“เล่นละครกันพอหรือยังคะ... รวินันท์สายลับสองหน้า กับคุณหนูผู้โง่เขลา”
ประโยคเชือดเฉือนจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าในความเป็นจริง ณ วินาทีนี้ เสียงฝีเท้าของศัตรูที่ไล่ล่าพวกเธอมาตามทางเดินอับชื้นของโกดังร้างได้เงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรวินันท์ที่พิงแผ่นหลังเข้ากับผนังปูนเปลือย เลือดสีสดซึมผ่านเสื้อเชิร์ตสีดำบริเวณหัวไหล่ขวา หยดลงกระทบพื้นซีเมนต์ทีละหยดอย่างน่ากลัว
พราวพิชชา เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศและเย่อหยิ่งมาตลอด กลับไหววูบลงอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นรอยแผลฉีกขาดน่ากลัวบนร่างของบอดี้การ์ดสาวหน้าตาย
“นั่งลงค่ะ อย่าเพิ่งทำเป็นเก่ง” เสียงหวานเอ่ยสั่งด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรน มือเรียวบางพยายามดึงแขนอีกฝ่ายให้นั่งลงบนลังไม้เก่าๆ ใกล้กัน
“ฉันไม่ได้สำออยค่ะคุณหนู แผลแค่นี้...” รวินันท์กัดฟันกรอด ใบหน้าหวานคมซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด แต่ริมฝีปากยังคงดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ ดวงตาสนเท่ห์มองค้อนกลับมาอย่างไม่ยอมลดละ “ถ้าไม่ใช่เพราะมัวแต่ห่วงคนปากเก่งแถวนี้ ฉันคงไม่โดนถากเข้าให้หรอกค่ะ”
“นี่คุณ! ปากคอระรานไม่เลิกจริงๆ ใช่ไหมคะ! ถ้าไม่อยากตายคาที่นี่ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ค่ะ!” พราวพิชชาตวาดแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ระคนเป็นห่วง มือบางคว้ากล่องปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่ติดกระเป๋าเป้มาด้วยอย่างไร้ความปรานี
บรรยากาศในมุมอับของโกดังเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกันในระยะประชิด พราวพิชชาขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงโปร่ง กลิ่นกายเฉพาะตัวของรวินันท์ผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูกจนคนเป็นคุณหนูต้องนิหน้าด้วยความไม่คุ้นชิน นิ้วเรียวจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตสีดำออกทีละเม็ดอย่างเก้ๆ กังๆ ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์ไล่ล่าเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแผงอกเรียบเนียนและกล้ามเนื้อกระชับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้าต่างหากที่ทำให้เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ซี้ด... เบามือหน่อยค่ะคุณหนู นี่จะรักษาหรือจะฆ่าฉันให้ตายกันแน่” รวินันท์สูดปากด้วยความเจ็บเมื่อสำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนปากแผลสดๆ ดวงตากลมโตคมกริบมองค้อนเจ้าของมือซนที่ทำหน้ายุ่งเหยิงราวกับกำลังทำภารกิจกู้ระเบิด
“ก็บอกให้เงียบไงคะ! เจ็บแค่นี้ทำเป็นสำออย บอดี้การ์ดมือหนึ่งเขาฝึกมาแค่นี้เหรอคะคุณรวินันท์” พราวพิชชาย้อนเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นเทาของปลายนิ้วที่กำลังถือปากคีบสำลี
ปากก็บ่นกระปอดกระแปอดราวกับคนแก่ แต่สายตากลับกวาดมองแผลเหวอะหวะด้วยความรู้สึกบีบแน่นในอก ลึกๆ แล้วเธอรู้ดีว่ารวินันท์เอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนเธอก็ในวินาทีเฉียดตายนั้น ถ้ารวินันท์ไม่ปัดวิถีกระสุนออกไป ป่านนี้ร่างที่นอนไร้วิญญาณคงเป็นเธอ...
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อพราวพิชชาเงียบเสียงลง ดวงตาคู่สวยจับจ้องอยู่ที่แผลลึกอย่างพิจารณา ก่อนที่ลมหายใจอุ่นร้อนจะถูกพ่นออกมาเบาๆ
*ฟู่...*
รวินันท์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาและความเย็นจากลมหายใจที่พราวพิชชาจงใจเป่าลงบนแผลเพื่อบรรเทาความแสบร้อนให้ โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงมุมอ่อนโยนออกมา
“ทำอะไรของ...”
“เงียบไปเลยค่ะ!” พราวพิชชาสวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่เผลอทำตัวหลุดฟอร์ม รีบดึงมือกลับแล้วคว้าผ้าก๊อซมาปิดแผลด้วยความรีบร้อน “ฉันแค่ไม่อยากให้คุณช็อกตายคาที่นี่ต่างหาก เป็นภาระจริงๆ เลยนะคะ บอดี้การ์ดหน้าตายเนี่ย”
“ปากแข็งจังนะคะ...” รวินันท์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบ นัยน์ตาคู่คมทอดมองคุณหนูตัวแสบที่กำลังก้มหน้าก้มตาพันแผลให้อย่างเก้ๆ กังๆ แววตาที่เคยมืดมนและเย็นชาบัดนี้กลับเจือไปด้วยความอบอุ่นและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด “แต่หูแดงแจ๋เลยนะคะคุณหนู เขินฉันเหรอคะ?”
“ใครเขิน! ฝันไปเถอะค่ะรวินันท์!” พราวพิชชาแกล้งกดผ้าก๊อซลงบนแผลแรงขึ้นอีกนิดด้วยความหมั่นไส้ จนบอดี้การ์ดสาวต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวดจริงจัง แต่ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างนึกสนุกที่ได้แกล้งคนปากไม่ตรงกับใจ
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงจากความตึงเครียด และเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งสูงจนน่าใจหาย รวินันท์ก็ชะงักกริบ ร่างสูงที่ดีดตัวพิงผนังเมื่อครู่กลับพลิกตัวเข้าประชิดร่างของพราวพิชชาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากอิ่มของคนตรงหน้าสนิท ปลายนิ้วเรียวอีกข้างแตะจรดริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบกริบ
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้จุดที่พวก2ซ่อนตัวอยู่เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงสนทนาที่ลอยมาตามลม
*“เช็คให้ละเอียด อย่าให้มันรอดไปได้... นายใหญ่สั่งมาว่าต้องเอาตัวเป็นๆ กลับไป โดยเฉพาะยัยบอดี้การ์ดคนนั้น!”*
พราวพิชชาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รวินันท์ขยับใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูจนลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่ากลัวปราศจากร่องรอยล้อเล่นเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“ดูเหมือนเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะคุณหนู... และดูท่าทาง คนของธนภัทรจะรู้พิกัดที่เราซ่อนตัวอยู่แล้วด้วย”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ! รักเสมอค่ะ โรสแมรี่พิษ
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 7
พยาบาลจำเป็นที่ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!