เสียงลั่นกลอนประตูห้องพักนิรภัยถูกกระชากปิดลงอย่างแรง พร้อมกับแรงเหวี่ยงร่างระหงของพราวพิชชาลงบนโซฟาหนังแท้สีเข้ม กลิ่นอายความโกลาหลจากคฤหาสน์ตระกูลศิริอนันต์ยังคงลอยวนอยู่ในโสตประสาท เสียงประกาศกร้าวของธนภัทรที่ลั่นวาจาว่าจะลากเธอไปจดทะเบียนสมรสในคืนนี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในอก ทว่าตอนนี้... สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าไอ้สารเลวนั่น กลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉยราਤน้ำแข็ง
รวินันท์ถอดสูทสีดำสนิทออกโยนไว้บนพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนที่ชื้นเหงื่อบางเบาจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกน เธอกวาดสายตามองคุณหนูตัวแสบที่นั่งกอดอกเชิดหน้าใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
"นั่งบื้ออยู่ทำไมล่ะคะคุณพราว หรือยังติดใจบรรยากาศตอนที่ไอ้ธนมันกอดคุณอยู่เมื่อกี้?"
น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นและประชดประชันหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของบอดี้การ์ดหน้าตาย รวินันท์ไม่เคยเก็บอาการหงุดหงิดของตัวเองได้เลยเวลาที่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ และยิ่งเป็นเรื่องของธนภัทรด้วยแล้ว เส้นความอดทนของเธอก็แทบจะขาดผึ่ง
พราวพิชชาแค่น a สียง ‘หึ’ ในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวรวินันท์จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่รังสีความพอยซันและศักดิ์ศรีของทายาทหมื่นล้านไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้... อิจฉาเหรอคะรวินันท์?" พราวพิชชาแย้มยิ้มเย้ายวน ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของบอดี้การ์ดสาวเบาๆ จงใจลากไล้ผ่านแผงอกอีกฝ่ายอย่างท้าทาย "หรือว่าหึงที่คุณหนูอย่างฉันเกือบจะต้องไปเป็นเจ้าสาวของคนอื่น?"
รวินันท์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่รักดีเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบนั้นสัมผัสโดนผิวเนื้อ ทว่าใบหน้ายังคงนิ่งสนิทไร้ความรู้สึก เธอปัดมือของพราวพิชชาออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณพราว หน้าที่ของฉันคือปกป้องคุณตามสัญญาจ้าง ไม่ได้มีหน้าที่มานั่งหึงหวงเด็กกะโปรรlที่เอาแต่สร้างปัญหาไปวันๆ" รวินันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ซ่อนความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้เกราะความเย็นชา
"เด็กกะโปรรlเหรอ!" พราวพิชชาปี๊ดแตกขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยลุกโชนด้วยไฟโทสะ เธอก้าวเข้าไปประชิดอีกรอบ ยื่นมือไปบีบปลายคางมนของรวินันท์ไว้แน่น บังคับให้บอดี้การ์ดสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตากันตรงๆ "พูดให้มันดีๆ นะคะบอดี้การ์ด! ถ้าไม่มีฉัน คืนนี้คุณคงโดนลูกน้องไอ้ธนเป่าสมองคาห้องทำงานไปแล้ว ยัยหน้าตายอกตัญญู!"
ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน แววตาดุดันของรวินันท์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ยามที่ดวงตาสองคู่ประสานกันในห้องพักริมทะเลที่ไร้ซึ่งแสงไฟอื่นใดนอกจากแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่
ที่นี่... บ้านพักตากอากาศส่วนตัวปลายแหลมของตระกูลรวินันท์ ที่ไม่มีใครล่วงรู้แม้กระทั่งมีนาราเพื่อนสนิทของเธอ ความเงียบสงบของเกาะส่วนตัวแห่งนี้ตัดขาดพวกเธอออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งและเสียงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะของคนทั้งคู่
รวินันท์เลื่อนมือขึ้นมาจับข้อมือบางที่บีบคางเธออยู่ ค่อยๆ แกะออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของบอดี้การ์ดสาวส่งผ่านความรู้สึกประหลาดเข้ามาในใจของพราวพิชชาจนตัวชาวาบ รวินันท์ไม่ยอมปล่อยมือแต่กลับรั้งร่างบางให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าอกแนบชิดกัน
"ถ้าฉันเป็นคนอกตัญญู..." เสียงของรวินันท์แผ่วเบาลง นัยน์ตาคมกริบฉายแวววับระยับในความมืด "คุณก็คงเป็นเด็กดื้อที่สมควรโดนทำโทษให้หลาบจำที่สุดแล้วล่ะค่ะ"
"คุณ... จะทำอะไร..." พราวพิชชาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน กำแพงความเย็นชาที่รวินันท์สร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงความร้อนรุ่มของอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ใต้ผิว
ความหวาดหวั่นปนความอยากรู้อยากเห็นแล่นริ้วขึ้นมาในอก พราวพิชชาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้ให้กับสายตาใครแบบนี้มาก่อน... ยัยบอดี้การ์ดหน้าตายคนนี้กำลังจะทำให้เธอบ้าตาย
รวินันท์มองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันนั้นด้วยแววตาคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความดุดันมาตลอด ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของคุณหนูตัวแสบออกอย่างเบามือ ความนุ่มนวลที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นถูกงัดออกมาใช้กับผู้หญิงตรงหน้าเพียงคนเดียว
"เลิกทำตัวอวดเก่งสักวันจะได้ไหมคะคุณพราว..." น้ำเสียงของรวินันท์อ่อนลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบข้างใบหู "ฉันเหนื่อย... ที่ต้องคอยเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อปกป้องคนดื้อรั้นอย่างคุณรู้บ้างไหม"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเหนื่อยล้าและความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง พราวพิชชาชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหววับ เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอลงไปอย่างยากลำบาก ความเปราะบางที่ถูกซ่อมแซมไว้ด้วยความเย่อหยิ่งมาตลอดพังทลายลงในอ้อมแขนของคนที่เธอชอบทำตัวต่อปากต่อคำด้วยมากที่สุด
"ก็... ใครใช้ให้คุณมาปกป้องฉันล่ะคะ..." พราวพิชชาเสียงสั่นเล็กน้อย ใบหน้าที่มักจะเชิดขึ้นเสมอตอนนี้กลับซบลงกับลาดไหล่กว้างของรวินันท์อย่างอ่อนแรง มือเรียวเล็กขยุ้มเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่น "ถ้าฉันตาย... คุณก็เป็นอิสระไม่ใช่เหรอ"
"อย่าพูดจาไร้สาระแบบนั้นอีกค่ะ" รวินันท์ดุเสียงเข้ม แต่สองแขนกลับโอบกอดร่างบางไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าหากคลายมือแล้วอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ชีวิตคุณเป็นของฉัน... สัญญาก็บอกอยู่ทนโท่ว่าฉันต้องดูแลคุณจนกว่าจะจบเรื่อง ถ้าคุณตาย ฉันจะไปทวงหนี้ชีวิตกับใครล่ะคะ"
บรรยากาศโรแมนติกริมทะเลที่ควรจะอบอุ่น กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นที่ประตูด้านนอก!
รวินันท์ผละออกจากร่างของพราวพิชชาในเสี้ยววินาที ดวงตากลับมาคมกริบและระแวดระวังดังเดิม มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังขึ้นมาเตรียมพร้อม สัญชาตญาณบอดี้การ์ดมืออาชีพตื่นตัวเต็มที่ พราวพิชชาหน้าถอดสี ขยับถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังของรวินันท์ทันที
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... สามครั้งที่หนักแน่นและเยือกเย็น
ก่อนที่ลูกบิดประตูจะถูกบิดหมุนจากด้านนอก ทั้งๆที่รวินันท์มั่นใจว่าเธอลงกลอนนิรภัยหนาแน่นถึงสามชั้นแล้ว!
รวินันท์หรี่ตาลง จ้องมองเงาสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องพัก... ร่างนั้นไม่ใช่ลูกน้องของธนภัทร และไม่ใช่มีนารา แต่เป็นใบหน้าที่รวินันท์ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้
"ยินดีต้อนรับสู่เกาะส่วนตัวค่ะ... น้องรวี" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของคนที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู
โรสแมรี่พิษ
(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของยัยบอดี้การ์ดกับคุณหนูตัวแสบของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 12
ทริปกระทันหันที่เกาะส่วนตัว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!