เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 8

สายตาริษยาจากคนในบ้านเดิม

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
เสียงกระแทกถ้วยชามเซรามิกดัง “เพล้ง!” สะท้อนก้องห้องครัวแคบๆ จนเสี่ยวเปาที่กำลังนั่งแทะซาลาเปาแป้งฟูนุ่มไส้หมูสับชุ่มฉ่ำถึงกับสะดุ้งโหยง ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ รีบโผเข้าซบซ่อนใบหน้าเล็กๆ ไว้กับชายเสื้อผ้าฝ้ายของมารดา หลินฟางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ตะเกียบคีบไข่เจียวสมุนไพรสีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มในใส่ลงในชามข้าวของสามีอย่างใจเย็น ท่าทีสงบนิ่งราวกับเสียงกระแทกเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงหล่น “หลินฟาง! แกหูหนวกหรืออย่างไร ฉันเรียกตั้งสามรอบ ทำไมไม่ขานรับ!” เสียงแหลมสูงของ “นางจู” แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเห็นแก่ตัวแผดลอดผ่านม่านประตูเข้ามา ร่างท้วมในชุดผ้าหยาบเก่าคร่ำคร่าก้าวเข้ามาในครัวด้วยท่าทางฮึดฮัด ดวงตาตี่รีดดุจงูพิษกวาดตามองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตะกร้าสานไม้ไผ่บนโต๊ะ ซึ่งภายในบรรจุแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด หัวหอมใหญ่ป้อมๆ และชิ้นเนื้อหมูติดมันสามชั้นที่แดงสดราวมรกตล้ำค่า—วัตถุดิบชั้นเลิศที่ต่อให้คนในหมู่บ้านนี้เก็บเงินทั้งเดือนก็ยังซื้อไม่ได้ นี่มัน... เนื้อหมูชั้นดี! และกลิ่นหอมหวลของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดตั้งแต่อรุณเบิกฟ้าเล่า? นางจูกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความริษยาร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วอก นางอุตส่าห์ส่งลูกชายคนเล็กไปสอดแนมหลายครั้ง กลับมารายงานว่าบ้านรองต้มแตงกวากับน้ำต้มผักประทังชีวิตมาหลายวัน เหตุใดวันนี้กลิ่นอายความมั่งคั่งถึงได้ลอยฟุ้งทะลุกำแพงดินอัดจนคนข้างบ้านน้ำลายสอได้เล่า “คุณแม่มีธุระอันใดกับสะใภ้อย่างฉันหรือคะ ถึงได้บุกมาพังข้าวของถึงในครัวเช่นนี้” หลินฟางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคมกริบฉายแววเยືือกเย็นระคนขบขัน รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย “นังตัวดี! แกเอาเงินมาจากไหนไปซื้อเนื้อหมูชิ้นโตขนาดนี้!” นางจูพุ่งเข้าใส่หมายจะคว้าชามข้าวในมือหลินฟาง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะสัมผัสโดนขอบชาม มือแกร่งดั่งคีมเหล็กของเฉินหยางก็เอื้อมมาบิดข้อมือของมารดาไว้แน่นโดยไม่ต้องออกแรงมาก ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มราบเรียบเย็นชาจนน่ากลัว นัยน์ตาดำขลับจ้องมองมารดาด้วยแววตาที่ทำให้คนเป็นแม่ถึงกับผะเผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “หยางหยาง! แกกล้าทำร้ายแม่รึ! นังเมียตัวดีนี่เป่าหูอะไรแก ถึงกล้าทำกิริยาต่ำช้ากับผู้ให้กำเนิดแบบนี้!” นางจูแสร้งร้องโวยวายตีโพยตีพายตามนิสัยถนัด ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดินเตะขาโอดครวญเสียงหลง “โอ๊ย! ชีวิตฉันมันอาומพยับอับเฉา เลี้ยงลูกให้เติบใหญ่เป็นทหาร แต่สุดท้ายกลับอกตัญญูเพราะเมียชั่วคนเดียว ฟ้าดินลงโทษมันเถอะ!” เสี่ยวเปาซุกหน้าแน่นขึ้น หลินฟางลูบศีรษะลูกน้อยเบาๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะปรายตามองหญิงสูงวัยที่กำลังแสดงละครฉากใหญ่บนพื้นอย่างไม่ยี่หระ เธอยกถ้วยชาสมุนไพรหอมกรุ่นขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสชาติความหวานกลมกล่อมที่สกัดจากมิติฟาร์มในรุ่งอรุณ “คุณแม่คะ ร้องไห้คร่ำครวญไปก็ไม่ได้ทำให้ท้องอิ่มขึ้นหรอกนะคะ” หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “อีกอย่าง เงินที่ฉันใช้ซื้อของเหล่านี้ เป็นเงินที่ฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง ไม่เคยเบียดเบียนเงินเดือนทหารของคุณพี่เฉินหยางแม้แต่เหวินเดียว” “เหลวไหล! แกเป็นแค่ผู้หญิงบ้านนอก วันๆ อยู่แต่ในบ้าน จะไปหาเงินมาจากไหนตั้งมากมาย!” นางจูหยุดโวยวายชั่วขณะ แววตาโลภโม่งลุกโชนขึ้นมาทันทีเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง “หรือว่า... แกแอบขโมยเงินเก็บของสามีไปซ่อนไว้! คายออกมานะ นังลูกสะใภ้อกตัญญู เงินนั่นควรเป็นของฉันผู้เป็นแม่ที่จะต้องเก็บรักษาไว้ใช้ยามแก่เฒ่าต่างหาก!” ความโลภและความหน้าไม่อายของแม่สามีคนนี้ ช่างไร้ขอบเขตสิ้นดี หลินฟางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความเกรงกลัวทำให้ตระกูลจูผู้พี่ถึงกับชะงัก เฉินหยางขยับตัวยืนบังภรรยาและลูกชายไว้เบื้องหลัง น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด “เงินเดือนของผม ผมจัดการเองทั้งหมด ฟางฟางไม่ได้แตะต้องแม้แต่สตางค์แดงเดียว และข้าวของในบ้านหลังนี้ ก็เป็นสิทธิ์ของภรรยาผมแต่เพียงผู้เดียวครับ แม่ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง” “แก... แก!” นางจูชี้หน้าบุตรชายด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารชั้นเลิศ ความอิจฉาริษยาตีรวนขึ้นมาจนหน้าดำคร่ำเครียด ในเมื่อมาไม้นี้ไม่ได้ นางก็เตรียมจะใช้ไม้ตายก้นโกฏ “ได้! ในเมื่อพวกแกอกตัญญูไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ บ้านหลังนี้ ที่ดินแปลงนี้ ก็เป็นสมบัติของตระกูลเฉิน!” นางจูลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่ผ้าถุงอย่างถือดี เชิดหน้าขึ้นสูง “ถ้าแกอยากจะมีกินดีอยู่ดีในบ้านหลังนี้ แกต้องส่งเงินครึ่งหนึ่งที่หามาได้ให้ฉันทุกเดือน! ไม่เช่นนั้น ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าพวกแกเนรคุณ ไม่ยอมเลี้ยงดูคนแก่!” บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบกริบลงทันที เสี่ยวเปาเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาดวงน้อยที่ฉายแววกังวล หลินฟางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน หลินฟางระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคู่งามพินิจพิเคราะห์แม่สามีจอมปลอมตรงหน้าอย่างทะลุปรุโปร่ง นางคิดจะรีดไถเงินทองจากมิติลับของเธออย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! “คุณแม่พูดเรื่องอะไรกันคะ...” หลินฟางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปใกล้นางจูทีละก้าว แววตาคมกริบกดดันให้อีกฝ่ายต้องผถถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “ในเมื่อคุณแม่เอ่ยถึงเรื่องสิทธิ์และความยุติธรรมขึ้นมาแล้ว งั้นเรามาเคลียร์บัญชีเก่ากันให้ชัดเจนดีไหมคะ ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณแม่เคยรีดไถเงินและข้าวเปลือกจากพวกเราไปเท่าไหร่แล้ว!” สีหน้าของนางจูเปลี่ยนสีฉับพลัน ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา ร่างท้วมเริ่มสั่นเทาด้วยความร้อนรนเมื่อเห็นประกายตาเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งของลูกสะใภ้ที่นางเคยคิดว่าโง่เขลา “แก... แกพูดจาเหลวไหลอะไร น... ฉันจะกลับบ้านฉัน!” นางจูสะบัดหน้าหนี เตรียมจะหันหลังวิ่งออกจากประตูบ้าน แต่ทว่า... “เดี๋ยวก่อนสิคะคุณแม่” เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมกรลุ่นของ “ไก่ตุ๋นโสมป่า” ที่หลินฟางเพิ่งตักใส่ชามดินเผาเคลือบเงา ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนกลบกลิ่นอายความตึงเครียดเมื่อครู่จนหมดสิ้น น้ำซุปสีทองใสอัดแน่นด้วยสมุนไพรล้ำค่าส่งกลิ่นหอมยั่วยวนชวนน้ำลายสอจนแม้แต่นางจูยังต้องกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว หลินฟางย่างก้าวเข้าไปขวางประตูทางออก รอยยิ้มพรากวิญญาณประดับบนใบหน้าอย่างงดงาม ทว่ากลับสร้างความหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำให้กับผู้เป็นแม่สามี “ไหนๆ คุณแม่ก็มาถึงนี่แล้ว ไม่ลองชิม ‘ไก่ตุ๋นโสมป่า’ ฝีมือสะใภ้คนนี้สักคำก่อนหรือคะ? เผื่อว่าทานแล้ว ความจำที่หลงลืมว่าใครเคยทำอะไรไว้บ้าง จะได้กลับมาแจ่มชัดขึ้นไงคะ... แม่สามีที่รัก” สิ้นเสียงหวานหยดนั้น หลินฟางก็ใช้ตะเกียบไม้ไผ่คีบน่องไก่ตุ๋นเปื่อยนุ่มชิ้นโตที่อัดแน่นด้วยสรรพคุณยาจีนล้ำค่าจากมิติฟาร์ม ยกขึ้นจ่อตรงริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกของนางจูพอดี ขณะที่สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่การเคลื่อนไหวนี้อย่างระทึกใจ ทว่า... ในวินาทีที่นางจูอ้าปากจะปฏิเสธ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับร่างของบุรุษปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่พังผับประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก! “คุณชายรอง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ตลาดมืด! สินค้า ‘ชาสมุนไพรพันปี’ ที่คุณนายรองฝากขาย... มีคนเหมาซื้อหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ทันวางแผง และตอนนี้... มีคนจากจวนตระกูลใหญ่กำลังถือตั๋วเงินห้าพันตำลึงมารอพบตัวเจ้าของสูตรที่หน้าบ้านแล้วครับ!” (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%