หน้าจอแท็บเล็ตในมือรวินันท์ดับวูบลงพร้อมกับสัญญาณไฟกระพริบสีแดงฉานที่สะท้อนอยู่ในแววตานิ่งสนิทคู่นั้น ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องรับแขกของเพนต์เฮาส์หรูให้ความรู้สึกราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย สามปี... ตัวเลขที่ฝังรากลึกอยู่ในแฟ้มลับและรอยแผลเป็นในใจของบอดี้การ์ดสาว ไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยฝีมือของคนคนเดิมในคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแบบนี้
"เธอหมายความว่ายังไงที่ว่า... 'คนคนนั้น'?"
พราวพิชชาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ ร่างระหงภายใต้ชุดเดรสราตรีสั่งตัดพิเศษสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงและบรรยากาศรอบตัวของรวินันท์ในตอนนี้มันกดดันเกินกว่าจะปั้นหน้าเชิดใส่ได้เหมือนทุกที ดวงตาคู่คมที่มักจะมีประกายความดื้อรั้นฉายอยู่ตลอดเวลา กลับไหววูบลงเมื่อเห็นสันกรามของบอดี้การ์ดสาวขบเข้าหากันจนขึ้นนูน
"หมายความตามที่ฉันพูดค่ะคุณหนู" รวินันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล แต่กลับเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่เฉียบคมจนน่ากลัว "ระบบป้องกันความปลอดภัยระดับทหารที่เราวางไว้ถูกเจาะด้วยวิธี 'ลบเงาร่อง' แบบเดียวกันกับเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน... คนของธนภัทรเป็นแค่ฉากหน้า แต่มันกำลังใช้เราเป็นสะพานเพื่อเข้าถึงข้อมูลชุดสุดท้ายในห้องทำงานส่วนตัวของคุณ"
"แล้วทำไมเธอยังมายืนทำหน้าตายอยู่ตรงนี้ล่ะ!" พราวพิชชาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนใจ ความถือดีถูกความจริงอันน่าสะพรึงกลัวบดขยี้จนหมดสิ้น "ถ้ามันเข้ามาได้... นั่นหมายความว่าความลับทั้งหมดของตระกูลเรา..."
"ฉันรู้ค่ะ"
รวินันท์ตัดบทเสียงเรียบ ดวงตาสีนิลคู่สวยหันมาสบตากับคุณหนูตัวแสบตรงๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะปกป้องเจ้านายด้วยชีวิต "และเพราะฉันรู้ว่ามันต้องการอะไร เราถึงต้องขยับก่อนที่มันจะรู้ตัวว่าเราไหวตัวทัน... ตามฉันมาค่ะคุณหนู อย่าส่งเสียงดังเด็ดขาด"
บอดี้การ์ดสาวคว้าข้อมือเล็กของพราวพิชชาออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาดให้เดินตามไปทางปีกซ้ายของเพนต์เฮาส์ ซึ่งเป็นโซนห้องแต่งตัวและห้องเก็บของสะสมส่วนตัวที่เชื่อมต่อไปยังบันไดหนีไฟลับ แรงสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดของรวินันท์ส่งผ่านความหนาแน่นของสถานการณ์มายังผิวเนื้อ ทำให้หัวใจดวงน้อยของคุณหนูพราวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย
*นี่มันสถานการณ์เป็นตายนะพราว เธอจะมาใจเต้นกับบอดี้การ์ดหน้าตายคนนี้ไม่ได้!*
พราวพิชชาแอบต่อว่าตัวเองในใจขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังโปร่งที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วรากับเสือดาว ทว่าความเงียบสงบของทางเดินก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และแสงไฟฉายที่กวาดผ่านช่องกระจกบานเกล็ดจากทางโถงหลัก
"ชิบ..." รวินันท์สบถเบาๆ ในลำคอเมื่อประเมินระยะห่างของแสงไฟและเสียงฝีเท้าที่กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่
"ทางนั้นมีคนมา!" พราวพิชชากระซิบเสียงเครือด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์อย่างน้อยสองคนกำลังเดินเลี้ยวมาทางนี้
ไม่ทันที่สมองจะได้สั่งการ รวินันท์ก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างโปร่งพุ่งเข้าประชิดตัวพราวพิชชาด้วยความเร็วดุจพายุหมุน ก่อนจะใช้ท่อนแขนแข็งแรงดันแผ่นหลังบางให้แนบชิดติดกับผนังห้องแต่งตัวในมุมอับสายตา พร้อมกับใช้มืออีกข้างโอบประคองท้ายทอยของคุณหนูเอาไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมา
ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันในระยะประชิดทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
พราวพิชชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากปลายจมูกคมสันของบอดี้การ์ดสาวเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของค่ำคืนและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝีเท้าของบุคคลภายนอกที่เดินผ่านประตูกระจกบานเลื่อนไปอย่างเฉียดฉิว ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ จนไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงหัวใจของใครกันแน่
รวินันท์ก้มมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้แผ่นหลังแนบติดความเย็นเยือกของผนังห้อง ขณะที่ตัวเธอยืนบล็อกกักขังพื้นที่ตรงหน้าเอาไว้ทั้งหมด ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะกันในจังหวะที่ลมหายใจผสานเป็นเรื่องเดียวกัน ดวงตาสีนิลคู่คมที่ปกติจะแข็งกระด้างและราบเรียบ ตอนนี้กลับไหวระริกสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำขึ้นทีละน้อยด้วยความตื่นตระหนก... และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
พราวพิชชาอ้าปากจะต่อว่าตามนิสัยปากเก่งเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก แต่ริมฝีปากอิ่มกลับเม้มเข้าหากันสนิทเมื่อดวงตาคมกริบของรวินันท์เลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากเธอนิ่งนาน เป็นวินาทีเดียวที่ยาวนานราวกับเป็นกัณฑ์เทศน์
"มองอะไรเล่า..." พราวพิชชาเค้นเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความขัดเขิน มือเรียวเล็กยกขึ้นดันลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อรักษาระยะห่าง "ปล่อยได้แล้วมั้งคะบอดี้การ์ด... คนพวกนั้นไป1แล้วนะ"
รวินันท์ยังคงไม่ขยับเขยื้อน ปลายนิ้วเรียวที่ยังคงแตะอยู่บริเวณท้ายทอยของคนตัวเล็กเผลอออกแรงกดเบาๆ โดยไม่รู้ตัว สายตายังคงจดจ้องใบหน้าเนียนใสที่รื้นสีเลือดฝาดอย่างเผลอไผล น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยจังหวะที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ถ้าไม่อยากให้พวกมันหวนกลับมาทางนี้อีกรอบ..." รวินันท์เว้นจังหวะ ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านแก้มนุ่มไปนิดเดียวจนคนถูกกระทำสะấuเฮือก "ก็ช่วยอยู่นิ่งๆ แบบนี้อีกสักนาทีค่ะคุณหนู"
คำพูดกวนประสาทที่มาพร้อมกับแววตาคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขยับเข้ามาใกล้จนพราวพิชชาแทบจะละลายติดผนังห้องอยู่รอมร่อ ทว่าในวินาทีที่ความหวานล้ำและเคมีอันตรายกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเพนต์เฮาส์ พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่วิ่งกรูเข้ามาจากบันไดหลัก
ไม่เพียงแค่นั้น... ไฟทั่วทั้งชั้นก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟสำรองสีส้มสลัว
"บอสครับ! เราเจอ..." เสียงตะโกนรายงานผ่านวิทยุสื่อสารที่ดังมาจากหน้าห้องแต่งตัว ทำให้รวินันท์ต้องผละตัวออกจากร่างบางอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักสู้ ดวงตากลับมาคมกริบและดุดันดังเดิมในเสี้ยววินาที
แต่ก่อนที่รวินันท์จะได้เอื้อมมือไปหยิบอาวุธข้างเอว ประตูห้องแต่งตัวที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกถีบเปิดผางออกด้วยแรงมหาศาล!
ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกเผยให้เห็นแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างขวา—ใบหน้าของคนที่รวินันท์ตามล่ามาตลอดสามปี... และเป็นคนเดียวกับที่พราวพิชชาไม่เคยคิดว่าจะได้เจอในสถานที่ส่วนตัวที่สุดแห่งนี้!
"สวัสดีครับคุณหนูพราว... และสวัสดีครับ 'สารวัตร' รวินันท์ ไม่เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่คืนวันนรกแตกที่กองบัญการีโนวันนั้น..."
___________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและใจเต้นไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของคู่กัดคู่นี้ในตอนนี้นะคะ! หวังว่าจะฟินและอินจนอยากกดตอนต่อไปกันแล้วใช่ม้า เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 9
อุบัติเหตุในห้องแต่งตัว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!