เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 7

ความลับที่บอกใครไม่ได้

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ได้ยินว่า... ภรรยาผมกำลังจะเอาของอร่อยไปเปิดตลาดใหม่สินะครับ? ผมขอตามไปช่วยถือของด้วยคน คงไม่รบกวนเวลาทำมาหากินของคุณพานะครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นที่ข้างใบหู หลินฟางชะงักมือที่กำลังจัดเรียงหัวผักกาดสีขาวอวบออแกนิกจากมิติลับลงในตะกร้าไม้ไผ่ นางหันขวับไปมองเจ้าของประโยคด้วยแววตาระคนประหลาดใจ เฉินหยางยืนกอดอกพิงกรอบประตูครัว สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นทอดมองมาที่นางด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก บนบ่ากว้างของเขาพาดเสื้อแจ็คเก็ตทหารไว้อย่างลวกๆ ท่าทางสบายๆ เช่นนี้ช่างขัดกับภาพลักษณ์นายทหารผู้เคร่งขรึมและเย็นชาที่ชาวบ้านเคยหวาดกลัวลิบลับ "คุณ... ไม่ได้ต้องไปตรวจค่ายทหารหรอกหรือคะ?" หลินฟางเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงไปด้วยความระแวงระวัง นางยังไม่ชินกับการที่สามีตัวร้ายตามเนื้อตามตัวขนาดนี้ ตั้งแต่เขารอดตายจากภารกิจลับและกลับมาบ้าน ผู้ชายคนนี้ก็มักจะคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เสมอ ราวกับกลัวว่าภรรยาคนนี้จะบินหนีหายไปไหน "วันนี้ผมขอลาพักร้อนครึ่งวันครับ" เฉินหยางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศสะอาดสะอ้านผสมกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก เขากวาดสายตามองผลผลิตในตะกร้าของนางแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เขาจะกินอาหารฝีมือภรรยามาหลายมื้อจนลิ้นเริ่มชินชา แต่ผักกาดและมะเขือเทศเหล่านี้... มันให้พลังชีวิตบางอย่างที่เข้มข้นจนน่าประหลาด ผิวสัมผัสเปล่งปลั่ง ราวกับเพิ่งเด็ดออกจากสวนสวรรค์ ไม่แปลกใจเลยที่นางจะมั่นใจว่าจะขายมันได้ราคาดี "ตามใจคุณค่ะ แต่อย่ามาเกะกะการค้าขายของฉันก็แล้วกัน" หลินฟางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด นางสะพายตะกร้าใบโตขึ้นหลังอย่างคล่องแคล่ว แม้ภายนอกจะดูหนักอึ้ง แต่ด้วยหยาดน้ำค้างมิติฟาร์มที่นางดื่มกินเป็นประจำ ร่างกายนี้กลับแข็งแกร่งและคล่องแคล่วกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก ตลาดสดประจำอำเภอในยามสายคึกคักไปด้วยเสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย หลินฟางเลือกมุมอับสายตาตรงตรอกซอกซอยใกล้กับสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนมักเดินผ่านไปมาเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดแต่พลุกพล่านพอสมควร นางปูผ้ากระสอบเก่าๆ ลงบนพื้น ก่อนจะทยอยหยิบผักและผลไม้จากตะกร้าออกมาจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ หัวผักกาดขาวอวบอ้วนราวกับหยกขาว มะเขือเทศสีแดงก่ำเต่งตึงราวกับผลท้อสวรรค์ และแตงกวาผิวสีเขียวเข้มที่มีหนามอ่อนๆ เปล่งประกายความสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดเมื่อวินาทีที่แล้ว สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือกลิ่นหอมจางๆ ที่ลอยกรุ่นออกมาจากตัวผัก เป็นกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของธรรมชาติที่กระตุ้นต่อมรับรสของคนที่เดินผ่านไปมาให้ทำงานทันที เฉินหยางยืนกอดอกทำหน้าที่เป็น ‘บอดี้การ์ด’ จำยอม ดวงตาคมกวาดมองสำรวจรอบด้านอย่างระแวดระวัง ป้องกันไม่ให้พวกญาติจอมป่วนหรืออันธพาลท้องถิ่นเข้ามาสร้างความรำคาญให้ภรรยา แต่ดูเหมือนว่าความกังวลของเขาจะไร้สาระสิ้นเชิง... "อุ๊ย! กลิ่นอะไรหอมจัง หอมชื่นใจชะมัด..." หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีสะดุดหยุดกูทิศทางฝีเท้า นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกวาดสายตาหาที่มาของกลิ่น แล้วก็มาหยุดอยู่ที่แผงลอยเล็กๆ ของหลินฟาง ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นสภาพของผักตรงหน้า "แม่น้อง... ผักพวกนี้สดขนาดนี้เชียวหรือ? ขายอย่างไรหรือจ๊ะ?" หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น มือเรียวยื่นไปแตะเบาๆ ที่ผิวของหัวผักกาดขาว สัมผัสนั้นเย็นฉ่ำและแน่นตึงจนน่าตกใจ หลินฟางแย้มยิ้มอย่างเป็นกันเอง แววตาฉายแววการค้าที่เฉียบคม "หัวผักกาดนี่ กิโลกรัมละสองเหรียญค่ะ ส่วนมะเขือเทศกับแตงกวากิโลกรัมละสามเหรียญ รับรองว่าสดใหม่ ปลอดสารพิษ และรสชาติหวานกรอบไม่เหมือนใครแน่นอนค่ะ หากเอาไปทำซุปหรือกินสดๆ จะช่วยบำรุงสุขภาพและผิวพรรณได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะคะ" "ราคานี้...!" หญิงวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อย เพราะราคานี้สูงกว่าผักทั่วไปในตลาดเกือบเท่าตัว แต่เมื่อก้มลงสูดกลิ่นหอมละมุนที่โชยเตะจมูกอีกครั้ง บวกกับความเปล่งปลั่งที่ดูราวกับไม่ใช่ผักธรรมดา นางก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "เอาหัวผักกาดสองกิโลกรัม มะเขือเทศอีกสองกิโลกรัม! ฉันเอาหมดนี่แหละ!" คำพูดนั้นราวกับคบเพลิงที่โยนลงบนกองฟาง! เพียงชั่วพริบตาเดียวที่หญิงคนแรกส่งเสียงชื่นชม ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็หันขวับมามองตาม เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงกรูเข้ามาแย่งชิง "ทางนี้ๆ ฉันเอาแตงกวาสองกิโลกรัม!" "เฮ้ย อย่าแย่งฉันสิ ฉันเห็นก่อนนะ! แม่น้อง ฉันเหมามะเขือเทศที่เหลือทั้งหมดเอง!" "ผักกาดขาวยังเหลือไหม? ขอฉันกิโลหนึ่งเร็วเข้า ลูกชายฉันชอบกินซุปผักมาก!" ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นหน้าแผงลอยของหลินฟางในเวลาไม่ถึงสิบนาที ฝูงชนเบียดเสียดกันเข้ามาจนเฉินหยางต้องขยับตัวเข้ามาบังภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากันผู้คนที่พยายามจะเบียดเข้ามาใกล้จนเกินไป พร้อมกับส่งสายตาดุร้ายขู่ขวัญจนไม่มีใครกล้าล้ำเส้น แต่มืออีกข้างของหลินฟางกลับทำงานอย่างรวดเร็ว ชั่งน้ำหนัก รับเงิน และทอนเงินด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา เสียงเหรียญกระทบกันในถุงดังกรุ๊งกริ๊ง เป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในโลกสำหรับเศรษฐินีฝึกหัดอย่างหลินฟาง เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง... ตะกร้าไม้ไผ่ที่เคยอัดแน่นไปด้วยผักและผลไม้เกรดพรีเมียมจากมิติลับ ตอนนี้กลับว่างเปล่าสนิท ไม่มีแม้แต่เศษใบไม้หรือฝุ่นผงหลงเหลืออยู่เลยสักนิดเดียว! หลินฟางถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก นางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเล็กน้อย ก่อนจะนับเงินในกระเป๋าผ้าด้วยรอยยิ้มกว้างจนหูแทบฉีก ตัวเลขในใจพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือเงินก้อนแรกที่นางหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองในโลกใบนี้ มันหอมหวานและทรงพลังเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด "เก่งมากครับ ภรรยา..." เฉินหยางโน้มใบหน้าลงมาใกล้ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบเบื้องหู แววตาพราวระยับด้วยความทึ่งและภาคภูมิใจ "ดูท่าทางแล้ว... คุณคงไม่ได้เป็นแค่ภรรยาชาวไร่ธรรมดาเสียแล้วกระมัง?" หลินฟางหันไปค้อนสามีวงใหญ่ แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ นางกำลังจะเอաբากปากตอบโต้อะไรบางอย่าง ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ห่างออกไปไม่ไกล นั่นคือ... แม่สามีจอมปลอมที่ควรจะอยู่ที่บ้านกำลังยืนจ้องมองมาที่นางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและโลภโมละโทสะจนบิดเบี้ยว! และข้างกายของนาง มีชายแปลกหน้าแต่งตัวน่าสงสัยคนหนึ่งกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง พร้อมกับมองมาที่กระเป๋าเงินในมือของหลินฟางด้วยสายตาดั่งหิวโหย หลินฟางหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก... ดูท่าว่าความลับเรื่องความมั่งคั่งของนาง จะเก็บไว้ดูคนเดียวไม่ได้เสียแล้วกระมัง? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%