กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ดับสนิททำให้ประสาทสัมผัสของพราวพิชชาตื่นตัวถึงขีดสุด ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง หัวใจของเธอกลับเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อผู้มาเยือนที่อยู่หน้าประตู แต่เป็นเพราะ ‘คน’ ที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่นี่ต่างหาก
มือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนที่วางทาบอยู่บนเอวคอดกิ่วของเธอยังคงไม่ขยับไปไหน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างใบหูทำให้ขนอ่อนทั่วร่างพราวพิชชาลุกชัน ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนน่าอึดอัด ทว่าในจังหวะที่เสี้ยววินาทีก่อนหน้าที่รวินันท์จะผละออกไป พราวพิชชาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของหัวใจอีกดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ
“เงียบไว้...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดใบหู รวินันท์ไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดหน้าตายในเวลานี้ แต่เธอกำลังกลายเป็นกำแพงมนุษย์ที่ปกป้องพราวพิชชาจากอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“ใคร?” พราวพิชชาถามกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแทบไม่เป็นภาษา พยายามคุมสติไม่ให้สั่นไหว
รวินันท์ไม่ได้ตอบ แต่เธอค่อยๆ เลื่อนมือจากเอวขึ้นมาปิดปากคนตัวเล็กไว้แน่น ก่อนจะดึงร่างนั้นให้ถอยห่างจากประตูห้องไปทางระเบียง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นหน้าห้องพักในโรงแรมหรูใจกลางเมืองยามวิกาลไม่ใช่เรื่องปกติ และการที่ไฟในชั้นนี้ดับลงอย่างมีเงื่อนงำก็บ่งบอกชัดเจนว่า ‘ธนภัทร’ ไม่ได้มาเพื่อพูดคุยเรื่องธุรกิจ
แกร๊ก...
เสียงลูกบิดประตูหมุนช้าๆ ตามด้วยเสียงโลหะเสียดสีกัน พราวพิชชาตัวแข็งทื่อ รวินันท์ขยับกายไปยืนบังร่างของเธอไว้มิดชิด มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้แจ็กเก็ตหนังอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบของบอดี้การ์ดสาวจ้องเขม็งไปยังประตูที่กำลังจะเปิดออก
ในวินาทีที่เงาดำของคนหน้าห้องพาดผ่านเข้ามา รวินันท์ตัดสินใจกดพราวพิชชาให้หมอบลงกับพื้นข้างโซฟาโดยไม่รอช้า จังหวะเดียวกันนั้นเอง เธอก็อาศัยความมืดพุ่งตัวออกไปประชิดประตู
“หึ นึกว่าจะหลบไปได้ไกลกว่านี้เสียอีก พราวพิชชา” เสียงทุ้มต่ำของธนภัทรดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันในความมืด เขาไม่ได้เข้ามาคนเดียว แต่มีลูกน้องอีกสองคนตามหลังมา
พราวพิชชาเม้มปากแน่น ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาหยามถึงถิ่น “แกคิดว่าการเล่นตลกไฟดับจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ ธนภัทร?”
“ไม่ได้ทำอะไรแค่นี้หรอก แต่มันทำให้การ ‘จัดการ’ เรื่องน่ารำคาญง่ายขึ้นเยอะ” ธนภัทรขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเงาของเขาทาบทับอยู่เหนือร่างของพราวพิชชาที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น
รวินันท์ที่ไม่รอช้า ตัดสินใจกระโจนเข้าหาศัตรูทันที การปะทะกันในความมืดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและดุดัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงการเหวี่ยงหมัดและเตะตัดขาทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด พราวพิชชาลุกขึ้นยืนตั้งหลัก พยายามควานหาไฟฉายในกระเป๋า แต่ในจังหวะที่รวินันท์พลาดท่าถูกธนภัทรคว้าข้อมือเอาไว้ได้ ร่างของบอดี้การ์ดสาวก็ถูกกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างแรง
“รวี!” พราวพิชชาหลุดปากร้องออกมาอย่างลืมตัว
รวินันท์กัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นผ่านแผ่นหลัง แต่สายตายังคงจ้องธนภัทรไม่วางตา “หนีไป พราวพิชชา! อย่าให้มันจับตัวคุณได้!”
“ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่!” พราวพิชชาหยิบแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะข้างตัวปาใส่ลูกน้องของธนภัทรที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหาเธอ เสียงแจกันแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง สร้างความชะงักให้คนร้ายชั่วขณะหนึ่ง
รวินันท์ฉวยจังหวะนี้พุ่งตัวกลับมาคว้าข้อมือพราวพิชชาไว้แน่น แรงฉุดลากของเธอทำให้พราวพิชชาเซถลาเข้าไปซบในอกแกร่ง กลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนตรงหน้าตีรวนกับความตื่นเต้นในหัวใจ ทั้งสองวิ่งฝ่าความมืดไปยังทางหนีไฟ รวินันท์ถีบประตูหนีไฟจนเปิดออก ทั้งคู่กึ่งวิ่งกึ่งเดินลงบันไดวนด้วยความเร็วสูง
เมื่อถึงชั้นล่างที่มืดสลัวและไร้ผู้คน รวินันท์ผลักพราวพิชชาเข้าไปหลบในซอกมืดใต้บันได ก่อนจะทรุดตัวลงพิงผนัง หายใจหอบถี่ พราวพิชชาเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปประคองใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของบอดี้การ์ดสาว
“รวี... คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” พราวพิชชาถาม น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกังวล มือเรียวบางพยายามลูบไล้ตามไหล่และแขนของรวินันท์เพื่อสำรวจบาดแผล
รวินันท์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แสงสลัวจากไฟฉุกเฉินที่กระพริบติดๆ ดับๆ ทำให้ใบหน้าของพราวพิชชาดูอ่อนโยนและน่าหลงใหลในความรู้สึกของบอดี้การ์ดสาว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดถือไว้เริ่มสั่นคลอน
“ฉัน... ฉันไม่เป็นไร” รวินันท์ตอบเสียงแหบพร่า
พราวพิชชาเลื่อนมือไปแตะข้างแก้มของรวินันท์เบาๆ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตทำให้หัวใจของทั้งสองเต้นรัวแรงจนแทบจะประสานเป็นหนึ่งเดียว พราวพิชชาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกัน รวินันท์หลับตาลงชั่วขณะ ราวกับกำลังต่อสู้กับห้วงอารมณ์ที่พุ่งพล่านในใจ
ริมฝีปากของพราวพิชชาขยับเข้าใกล้จนเกือบจะแตะกัน รวินันท์รับรู้ได้ถึงความนุ่มนวลและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบกาย มันเป็นความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับมาตลอดหลายเดือน... ความรู้สึกที่มากกว่าเจ้านายและบอดี้การ์ด
ทว่าในวินาทีที่จังหวะชีวิตกำลังจะหยุดนิ่ง รวินันท์ก็ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด เธอรีบเบือนหน้าหนีและผละออกไปอย่างรวดเร็ว
“เราต้องไปต่อ” รวินันท์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแฝงไปด้วยร่องรอยของความเสียดายที่ชัดเจน “หน้าที่ของฉันคือปกป้องคุณ ไม่ใช่เรื่องอื่น”
พราวพิชชานิ่งอึ้ง หัวใจของเธอตกวูบ ความรู้สึกหวิวๆ ในอกที่เพิ่งจะจุดติดดับมอดลงทันที ความโกรธและความน้อยใจพุ่งขึ้นมาแทนที่
“หน้าที่งั้นเหรอ?” พราวพิชชาเค้นหัวเราะ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แสร้งทำเป็นเย็นชาของรวินันท์ “สำหรับคุณ... ฉันเป็นได้แค่หน้าที่สินะ”
รวินันท์ไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเพื่อสำรวจทางหนี ทว่าก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้นจากทางด้านหลังของประตูที่พวกเธอเพิ่งหนีออกมา!
กระสุนปืนเฉียดแขนของรวินันท์ไปเพียงนิดเดียว ก่อนจะฝังลงในผนังปูน พราวพิชชาหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ รวินันท์ดึงเธอหลบเข้ามุมมืดอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงปืนออกมาเตรียมพร้อม
“มันตามมาทันแล้ว” รวินันท์กัดฟันกรอด “ฟังนะพราว... ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้คุณวิ่งไปที่รถคันสีดำที่จอดอยู่หลังโรงแรม กุญแจอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของฉัน”
“ไม่! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ทิ้งคุณ!” พราวพิชชาตะคอก แววตามุ่งมั่นของคนคุณหนูจอมเอาแต่ใจกลับมาอีกครั้ง เธอคว้าคอเสื้อของรวินันท์ไว้แน่น “ถ้าเราจะตาย เราต้องตายด้วยกัน หรือไม่ก็รอดไปด้วยกัน!”
รวินันท์จ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาและฝุ่นควันอย่างลึกซึ้ง ในยามนี้... คำสั่งของบอดี้การ์ดดูจะไร้ผลต่อหัวใจที่สั่นคลอนของเธอเสียแล้ว
“พราว...” รวินันท์กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าของคนหลายสิบคนก็ดังล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่คุ้นหูของธนภัทรที่ดังขึ้นอย่างผู้ชนะ
“ในเมื่อพวกเธออยากตายไปด้วยกัน... ฉันก็จะจัดให้สมใจ!”
ประตูทางหนีไฟถูกถีบออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของธนภัทรที่ถือปืนจ่อตรงมายังพวกเธอ ทว่าในจังหวะที่ความตายกำลังประชิดอยู่นั้นเอง ไฟฟ้าในตึกก็สว่างพรึบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้น และเสียงไซเรนของตำรวจนับสิบคันก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ!
รวินันท์และพราวพิชชาหันไปมองกันด้วยความแปลกใจ... ใครเป็นคนแจ้งตำรวจ? ในเมื่อพวกเธอทั้งคู่ต่างก็ติดอยู่ในกับดักนี้โดยไม่มีทางติดต่อโลกภายนอกได้เลยแม้แต่น้อย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเคียงข้างและติดตามความเข้มข้นของชีวิตพราวพิชชากับรวินันท์มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 15
รอยจูบใต้แสงเทียน
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!