“ถ้าคิดว่าการพาฉันมาหลบซ่อนตัวบนเกาะส่วนตัวนี่ จะทำให้รอดพ้นจากสายตาของธนภัทรได้… คุณคงประเมินสมองของฉันต่ำไปหน่อยนะคะ, บอดี้การ์ดรวี”
เสียงหัวנסเบาๆ ในลำคอของพราวพิชชาดังขึ้นแข่งกับเสียงซัดสาดของคลื่นกระทบหาดทรายขาวเนียน น้ำทะเลสีเทอร์คอยซ์สะท้อนประกายแดดจ้าช่วงบ่ายยามที่ร่างระหงในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีแดงเพลิงก้าวขาลงมาจากระเบียงวิลล่า VVIP ท่าทางที่เชิดรั้นและจงใจบิดเอี้ยวสะโพกอย่างยั่วยวนนั้น ไม่ได้มีแววตาของความหวาดกลัวต่อภัยมืดจากนักธุรกิจคู่แข่งอย่างธนภัทรเลยแม้แต่น้อย เป้าหมายของเธอในวินาทีนี้ไม่ใช่การซ่อนตัว แต่คือการ ‘ปั่นป่วน’ ประสาทของบอดี้การ์ดหน้าตายที่เอาแต่ทำตัวเป็นหินแกรนิตนิ่งสงบมาตลอดทาง
รวินันท์ยืนกอดอกพิงเสาไม้สักของระเบียงชั้นสอง สายตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดสีชาไม่ได้ละไปจากสัดส่วนเย้ายวนที่จงใจเดินอวดโฉมอยู่ริมหาดเลยสักวินาทีเดียว ใบหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลักไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดๆ แต่ถ้ารี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักสังเกตให้ดี… กรามคมที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน กับนิ้วมือเรียวที่จิกเข้ากับต้นแขนตัวเองจนข้อต่อขาวโพลน ก็พอจะบอกได้ว่า ‘ระเบิดเวลา’ ในตัวของบอดี้การ์ดสาวกำลังนับถอยหลัง
พราวพิชชาหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เปลือกตาแต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีส้มพีชกระพริบปริบๆ อย่างน่าหมั่นไส้ เธอย่อตัวลงนอนคว่ำหน้าบนเตียงผ้าใบอาบแดด โชว์แผ่นหลังเนียนละเอียดและเรียวขายาวสวยที่จงใจทาโลชั่นจนสะท้อนแสงแดดวิบวับ
“ร้อนจังเลยค่ะ… บอดี้การ์ดขา ถ้าดูแลฉันไม่ดี ระวังผิวสวยๆ นี่จะไหม้แดดนะรู้ไหม?” น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความท้าทายพุ่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของคนบนระเบียงแบบไม่ต้องเดาความหมาย
พราวพิชชาลอบยิ้มมุมปาก เธอกำลังสนุกกับการเล่นกับไฟ… รู้ทั้งรู้ว่ารวินันท์เกลียดความเสี่ยงและเกลียดการแหกกฎความปลอดภัยที่สุด แต่เธอก็ยังเลือกที่จะใส่ชุดว่ายน้ำตัวนี้เดินล่อเสือล่อตะเข้ เพื่อพิสูจน์ว่าภายใต้เกราะน้ำแข็งของบอดี้การ์ดสาวคนนี้ จะมีรอยร้าวเกิดขึ้นบ้างไหมเวลาที่เธอ ‘ยั่ว’ จนเกินงาม
พรึ่บ!
เสียงแหวกอากาศเฉียบพลันพร้อมกับเงาดำที่ทาบทับลงมาบนร่าง ทำให้พราวพิชชาชะงัก เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมองด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนลอยหวือขึ้นจากเตียงผ้าใบอาบแดด ก่อนที่สัมผัสอุ่นจัดของผ้าขนหนูผืนหนาจะถูกสะบัดคลุมทับลงมาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำราวกับมืออาชีพกำลังจับกุมผู้ต้องหา
“อุ๊ย! อะไรเนี่ย! ปล่อยนะรวี!”
คุณหนูตัวแสบอุทานลั่นด้วยความตกใจ ร่างบางถูกรวบอุ้มขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นกายหอมเย็นสะอาดคล้ายดอกไม้ป่าผสมกลิ่นอายทะเลโชยปะทะจมูกทันทีที่แผ่นหลังบางแนบชิดไปกับท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
รวินันท์ไม่ได้เอ่ยปากตอบโต้สักคำ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นหยดน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนหวงก้างที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวกับกางเกงสแล็คขายาวก้าวฉับๆ พา “ห่อผ้าขนหนูเคลื่อนที่” เดินดุ่มๆ กลับเข้าไปในตัววิลล่าท่ามกลางเสียงประท้วงที่ไม่ยอมหยุดของคนในอ้อมแขน
“นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือไงยะ! ฉันแค่นอนอาบแดด! ผิดกฎข้อไหนไม่ทราบ!” พราวพิชชาดิ้นพล่าน มือเรียวทุบเข้าที่ลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างแรงเพื่อระบายความหมั่นไส้ แต่รวินันท์กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก จนแทบจะหลอมรวมร่างเป็นก้อนเดียวกัน
“คุณต่างหากที่เสียสติ… คุณพราวพิชชา”
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองจัด ทันทีที่ประตูห้องพักถูกถีบปิดลงด้วยเท้าข้างหนึ่ง ร่างบางก็ถูกโยนลงบนเตียงนอนนุ่มฟูขนาดคิงไซส์กลางห้องอย่างไม่เบามือเท่าไรนัก ผ้าขนหนูผืนหนาคลายออกเผยให้เห็นร่างอรชรในชุดบิกินี่สีแดงเพลิงที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธ
พราวพิชชาดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เส้นผมยาวสลวยเคลียคลออยู่1ตามกรอบหน้าสวยที่แดงก่ำด้วยความโมโห เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทายสายตาคมดุที่ยืนค้ำหัวอยู่ข้างเตียง
“ทำไมคะ? กลัวว่าธนภัทรจะส่งโดรนมาแอบถ่ายรูปฉันในชุดนี้หรือไง? ถึงได้ทำหน้าถมึงทึงเหมือนยักษ์กินเมือง!”
รวินันท์ก้าวเข้าไปประชิดขอบเตียง มือเรียววางทامลงกับฟูกทั้งสองข้าง กักขังร่างบางไว้ตรงกลางระหว่างอ้อมแขน ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แว่นกันแดดถูกถอดออกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียง เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมกับบางสิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่า
“ฉันไม่ได้กลัวโดรนของใครหน้าไหนทั้งนั้นค่ะ…” เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดผ่านริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น รวินันท์กวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก “แต่ฉัน ‘หวง’… และฉันก็เกลียดการที่ผู้ชายคนอื่นบนโลกใบนี้ จะมีสิทธิ์ได้มองเห็นเรือนร่างของคุณในชุดล่อแหลมแบบนี้”
คำพูดที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งและเต็มไปด้วยความหึงหวงแบบดิบเถื่อน ทำเอาพราวพิชชาถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความซึนเดระเรย์ขั้นสุดของบอดี้การ์ดหน้าตายมักจะมีฤทธิ์รุนแรงต่อใจเธอเสมอแบบนี้แหละ!
“อะ… อะไรของคุณ อยู่ๆ ก็มาพูดจา…” พราวพิชชาเม้มปากแน่น พยายามเบี่ยงสายตาหลบประกายตาร้อนผ่าวที่จ้องมองมาอย่างดุดัน แต่ใบหน้าหวานกลับเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ จนต้องแสร้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน “ปล่อยนะ! จะมาขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้!”
“ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าคุณจะสำนึกได้ว่าตัวเองเพิ่งทำเรื่องโง่เง่าแค่ไหน” รวินันท์เอ่ยเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาจับคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ ปลายนิ้วโป้งสัมผัสไล้เบาๆ บนพวงแก้มเนียนอย่างลืมตัว “ถ้าคุณยังดื้อดึงและหาเรื่องลองดีกับฉันอีก… ฉันอาจจะไม่ใช้วิธีแค่จับคุณห่อผ้าขนหนูแบกกลับห้องแบบนี้แน่ๆ”
“แล้วคุณจะทำไม… อื้อ!”
คำท้าทายที่กำลังจะหลุดออกจากปากถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อรวินันท์โน้มใบหน้าลงมาปิดริมฝีปากเรียวบางที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟากไว้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดลงมาไม่ได้มีความรุนแรง แต่เต็มไปด้วยความเว้าวอน โหยหา และการลงทัณฑ์คนดื้อรั้นในคราวเดียวกัน พราวพิชชาเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่ออยู่ชั่วขณะก่อนที่ความรู้สึกวาบหวิวแปลกประหลาดจะแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
มือเรียวที่พยายามจะผลักไสอกแกร่งออกไปในตอนแรก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันเริ่มละมุนละไมขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย…
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความวาบหวิวอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงหวานคุ้นเคยที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามา
“คุณพราวคะ! แย่แล้วค่ะ! ทีมรักษาความปลอดภัยหน้าเกาะรายงานด่วน… มีเรือยอร์ชไม่ทราบฝ่ายกำลังฝ่าแนวเขตเข้ามาเทียบท่าแล้วค่ะ!”
ร่างทั้งสองร่างผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต พราวพิชชานั่งหอบหายใจโยนตัวไปพิงหัวเตียง ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยพิษสวาทและตื่นตระหนก ขณะที่รวินันท์หน้าถอดสีในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังขั้นสุดเมื่อหันขวับไปมองที่ประตูห้อง
รวินันท์คว้าปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาสบตาคนบนเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ล็อคห้องไว้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด… ไม่ว่าใครจะเรียกก็ตาม”
พูดจบ บอดี้การ์ดสาวก็พุ่งตัวไปที่ประตู เปิดมันออกแล้วหายลับไปกับความมืดของทางเดินทันที
พราวพิชชายังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจปนความหวาดหวั่น… ใครกันที่บุกรุกเข้ามาในเวลานี้? และธนภัทรตามรอยพวกเขามาเจอเร็วกว่าที่คิดงั้นหรือ?
แอด…
เสียงเปิดประตูระเบียงด้านหลังห้องที่ควรจะปิดสนิทดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน พราวพิชชาหันขวับไปมองด้วยความตกใจสุดขีด และลมหายใจของเธอก็ต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นเงาร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพ้นผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม
“สวัสดีค่ะ… คุณหนูพราวพิชชา ไม่เจอกันนานเลยนะ”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ! ❤️
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 13
ชุดว่ายน้ำตัวนั้นทำพิษ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!