปวางบนพานแล้วค่ะคุณพราว” รวีสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นัยน์ตาคมกริบวับวาว “หัดสำรวจตัวเองซะบ้างนะคะว่าชอบทำตัวเป็นเป้าล่อกระสุนให้คนอื่นเขาปวดหัวอยู่เรื่อย” “นี่คุณ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้สมแล้วที่เป็นบอดี้การ์ดไร้หัวใจ!” ฉันกระแทกเสียงใส่ เดินเข้าไปประชิดตัวเธอจนหน้าอกแทบชิดกัน ถึงส่วนสูงเราจะต่างกันนิดหน่อยแต่เรื่องความดื้อฉันไม่เป็นรองใครแน่ “ฉันจ้างคุณมาคุ้มครองนะ ไม่ได้จ้างมาสั่งสอน!” รวีถอนหายใจเบาๆ เธอยกมือขึ้นจะผลักไหล่ฉันให้ออกห่าง แต่ทว่า... *ปัง!* เสียงกระจกหน้าต่างห้องนอนแตกกระจายพร้อมกับแรงกระแทกหนักหน่วงที่พุ่งเข้ามากลางความมืด! “ระวังค่ะ!” รวีเปลี่ยนจากการผลักเป็นพุ่งเข้าโอบร่างฉันไว้แนบอกแล้วหมุนตัวหลบวิถีกระสุนนัดปริศนาที่เจาะฝังลงบนหมอนบนเตียงนอนอย่างเฉียดฉิว มือปืนซุ่มยิงจากตึกฝั่งตรงข้าม! “กรี๊ด!” ฉันอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจเป็นครั้งแรกในรอบคืนนี้ แรงปะทะทำให้ร่างเราล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นพรมหนานุ่ม โดยมีร่างเพรียวบางของรวินันท์ทาบทับปกป้องฉันไว้ใต้ร่างของเธอสนิท ห้องนอนตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเศษกระจกโปรยปรายลงมาเบาๆ กลิ่นควันปืนจางๆ ลอยคละคลุ้ง ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมของบอดี้การ์ดสาวที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนใจฉันเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าที่ปกติจะนิ่งสนิท บัดนี้กลับมีรอยขีดข่วนเล็กๆ และหยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากหัวไหล่ด้านซ้ายของเธอ “รวี... คุณเลือดออก!” ฉันอุทานเสียงหลง มือสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เอื้อมไปแตะรอยขาดที่หัวสูทสีดำของเธอ “คุณ... เอาตัวมาบังฉันทำไมเนี่ย!” รวินันท์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยันตามนิสัยปากร้ายของเจ้าตัว “ถ้าไม่ทำ... ใครจะคอยอยู่ฟังคุณบ่นไปตลอดรอดฝั่งล่ะคะ” “นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ!” ฉันตวาดเสียงสั่น น้ำตาเจ้ากรรมรื้นขึ้นมาคลอหน่วยโดยไม่ได้รับอนุญาต ความรู้สึกพยศ เย่อหยิ่ง ทะนงตัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกเมื่อถูกโอบกอดไว้ด้วยความปกป้องอย่างแท้จริง พราวพิชชาคนนี้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร... แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงยอมจำนนให้ผู้หญิงหน้าตายคนนี้ได้ง่ายดายนักนะ รวีชะงักไปเมื่อเห็นแววตาไหวระริกของฉัน มือเรียวที่เคยแข็งกร้าวค่อยๆ ยกขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ระใบหน้าฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนฉันเผลอกลั้นหายใจ เคมีประหลาดระหว่างเราพุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่กระจกห้องแตกและลมหนาวพัดเข้ามา “เจ็บเหรอคะคุณหนู... ถึงได้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้” เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงที่ปกติมักจะกวนประสาท บัดนี้กลับนุ่มนวลและสั่นพร่าลงอย่างน่าประหลาด “ฉันเปล่า...” ฉันเถียงเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนี แต่ยังไม่ทันที่รวีจะได้ตอบโต้อะไร ประตูห้องนอนที่ล็อกไว้อย่างแน่นหนาก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีเท้าของใครบางคน! รวีรีบดึงปืนพกออกจากซองข้างเอวด้วยมือเดียวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ฉันหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยความตกใจ และภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบยิ่งกว่าตอนถูกลอบยิง... มีนารา เพื่อนสนิทของฉันยืนหอบหายใจโยนกุญแจสำรองทิ้งลงบนพื้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต เธอมองตรงมาที่เราด้วยสายตาคมกริบก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน “เล่นละครกันพอหรือยังคะ... รวินันท์สายลับสองหน้า กับคุณหนูผู้โง่เขลา” [ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ]
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%