กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 2

กฎเหล็ก 5 ข้อของยัยตัวแสบ

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
*ปัง!* เสียงกระสุนเจาะทะลุกรอบประตูเหล็กของบันไดหนีไฟดังสนั่น ห่างจากหัวไหล่ของพราวพิชชาไปไม่ถึงคืบ กลิ่นดินปืนและสนิมเหล็กตีทะลุเข้ามาในโพรงจมูกจนแสบขื่น ร่างบางสะดุ้งสุดตัวโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันจะได้กรีดร้องหรือขยับขาหนี มือเรียวแข็งแรงราวกับคีมเหล็กก็กระชากเอวบางของเธอให้พุ่งหลบเข้าไปในมุมอับหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างเฉียดฉิว "อยู่นิ่งๆ" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่เฉียบขาดจนคนฟังต้องยอมสงบปากสงบคำทันที รวินันท์แนบแผ่นหลังติดกับผนังปูน มือขวาชักปืนพกขนาดกะทัดรัดออกมาขึ้นลำด้วยความคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินอย่างระแวดระวัง ท่าทางนิ่งสนิมราวกับนักล่ามืออาชีพทำให้พราวพิชชาที่กำลังจะอ้าปากเถียง กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปอย่างยากลำบาก หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู ไม่ใช่เพราะความกลัวกระสุนปืน—เพราะเธอเจอเรื่องพวกนี้มาบ่อยจนชินชา—แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับบอดี้การ์ดหน้าตายคนนี้ต่างหาก ตอนนี้รวินันท์ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหน้า แผ่นอกสอบแนบชิดกับไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนจนพราวรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล *ยัยรวีบ้าเอ๊ย ตัวก็แข็งเป็นหิน แถมยังชอบทำหน้าตายใส่ตลอดเวลาอีก!* พราวพิชชาคิดในใจอย่างขัดเคือง พยายามจะขยับตัวถอยหนี แต่รวินันท์กลับใช้มืออีกข้างดันไหล่เธอให้แนบชิดกับผนังมากกว่าเดิม พร้อมกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน "ถ้าไม่อยากตายคาที่ตรงนี้ ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ค่ะคุณพราว" ให้ตายเถอะ! ยัยบอดี้การ์ดนี่กล้าสั่งเธอเหรอเนี่ย! ก่อนที่พราวจะทันได้สะบัดหน้าหนีหรือหาคำพูดเจ็บแสบมาตอกกลับ เสียงฝีเท้าของกลุ่มชายชุดดำอย่างน้อยสามคนที่กำลังวิ่งกระจายกำลังค้นหาก็แว่วเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รวินันท์ไม่รอช้า เธอส่งสายตาดุดันเป็นเชิงสั่งห้ามส่งเสียงเด็ดขาด ก่อนจะพุ่งตัวออกไปจากมุมเสาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์ *ปัง! ปัง!* เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัดติดต่อกันในความมืด ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและการล้มตึงของร่างหนักๆ กระแทกพื้นปูน พราวพิชชาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นรวินันท์หายลับไปในความมืดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาเงียบสงบลงอย่างน่ากลัว ผ่านไปไม่ถึงสามสิบวินาที ร่างสูงโปร่งของบอดี้การ์ดสาวก็เดินกลับมาที่มุมเสา ลมหายใจของเธอแทบไม่หอบเลยแม้แต่น้อย ใบหน้านิ่งเรียบราวกระจกใส ไร้ร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงรอยเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยที่ปกเสื้อเชิ้ตสีดำเท่านั้น "เคลียร์แล้วค่ะ เชิญคุณพราวกลับขึ้นไปบนรถได้แล้วค่ะ" รวินันท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งไปดวลปืนเสี่ยงตายมา พราวพิชชาเชิดคحขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่ เธอยกมือขึ้นกอดอก มองสำรวจบอดี้การ์ดสาวหัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินแกมหมั่นไส้ "ช้าเป็นบ้าเลยนะยะ เกือบทำให้ฉันโดนลูกหลงตายคาที่แล้วไหมล่ะ รู้งี้ฉันน่าจะจ้างบอดี้การ์ดผู้ชายตัวล่ำๆ มาคุ้มกันดีกว่า มาได้ยัยหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกแบบเธอเนี่ย" พราวพ่นคำพูดจิกกัดออกไปตามนิสัยปากไม่ตรงกับใจ ทั้งที่ลึกๆ แล้วรู้ดีว่าถ้าไม่ได้อีกฝ่ายช่วย ชีวิตเธอคงปลิวไปกับสายลมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว รวินันท์ชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสีนิลคู่สวยไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม เธอมองคุณหนูตัวแสบที่ยังทำท่าทางอวดดีใส่ แม้ว่าขอบตาจะยังแดงเรื่อจากความตกใจก็ตาม "ถ้าคุณพราวอยากได้บอดี้การ์ดตัวล่ำๆ ไว้คอยอุ้มเดินตอนขาแพลง ก็เชิญไปยื่นเรื่องเปลี่ยนตัวกับทางบริษัทได้เลยนะคะ แต่อย่าลืมล่ะว่า... คนที่เพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้เมื่อกี้ คือยัยหุ่นยนต์คนนี้" รวินันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้รอยยิ้ม แต่คำพูดแต่ละคำช่างเชือดเฉือนจนพราวสะอึก "นี่เธอ!" พราวหน้าตึงขึ้นมาทันที เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาทำแฟนนะยะ!" "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกค่ะ เอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของธนภัทรยังไง โดยที่ไม่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบเมื่อกี้" รวินันท์พูดจบก็เดินนำลิ่วไปที่รถสปอร์ตคันหรูโดยไม่รอฟังเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธของคนข้างหลังเลยแม้แต่น้อย พราวพิชชาได้แต่กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดเคือง ยัยบอดี้การ์ดหน้าตายนี่มันน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก! รถสปอร์ตคันหรูแล่นฉิวมุ่งตรงสู่คฤหาสน์ตระกูลพิชชาชาญ บรรยากาศภายในรถเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์และการหายใจเข้าออก พราวพิชชานั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง ตลอดทางเธอพยายามคิดหาวิธีเอาคืนยัยบอดี้การ์ดปากร้ายให้สาสมกับความกวนประสาทที่ได้รับมาตลอดทั้งวัน และแล้ว สมองอันชาญฉลาดแกมโกงของคุณหนูตระกูลดังก็ปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมา มุมปากอิ่มยกยิ้มร้ายกาจอย่างผู้มีชัย หึ... อยากจะทำตัวเป็นหุ่นยนต์นักใช่ไหม ได้! งั้นมาเจอ "กฎเหล็ก 5 ข้อ" ของเธอหน่อยเป็นไง! รถจอดสนิทหน้าประตูคฤหาสน์ รวินันท์ดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองเจ้าตัวแสบที่นั่งยิ้มระรื่นอย่างมีเลศนัยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ บอดี้การ์ดสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหารถูกใจ "ลงรถได้แล้วค่ะ ถึงบ้านแล้ว" รวินันท์เอ่ยเตือน "เดี๋ยวยะ อย่าเพิ่งรีบสั่ง" พราวพิชชาลอยหน้าลอยตาพูดพลางหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่างยิกๆ ก่อนจะยื่นหน้าจอไปจ่อตรงหน้าบอดี้การ์ดสาว "ในเมื่อเธอมีหน้าที่ต้องคุ้มครองฉันทุกฝีก้าว... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอกับฉันต้องมี 'ข้อตกลงร่วมกัน' เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของฉันเอง" รวินันท์ก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่มีข้อความถูกพิมพ์เรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ นัยน์ตาสีนิลกวาดอ่านแต่ละข้อด้วยความรู้สึกคิ้วกระตุก **กฎเหล็ก 5 ข้อของพราวพิชชา:** 1. ห้ามเดินห่างจากตัวฉันเกิน 1 เมตร ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น (รวมถึงเวลาเข้าห้องน้ำ!) 2. ห้ามเถียง ห้ามขัดใจ และต้องทำตามคำสั่งของฉันอย่างไร้เงื่อนไข 3. ต้องเป็นคนชิมอาหารให้ฉันทุกมื้อ เพื่อป้องกันยาพิษ (ยัยรวี: *นี่ฉันเป็นบอดี้การ์ดหรือหนูทดลองยาคะ?*) 4. ห้ามทำหน้าบูดเป็นตูดหม้อทอดไฟฟ้าใส่ฉันเด็ดขาด ต้องยิ้มแย้มแจ่มใสบริการด้วยความเต็มใจ 5. ข้อสุดท้าย... เวลาฉันนอน เธอต้องเฝ้าอยู่ข้างเตียงและคอยพัดวีให้จนกว่าฉันจะหลับ! อ่านจบ รวินันท์ก็เงยหน้าขึ้นสบตากับคุณหนูตัวแสบที่กำลังส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ ชนิดที่เรียกว่ารอยยิ้มของนางแมวป่าชัดๆ "นี่คุณพราว..." รวินันท์สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอาการกระตุกที่มุมปาก "นี่คุณกำลังจ้างบอดี้การ์ด หรือกำลังหาคนรับใช้ส่วนตัวราคาแพงปานทาสในเรือนเบี้ยกันแน่คะเนี่ย?" "อ้าว พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงยะ?" พราวเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ "กลัวเหรอ? หรือว่าทำไม่ได้อย่างที่ปากดีไว้ล่ะ ยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย ถ้าไม่กล้าทำตามนี้ก็ลาออกไปซะสิ ฉันจะได้ไปจ้างคนอื่น!" รวินันท์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าสวยเชิดที่เต็มไปด้วยความท้าทายนั้นอย่างพิจารณา บอดี้การ์ดสาวถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างยอมจำนนต่อโชคชะตา ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้พราวพิชชาใจกระตุกวูบอย่างประหลาด "ก็ได้ค่ะ... ตามใจคุณพราวทุกอย่าง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยรับคำอย่างง่ายดายจนพราวถึงกับอ้าปากค้างคาใจ ผิดคาด... ยัยนี่ต้องโวยวายสิ ทำไมถึงยอมตกลงง่ายๆ แบบนี้ล่ะ? "ดีมาก! งั้นเริ่มจากข้อแรกเดี๋ยวนี้เลย!" พราวรีบดึงสติกลับมาแล้วสั่งการทันที "ฉันหิวแล้ว ไปทำอาหารเช้าให้ฉันกินเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!" รวินันท์ไม่ตอบอะไร เธอเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่คุณหนูตัวแสบนั่งอยู่ พร้อมกับยื่นมือหนาไปให้จับตามกฎข้อแรกที่เพิ่งร่างขึ้นสดๆ ร้อนๆ พราวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่ายสัมผัสโดนข้อมือของเธอ "เชิญค่ะ... คุณหนูจอมเรื่องมาก" รวินันท์กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท พราวพิชชาหน้าแดงซ่านด้วยความโมโหปนเขิน เธอกำลังจะอ้าปากด่าสวนกลับไปสักชุดใหญ่ แต่ทว่า... จังหวะที่เงยหน้าขึ้นเพื่อจะสบตานั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรวินันท์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ บอดี้การ์ดสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่พอลากนิ้วรับสายและกรอกเสียงลงไปเพียงคำเดียว ร่างสูงของรวินันท์ก็ชะงักค้าง แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งจนพราวพิชชาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ "ว่าไงนะ..." รวินันท์พึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาสีนิลเบนกลับมามองหน้าพราวพิชชานิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคุณหนูตระกูลดังเย็นเฉียบลงในพริบตา "คุณพราว... คนของเราที่เก็บตัวไว้ที่เซฟเฮาส์... ถูกเก็บเรียบร้อยแล้วค่ะ และตอนนี้... เป้าหมายกำลังมุ่งหน้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้" *** ขอบคุณนักอ่านคนเก่งทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและจิกหมอนไปกับความปากแซ่บของยัยคุณหนูกับบอดี้การ์ดหน้าตายนะคะ! บทหน้าความฉิบหายระดับสิบกำลังจะมาเยือนแล้ว เตรียมใจไว้ให้ดีนะคะ! - โรสแมรี่พิษ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%