กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย•ตอนที่ 16

ตื่นมาพร้อมความอึดอัด

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ใครแจ้งตำรวจคะ?" คำถามนั้นยังคงลอยค้างอยู่ในอากาศราวกับมีดที่ปักคาไว้โดยไม่มีใครกล้าดึงออก รวินันท์ไม่ตอบ เธอเพียงแค่หันหลังให้ฉัน เดินเลี่ยงไปทางหน้าต่างที่ถูกตอกปิดตายด้วยไม้กระดานหนา แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ยับย่นดูโดดเดี่ยวและเย็นชาจนน่าใจหาย ความเงียบเชียบในห้องพักร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ เราทั้งคู่ติดอยู่ในกับดักที่มองไม่เห็น และเหตุการณ์เมื่อคืน... เหตุการณ์ที่ความตายเฉียดใกล้จนเราต้องกอดเกี่ยวกันไว้ด้วยความสั่นเทา มันกลายเป็นกำแพงหนาที่ขวางกั้นความรู้สึกที่เพิ่งจะก่อตัว "รวี..." ฉันเรียกชื่อเธอ น้ำเสียงที่เคยเผ็ดร้อนกลับแผ่วเบาจนน่ารำคาญใจตัวเอง "ถ้าเธอไม่พูด เราจะไม่มีวันออกจากที่นี่ได้นะ" รวินันท์หมุนตัวกลับมา สายตาของเธอนิ่งสนิท—ดวงตาคู่เดิมที่ฉันเคยอ่านออกทุกความรู้สึก แต่ตอนนี้มันกลับดูคล้ายผืนน้ำนิ่งที่ซ่อนกระแสน้ำวนไว้ข้างใต้ เธอไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่เธอมองเลยไปทางประตูที่ถูกล็อกตายจากด้านนอก "ฉันไม่ได้แจ้ง" เธอเอ่ยเสียงเรียบ "และฉันก็คิดว่าเธอเองก็ไม่ได้ทำเหมือนกัน" "งั้นก็แปลว่ามีคนจ้องจะเล่นงานเราอยู่" ฉันแค่นหัวเราะ ปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อออกอย่างถือดีเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ "และดูเหมือนมันจะอยากให้เรา 'เห็น' อะไรบางอย่างที่แย่กว่าการโดนขัง" รวินันท์เดินเข้ามาใกล้ ฉันขยับตัวถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชิดผนังเย็นเฉียบ ระยะห่างของเราลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายของเธอ—กลิ่นสบู่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและดินปืน—ยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของฉันอย่างร้ายกาจ "พราว..." เธอเรียกชื่อฉัน จังหวะที่เธอขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมทำให้ลมหายใจฉันสะดุด "เมื่อคืน... อย่าเก็บไปใส่ใจเลย" คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าฉันฉาดใหญ่ ความอึดอัดที่สั่งสมมาตั้งแต่ตื่นนอนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขมับ ฉันเชิดหน้าขึ้น สบตากับคนตรงหน้าด้วยความรั้นที่ฉันมีเป็นอาวุธประจำตัว "อย่าใส่ใจ? หมายความว่าไงคะ?" ฉันเค้นเสียง "ที่กอดกันตัวสั่น ที่ฉันเห็นความกลัวในตาเธอ หรือว่าที่เธอเกือบจะ... จูบฉัน... มันเป็นแค่เรื่องที่ 'อย่าใส่ใจ' สำหรับเธอเหรอ?" ใบหน้าเรียบเฉยของรวินันท์กระตุกวูบหนึ่ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเบือนหน้าหนี มือที่เคยใช้จับปืนบัดนี้กำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา "ฉันเป็นบอดี้การ์ด และเธอคือเจ้านาย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "สถานการณ์เมื่อคืนมันทำให้เราหลุดขอบเขตไปหน่อย ฉันขอโทษที่จะต้องบอกว่า... ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก" ความเจ็บแปลบแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ ฉันหัวเราะร่วน—เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ปากแข็งจังนะคะรวินันท์ แต่แววตาเธอทรยศเธออยู่นะ... รู้ตัวไหมว่าตอนที่เธอผลักฉันออก เธอไม่ได้มองไปที่อื่นเลย นอกจากริมฝีปากฉัน" รวินันท์ชะงัก เธอหันขวับกลับมามองฉันด้วยสายตาวาวโรจน์ ก่อนจะก้าวประชิดตัวจนไม่มีช่องว่างระหว่างเรา เธอใช้มือข้างหนึ่งกดลงกับผนังข้างศีรษะฉัน กักขังฉันไว้ในกรงขังที่สร้างจากร่างกายของเธอเอง "คุณหนูคะ" เสียงของเธอต่ำพร่า เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่น่าอันตราย "อย่าลองดีกับคนที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นตัวเองอยู่เลย คุณไม่รู้หรอกว่าฉันกำลังพยายามมากแค่ไหนที่จะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรามันพังพินาศไปมากกว่านี้" หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก บรรยากาศอึดอัดที่เคยมีกลับกลายเป็นความร้อนแรงที่เผาไหม้ ความเป็นความตายที่อยู่ข้างนอกนั่นดูห่างไกลไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความเข้มข้นของสายตาที่รวินันท์ใช้จ้องมองมา ทว่า... ก่อนที่ฉันจะได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่คมคายกว่าเดิม เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงวัตถุหนักๆ กระแทกเข้ากับประตูไม้จนมันสั่นสะเทือน รวินันท์ผละออกจากฉันทันที มือคว้าปืนที่ข้างเอวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เธอหันหลังกลับไปจ้องที่ประตูบานนั้นด้วยความระแวดระวัง ทว่าเสียงที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงของคนบุกรุก แต่มันคือเสียงกุญแจที่ไขดัง 'กริ๊ก' จากด้านนอก... ประตูค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานประตู เงาร่างนั้นไม่ใช่ธนภัทรอย่างที่ฉันคาดคิด แต่เป็นใบหน้าที่ฉันคุ้นเคยดีที่สุด... ใบหน้าที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ "มีนารา?" ฉันหลุดปากเรียกชื่อเพื่อนสนิทที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู ในมือของเธอถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังบันทึกภาพเหตุการณ์ตรงหน้าไว้แน่น รวินันท์หรี่ตาลงทันที มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวมีนารา "พราว... ออกมาเร็ว!" มีนาราตะโกนเสียงหลง "เขากำลังมา! พวกเขาจะฆ่าเราทุกคน!" ทว่าก่อนที่ฉันจะก้าวเท้าออกไป รวินันท์ก็คว้าแขนฉันไว้แน่น แรงบีบที่ข้อมือหนักหน่วงจนฉันต้องนิ่วหน้า "อย่าไป" รวินันท์กระซิบเสียงต่ำที่ข้างหูฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอทำให้ขนลุกซู่ "ดูที่รองเท้าของเธอสิ... พราว... เธอไม่ได้วิ่งหนีมา แต่เธอเดินเข้ามาโดยไม่เปื้อนฝุ่นเลยสักนิด" ฉันก้มลงมองตามคำบอก แล้วหัวใจก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นคราบสีแดงเข้มที่ขอบกระโปรงของเพื่อนรัก... ซึ่งมันไม่ใช่สีของเครื่องสำอาง แต่มันคือคราบเลือดที่ยังสดใหม่! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางที่แสนอึดอัดและเต็มไปด้วยกลยุทธ์ของพราวกับรวีนะคะ โรสแมรี่พิษสัญญาว่าจะพาไปหาคำตอบที่บีบหัวใจกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจยัยบอดี้การ์ดหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%