กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 11

เส้นแบ่งเขตที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"พราว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่อลอดไรฟันด้วยความแหบพร่า ขณะที่ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่ตื่นตระหนกของคนตัวเล็ก "เธอ... กำลังทำอะไรในห้องของฉัน?" หน้าจอมอนิเตอร์บนโต๊ะทำงานของรวินันท์ยังคงเรืองแสงสีฟ้า สะท้อนภาพข้อมูลลับเกี่ยวกับบัญชีเครือข่ายของธนภัทรที่พราวพิชชาเพิ่งลอบเปิดดูเมื่อวินาทีที่แล้ว หัวใจของบอดี้การ์ดสาวหน้าตายเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความโกรธที่ถูกก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว แต่เป็นเพราะความหวาดกลัว... กลัวว่าคุณหนูตัวแสบคนนี้จะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับอันตรายชิ้นโตที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด พราวพิชชาสะดุ้งสุดตัว รีบผละมือออกจากแป้นพิมพ์ราวกับโดนไฟลวก แต่ด้วยความที่ลนลาน ข้อเท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้จนเสียหลัก *ตุบ!* ร่างเพรียวบางของทายาทหมื่นล้านหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บ แต่ทว่า... ความเจ็บปวดกลับไม่มาเยือน รอบเอวบางถูกคว้าหมับไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งที่ไวกว่าความคิด รวินันท์พุ่งตัวเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง หนังสือสารานุกรมเล่มหนาหล่นตุลลงพื้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ใครสนใจในตอนนี้ เมื่อลืมตาขึ้น พราวก็พบว่าตัวเองกำลังแนบชิดติดกับแผ่นอกของบอดี้การ์ดสาว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นเยียบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรวีลอยวนอยู่ปลายจมูก ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก "ซุ่มซ่ามจริงนะ ยัยคุณหนู" รวินันท์กระซิบชิดริมหفัใบหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนสุดฤทธิ์ พราวหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายปนโมโห เธอพยายามดันอกแกร่งออกทันที "ใครใช้ให้เธอโผล่มาเป็นผีหลอกวิญญาณหลอนเล่า! แล้วไอ้ข้อมูลพวกนี้... ทำไมเธอถึงมีประวัติลับของธนภัทรซ่อนไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวยะ?" รวีถอนหายใจยาว ปล่อยมือออกจากเอวบางอย่างไม่เต็มใจนัก เจ้าตัวปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งราวกับหุ่นยนต์เช่นเดิม ก่อนจะก้าวถอยหลังเว้นระยะห่าง เพื่อไม่ให้หัวใจทรยศของตัวเองเต้นแรงไปกว่านี้ "มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กกะโปโลอย่างเธอควรเอาหัวมาเสี่ยง" รวีสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปากร้ายใส่ตามสไตล์ "ถ้าธนภัทรมันรู้ว่าเธอกำลังแอบสืบเรื่องนี้อยู่ ศ็บของเธอคงลอยขึ้นอัมพวาไปนานแล้ว ไม่มานั่งเถียงปากเก่งอยู่ตรงนี้หรอก" "นี่! อย่ามาดูถูกฉันนะรวี!" พราวกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความดื้อรั้น "ฉันไม่ใช่คุณหนูไร้น้ำยาที่เอาแต่กรี๊ดกร๊าดไปวันๆ นะ! ธนภัทรมันกำลังฮุบกิจการบริษัทพ่อฉัน แล้วเธอก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าบอดี้การ์ดของฉันกำลังปกป้องฉัน หรือกำลังแอบขายฉันให้ศัตรูกันแน่!" ประโยคสุดท้ายทำให้ดวงตาคู่คมของรวินันท์วาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง บอดี้การ์ดสาวก้าวเข้าไปประชิดตัวพราวอีกครั้งด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน มือเรียวยาวเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วตรึงไว้กับผนังห้องอย่างง่ายดาย "คิดว่าฉันขายตัวให้มันเหรอ?" รวีโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงต่ำพร่าทุ้มจนน่าขนลุก "อยากรู้ใช่ไหมว่าฉันทำอะไรอยู่? งั้นก็ตั้งใจดูให้ดี... เพราะฉันจะสอนวิธีเอาตัวรอดจากคนอย่างธนภัทรให้เธอเห็นเป็นบุญตา แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!" พราวพิชชาชะงัก กลิ่นอายความดุดันและจริงจังจากร่างสูงทำให้เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำ รวินันท์ไม่ได้โกรธ... รวีไม่ได้ตบตีหรือต่อว่าเธอด้วยซ้ำ แต่กลับจับมือของพราวให้วางลงบนท่อนแขนของตัวเอง เพื่อสอนจังหวะการล็อกและหักข้อมือในระยะประชิด "เวลาที่ศัตรูเข้าประชิดตัวในระยะประชิดแบบนี้..." เสียงทุ้มกระซิบแนบชิดข้างแก้ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนียนจนพราวรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "อย่ามัวแต่ยืนอึ้ง เกร็งข้อมือให้แน่น แล้วใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพก... แบบนี้" รวีขยับกายเข้าแนบชิดยิ่งขึ้นจนแผ่นหลังของพราวแนบไปกับอกอุ่น มือเรียวใหญ่กุมมือเล็กของพราวไว้แนบแน่นแล้วพาเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณการต่อสู้ การสัมผัสที่แนบชิดและจังหวะการเคลื่อนไหวที่สอดประสานกันอย่างแนบเนียน ทำให้หัวใจดวงน้อยของพราวเต้นระรัวราวกับกลองเพล หน้าท้องน้อยวูบวาบแปลกๆ สัมผัสจากไอร้อนของร่างกายอีกฝ่ายทำเอาสมองที่เคยแล่นเร็วปรี๊ดของทายาทหมื่นล้านขาวโพลนไปหมด *ตึกลัก... ตึกลัก...* เสียงหัวใจใครกันแน่นะที่ดังจนน่าอายขนาดนี้? หรือจะเป็นของเธอเองที่กำลังทรยศความรู้สึกปากเก่งของตัวเอง? รวีสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นของคนในอ้อมแขน ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตฉายแววสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด ความซึนเดระที่เคยพกมาเต็มร้อยเริ่มสั่นคลอน เส้นแบ่งเขตระหว่าง "เจ้านายกับบอดี้การ์ด" กำลังจะถูกทำลายลงทีละน้อยในความเงียบงันของค่ำคืนนี้ "อะ...แฮ่ม!" เสียงกระแอมกระไอมดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันแทบไม่ทัน พราวหน้าตื่น หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจ ขณะที่รวีรีบดึงใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที มีนารา เพื่อนสนิทตัวแสบยืนกอดอกพิงกรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้แบบมีเลศนัย ดวงตาคู่สวยกวาดมองสภาพที่กระเซอะกระเซิงและระยะห่างที่ใกล้ชิดผิดปกติของทั้งคู่ด้วยแววตากรุ้มกริม "อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะการ... สอนเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดอยู่หรือเปล่าเอ่ย?" มีนาราเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงลากยาว ชวนหมั่นไส้เป็นที่สุด "พอดีฉันเดินผ่านมาแล้วได้ยินเสียงแปลกๆ นึกว่ามีโจรขึ้นบ้าน ที่ไหนได้... เขากกำลังติวเข้มวิชาตัวเบา​กันอยู่หรอกเหรอเนี่ย?" พราวหน้าร้อนผ่าว รีบแก้ตัวเสียงดังลั่นห้อง "ยัยมีน! แกคิดไปถึงไหนเนี่ย! ยัยรวีแค่กำลัง... สอนฉันป้องกันตัวต่างหากเล่า!" "จ้า... ป้องกันตัวแบบแนบเนื้อขนาดนั้น ถ้าไม่บอกนึกว่าซ้อมเต้นลีลาศนะเนี่ยคุณหนูพราว" มีนาราหัวเราะคิกคัก ก่อนที่รอยยิ้มล้อเลียนบนใบหน้าจะหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันทีเมื่อเธอสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกยับให้เพื่อนรักดู "แต่พราว... แกเลิกซ้อมมวยกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับบอดี้การ์ดก่อนเถอะว่ะ" มีนาราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนพราวและรวีต้องขมวดคิ้ว "เพราะตอนนี้... หน้าบ้านของแกกำลังต้อนรับแขกไม่เชิญ ธนภัทรพาคนมาล้อมรั้วบ้านไว้หมดแล้ว และมันบอกว่า..." มีนาราเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับรวินันท์ "มันมาเพื่อทวงสัญญา... และลากตัวพราวไปแต่งงานคืนนี้!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%