กลิ่นอายแชมเปญราคาแพงเคล้าเสียงไวโอลินคลาสสิกในห้องจัดเลี้ยงระดับ VVIP ไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิรอบตัวพราวพิชชาลดความร้อนรุ่มลงเลยแม้แต่น้อย เปลือกตาคมกริบกวาดมองผ่านแก้วคริสตัลใสที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ก่อนจะหยุดนิ่งที่เงาสะท้อนของใครบางคนในกระจกเงาบานใหญ่
"ดูเหมือนเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะคุณหนู... และดูท่าทาง คนของธนภัทรจะรู้พิกัดที่เราซ่อนตัวอยู่แล้วด้วย"
เสียงกระซิบแหบพร่าทุบทำลายความเงียบระรื่นหู รวินันท์ขยับตัวเข้ามาประชิดแผ่นหลังบางอย่างแนบเนียน ปลายจั๊กกะจี้ของลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำเอาพราวพิชชาต้องแสร้งทำเป็นเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนอาการสั่นไหว บอดี้การ์ดสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทไม่ได้ดูเหมือนคนคุ้มกันในสายตาคนทั่วไปเลยสักนิด หากแต่ดูเหมือนนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืดเสียมากกว่า—แม้ว่าในที่นี้ เหยื่อที่ว่าอาจจะเป็นตัวเธอเองก็ตามที
"รู้ก็ดีค่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาตัวไอ้สารเลวนั่นให้รองเท้าส้นสูงคู่โปรดต้องเปื้อนเลือด" พราวพิชชาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนคนข้างกายที่ยังคงทำหน้าตายราวกับหินแกรนต์ "แล้วก็ถอยออกไปห่างๆ ด้วยค่ะ บอดี้การ์ดรวินันท์ คุณกำลังล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของฉันเกินไปแล้ว"
"หน้าที่ของฉันคือการปกป้องคุณจากอันตรายทุกรูปแบบค่ะคุณหนู รวมไปถึงการกันไม่ให้สายตาหื่นกระหายของพวกแมลงวันหัวเขียวมันมาเกาะแกะบนตัวคุณด้วย" รวินันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาคมกริบกลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำขยับจัดปกเสื้อให้คุณหนูจอมพยศอย่างถือวิสาสะ "โดยเฉพาะ... แมลงวันที่กำลังเดินตรงมาทางเราตอนนี้"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบ
"ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่... พราวพิชชา"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นพร้อมกับเงาของร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ธนภัทร ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคุกคามราวกับเสือที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "งานเลี้ยงกาล่าการกุศลแบบนี้ ดูจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีข่าวฉาวเรื่องบริษัทกำลังจะล้มละลายเท่าไหร่หรอกนะ ว่าไหม?"
พราวพิชชาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะคลี่ยิ้มเยาะกลับไปทันทีอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ ความโกรธที่ถูกจี้จุดอ่อนพุ่งพล่านขึ้นมาเป็นริ้ว แต่เธอกลับเลือกที่จะซ่อนมันไว้เบื้องหลังท่าทีเชิดหยิ่งและสายตาที่เหยียดหยาม
"ขอบคุณที่เป็นห่วงเรื่องบริษัทฉันนะคะท่านรองประธานธนภัทร แต่ถึงขั้นต้องลงทุนสะกดรอยตามฉันมาถึงงานนี้... สงสัยว่าโปรเจกต์ที่คุณขโมยเอกสารลับไปจากบริษัทฉันเมื่อเดือนก่อน คงจะยังทำกำไรให้คุณไม่มากพอสินะคะ ถึงได้ยังทำตัวเป็นปลิงคอยเกาะติดชีวิตคนอื่นไม่เลิก"
ธนภัทรหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมปลาบวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธเมื่อถูกจี้ใจดำต่อหน้าผู้คนในงาน แม้จะไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้รัศมีเดือดระอุตรงนี้ แต่สายตาหลายคู่ก็เริ่มเหลือบมองมาทางพวกเขาเป็นระยะ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะพราวพิชชา... ระวังเถอะ วันหนึ่งปากสวยๆ คู่นี้อาจจะไม่ได้ใช้พูดจาอวดดีแบบนี้อีก" ธนภัทรยื่นหน้าเข้าไปใกล้ หมายจะใช้จิตวิทยาบีบคั้นให้หญิงสาวหวาดกลัว เขายกมือขึ้นทำทีเป็นจะเอื้อมไปแตะปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเธอ "ของบางอย่าง ถ้าไม่ใช่เจ้าของ... ต่อให้พยายามไขว่คว้าแค่ไหน สุดท้ายมันก็ต้องตกมาเป็นของฉันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทของคุณ หรือ... ตัวคุณ"
*เพียะ!*
เสียงตบเบาๆ กลางอากาศไม่ได้เกิดขึ้น เพราะก่อนที่ปลายนิ้วสกปรกนั้นจะทันได้สัมผัสเส้นผมของพราวพิชชา มือปริศนาอีกคู่ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของธนภัทรไว้อย่างรวดเร็วยังกะสายฟ้าแลบ แรงบีบที่กดลงไปบนกระดูกทำให้หน้าของนักธุรกิจหนุ่มเหเกร็งด้วยความเจ็บปวด
รวินันท์ก้าวออกมาบังร่างของพราวพิชชาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่คมที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดสนิทที่แผ่รังสีอำมหิตออกมารอบทิศทาง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนคนถูกจับข้อมือถึงกับต้องสูดปากด้วยความหวาดหวั่นโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต... กรุณาถอยออกไปห่างๆ จากคุณหนูของฉันค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงเสียจนธนภัทรต้องรีบสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันทีที่อีกฝ่ายยอมปล่อย เขาถอยหลังไปกึ่งหนึ่งด้วยความตกใจและเสียหน้า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นที่ถูกผู้หญิงที่เป็นเพียงบอดี้การ์ดหยามเกียรติ
"แก... นังการ์ดไร้นาม กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน!" ธนภัทรเค้นเสียงลอดไรฟัน พลส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลขยับเข้ามาประชิด
บรรยากาศในมุมอับของห้องจัดเลี้ยงตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุล พราวพิชชาแอบสูดหายใจเข้าลึก พยายามซ่อนมือที่กำชายกระโปรงแน่นจากความตื่นตระหนก แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ รวินันท์กลับเอื้อมมือมาด้านหลังอย่างเงียบเชียบ แล้วฉวยปลายนิ้วเรียวของเธอมากุมไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นที่ขัดกับสีหน้าเย็นชาของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
"อย่ากลัวค่ะ... ฉันบอกแล้วว่าไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องคุณได้ทั้งนั้น" รวินันท์กระซิบเสียงต่ำลอดผ่านริมฝีปากที่แทบไม่ขยับ ขณะที่สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังธนภัทรราวกับเสือชีตาร์พร้อมขย้ำเหยื่อ
ธนภัทรแค่นหัวเราะด้วยความเคียดแค้น "ดี... เก่งนักนะพวกแกสองคน จำคำพูดวันนี้ไว้ให้ดี เพราะอีกไม่นาน... ทั้งบริษัทและตัวเธอ จะต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากฉัน!"
พูดจบ ธนภัทรก็สะบัดหน้าพรืดเดินจากไปพร้อมกับลูกน้องด้วยความหัวเสีย ทิ้งให้ความเงียบที่อัดแน่นด้วยแรงกดดันปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นอีกครั้ง
พราวพิชชาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอรีบดึงมือออกจากอุ้งมืออุ่นของบอดี้การ์ดสาวทันที พร้อมกับทำปากยื่นใส่เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อครู่
"ใครกลัวกันคะ! ฉันแค่กำลังคิดต่างหากว่าจะจัดการฟ้องข้อหาคุกคามทางเพศไอ้บ้านั่นยังไงดี!" เธอกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "แล้วก็... ไม่ต้องมาจับมือถือแขนฉันนะ รวินันท์ คุณล้ำเส้นเกินไปแล้วรอบที่สอง!"
รวินันท์ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความปากแข็งที่ไม่เคยเปลี่ยนของคนตรงหน้า นัยน์ตาสيนเจือประกายความเอ็นดูวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เจ้าตัวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ทำเอาพราวพิชชาผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ
"ปากเก่งได้ตลอดเลยนะคะคุณหนู..." รวินันท์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "แต่เมื่อกี้... มือคุณสั่นนะคะ ยอมรับความจริงสักนิดเถอะค่ะว่าถ้าไม่มีฉัน คุณอาจจะ-"
*ติ๊ด! เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรวินันท์ดังขึ้นขัดจังหวะความใกล้ชิดที่กำลังจะเลยเถิด*
บอดี้การ์ดสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ เธอยอมถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยสุขุมนิ่งสนิทก็แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที
พราวพิชชาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น หัวใจเจ้ากรรมกลับกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ "มีอะไรคะ?"
รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ประกายในดวงตาคู่นั้นทำให้พราวพิชชาหน.แ모ว์ถึงกับเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง
"ไม่ใช่แค่คนของธนภัทรค่ะคุณหนู..." รวินันท์เว้นจังหวะหายใจ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับหนักอึ้งจนน่ากลัว "เพราะตอนนี้ ระบบเซ็นเซอร์ความปลอดภัยรอบเพนต์เฮาส์ที่เราทิ้งไว้... เพิ่งถูกแฮกและทำลายโดยฝีมือของ 'คนคนนั้น' ที่เราตามหามาตลอดสามปีค่ะ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีชวนจิกหมอนในตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - โรสแมรี่พิษ
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 8
ศัตรูตัวฉกาจปรากฏตัว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!