"เปิดประตูให้หน่อยสิคะ... คุณหนูพราว"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านลำโพงอินเตอร์คอมหน้าเพนต์เฮาส์หรูยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าบานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดหน้าตายคนนั้นไปตั้งแต่หลายวินาที K่อนแล้วก็ตาม รวินันท์ก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของฉันราวกับเจ้าของตัวจริง กลิ่นอายความเย็นชาและฟีโรโมนอันตรายจากตัวหล่อนลอยมาเตะจมูกทันทีที่ผ่านพ้นธรณ์ประตู
ฉัน—พราวพิชชา—ยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับสายตานิ่งสนิทคู่นั้นที่กวาดตามองสำรวจความปลอดภัยทั่วห้องรับแขกอย่างรวดเร็วราวกับเรดาร์
"คิดว่าจะปล่อยให้ฉันยืนขาแข็งตายหน้าห้องซะอีกค่ะ คุณหนู" รวีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ปราศจากความสำนึกผิดที่ปล่อยให้ฉันต้องหัวใจเต้นผิดจังหวะกับประโยคต้อนรับสุดระทึกเมื่อครู่ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไม่ยี่หระ เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดที่ชวนให้เผลอมองนานเกินความจำเป็น
"ถ้าคิดว่ายืนแล้วลำบากนัก ก็ไม่มีใครบังคับให้มาเฝ้าตั้งแต่แรกนี่คะ" ฉันสวนกลับทันควัน เสียงสูงเชิ่ดใส่ตามนิสัยที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "อีกอย่าง... ที่นี่คือห้องนอนฉัน การที่คุณถือวิสาสะกดกริ่งแล้วออกคำสั่ง มันล้ำเส้นเกินความเป็นบอดี้การ์ดไปหน่อยหรือเปล่า?"
รวีหยุดฝีเท้าที่กำลังจะเดินผ่านโซฟา หล่อนหันกลับมาสบตาฉันตรงๆ นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นฉายแววระยับขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "หน้าที่ของฉันคือความปลอดภัยของคุณหนูค่ะ และจากการประเมินคร่าวๆ เมื่อกี้... ประตูห้องที่ปิดล็อกไม่สนิทกับความสะเพร่าของคุณ อาจจะทำให้มี 'แขกไม่invited' เข้ามาเซอร์ไพรส์ได้ง่ายๆ ยิ่งช่วงนี้คุณกำลังตกเป็นเป้าหมายของธนภัทรด้วยแล้ว การระวังตัวถือเป็นเรื่องฉลาดที่สุด... ถ้าคุณหนูยังมีสมองพอจะคิดได้นะคะ"
ให้ตายเถอะ! ยัยบอดี้การ์ดปากร้าย! หล่อนจิกกัดฉันนิ่มๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงในทุกคำ ประโยคหลังนั่นมันตั้งใจดูถูกกันชัดๆ ว่าฉันเป็นคุณหนูสมองกลวงที่เอาแต่ใจตัวเองสินะ!
ฉันกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเลือดสูบฉีดไปทั่วใบหน้า มือเรียวบางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว อยากจะหยิบแจกันราคาแพงแถวนั้นปาใส่หน้าสวยๆ ให้หายหมั่นไส้สักที แต่ติดที่ว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่—ฉันจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้คนอย่างรวินันท์ได้ใจเด็ดขาด
"ปากเก่งนักนะคะ!" ฉันก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวหล่อน ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนว Woody ผสมความเย็นCervical ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาดจนฉันต้องรีบดึงสติตัวเองกลับมา "ปากแบบนี้... น่าจะลองชิมกาแฟฝีมือฉันสักแก้วนะคะ เผื่อมันจะช่วยให้ความปากดีของคุณลดลงไปได้บ้าง"
พูดจบฉันก็ไม่รอคำอนุญาต หมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปยังเคาน์เตอร์ชงกาแฟอัตโนมัติทันที มือบางจัดการกดปุ่มเลือกเมนูเอสเพรสโซ่เข้มข้น ร่างกายมันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโมโหปนความประหม่าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายในระยะประชิดแบบนี้ เคมีบ้าบออะไรกันเนี่ย ทำไมฉันต้องใจเต้นแรงทุกครั้งที่ยัยนี่เข้าใกล้ด้วยเล่า!
เสียงเครื่องชงกาแฟทำงานส่งเสียงฮัมเบาๆ ในความเงียบ รวีเดินตามมาทิ้งสะโพกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนด้านข้างอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคู่คมมองตามทุกการเคลื่อนไหวของฉันราวกับแมล่าจ้องมองเหยื่อในกรง
"กาแฟฝีมือคุณหนูเหคะ?" เสียงทุ้มเอ่ยเย้าแหบพร่าข้างหู จนฉันสะดุ้งสุดตัว "เกรงว่าดื่มเข้าไปแล้ว นอกจากจะไม่หายปากดี ฉันอาจจะต้องหามคุณหนูส่งโรงพยาบาลเพราะอาหารเป็นพิษแทนมากกว่านะคะ"
"รวินันท์!" ฉันหันขวับไปแหวใส่ด้วยความเหลืออด จังหวะนั้นเอง... แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวที่เพิ่งกดเสร็จร้อนๆ ก็พลพลัดหลุดจากมือ ด้วยความที่สติหลุดไปกับคำยียวนกวนประสาทของอีกฝ่าย
*เพล้ง!* และ... *พรวด!*
น้ำกาแฟสีดำสนิทพร้อมควันฉุยพุ่งทะลักลงมาเลอะเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในของรวีเต็มๆ แรง ร่างสูงชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
"อุ๊ย!" ฉันอุทานออกมาอย่างลืมตัว สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อเห็นสภาพของบอดี้การ์ดหน้าตาย กาแฟร้อนๆ กำลังซึมผ่านเนื้อผ้าสีขาวแนบเนื้อจนเผยให้เห็นสัดส่วนและร่มเงาภายในอย่างชัดเจน ความร้อนของเครื่องดื่มทำให้อีกฝ่ายนิหน้าด้วยความแสบผิว
"คุณหนู..." รวีครางเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้ฉายแววหงุดหงิดระคนตกใจอย่างปิดไม่มิด หล่อนก้มมองสภาพตัวเองที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบกาแฟสีเข้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฉันด้วยแววตาคาดโทษที่ทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึก
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ หัวใจของฉันเต้นโครมครามรากระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองเพลเมื่อเห็นการกระทำต่อมาของอีกฝ่าย
รวีไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ต่อว่าสักคำ หล่อนกลับยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น สายตายังคงจดจ้องมาที่ฉันด้วยแววตานิ่งลึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เสื้อสูทตัวนอกจะถูกถอดออกแล้วเหวี่ยงไปพาดไว้บนโซฟาตัวใกล้เคียงอย่างไม่ใส่ใจ
และวินาทีต่อมา... นิ้วเรียวยาวของบอดี้การ์ดสาวก็เอื้อมมาแตะที่กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชุ่มแนบเนื้อของตัวเอง หล่อนจัดการปลดมันออกต่อหน้าต่อตาฉันโดยไม่คิดจะหลบสายตาเลยสักนิด!
*ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก!*
เสียงหัวใจของฉันดังสะท้อนก้องอยู่ในหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบตัว ภาพตรงหน้ามันช่าง... ร้อนแรงและอันตรายเกินกว่าที่คุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างฉันจะรับไหว ผิวเนียนละเอียดที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำกาแฟและเหงื่อบางเบา สะท้อนกับแสงไฟในห้องจนเกิดเป็นภาพที่เซ็กซี่จนแทบหยุดหายใจ รวีจงใจแกล้งกันชัดๆ! หล่อนทำแบบนี้เพื่อจะลงโทษฉันทางอ้อมใช่ไหม ยัยคนบ้าเอ๊ย!
"ทะ... ทำบ้าอะไรของคุณคะเนี่ย!" ฉันละล่ำละลักเอ่ยออกมา ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูจนแทบไหม้ ต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่ทว่า... มือหนากลับเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ไม่ยอมให้ถอยหนีไปไหน
แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างของฉันเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกอุ่นที่ไร้สิ่งกีดขวางของอีกฝ่าย กลิ่นกายผสมกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้าปะทะจมูกจนสติกระเจิดกระเจิง รวีโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้ม เสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซาบชิดริมใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ทำเลอะ... ก็ต้องรับผิดชอบสิคะ คุณหนูพราว"
รวีเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วเย็นเฉียบเชยคางฉันให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา "หรือว่า... คุณหนูกำลังคิดอกุศลอะไรอยู่ ถึงได้หน้าแดงขนาดนี้ล่ะคะ?"
"ฉันเปล่า—!"
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
*"คุณพราวพิชชาครับ! เปิดประตูให้ผมหน่อย! ทางด้านล่างเกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนบุกรุกเข้ามาในตึก!"*
เสียงของหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยดังผ่านเข้ามา ทำให้รวีชะงักกึก ดวงตาคู่คมเปลี่ยนจากแววหยอกล้อเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที หล่อนปล่อยมือจากข้อมือฉันทันที ก่อนจะคว้าปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวด้านหลังออกมากระชับมั่นในมือ
รวีหันมาสบตาฉันเป็นครั้งสุดท้าย ประกายความกังวลฉายชัดขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณนักฆ่า
"ล็อคห้องนี้แล้วอย่าออกไปไหนเด็ดขาด... ต่อให้มีเสียงหมาเห่าหรือเสียงคนร้องขอชีวิต ก็ห้ามเปิดประตูให้ใครทั้งนั้น จนกว่าฉันจะกลับมาเข้าใจไหมคะ?"
พูดจบ รวีก็หมุนตัวพุ่งพรวดไปที่ประตูหน้าทันทีโดยไม่รอคำตอบ มือเรียวผลักบานประตูเปิดออกกว้าง แล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดและอันตรายที่รออยู่ด้านนอกโดยลำพัง ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งอยู่กลางห้องท่ามกลางกลิ่นอายกาแฟและหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
- ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ -
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้นและสายตาคาดโทษ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!