ปัง!
เสียงทุบประตูไม้เก่าจนบานพับแทบหลุดออกจากกรอบ ตามด้วยเสียงหวีดร้องแหบพร่าของแม่สามีที่ดังทะลุเข้ามาในห้องครัว ทำเอาเตาถ่านที่หลินฟางกำลังควบคุมไฟอยู่ถึงกับสะดุด หญิงสาวไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ยังคงสงบนิ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปที่หม้อดินเผาใบใหญ่ที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นของ "หัวไชเท้าดองน้ำผึ้งป่าและพริกเสฉวนเกรดพรีเมียม" ซึ่งเธอแอบใช้เวลาเคี่ยวในมิติลับตลอดคืนที่ผ่านมา
"หลินฟาง! นังตัวดี! แกหูหนวกหรือไงถึงไม่ยอมเปิดประตู!" เสียงแหลมสูงของแม่สามีแผดเผาเข้ามาอีกระลอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กรูเข้ามาเหยียบย่ำลานดินหน้าบ้านพักข้าราชการทหารแห่งนี้
หลินฟางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะบางเบา นางถอดผ้ากันเปื้อนสีซีดออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปลูบศีรษะเล็กๆ ของเสี่ยวเปา ลูกชายตัวน้อยที่นั่งตาแป๋วเกาะชายเสื้อนางอยู่ด้วยความหวาดกลัว
"แม่ครับ... เสียงคุณย่ากับใครก็ไม่รู้ น่ากลัวจังเลย" เสี่ยวเปากำเสื้อของมารดาแน่น ดวงตาคู่น้อยไหวระริก
หลินฟางย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วเรียวงามเกลี่ยปอยผมที่รกหน้าผากของลูกชายอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงของนางนุ่มนวลแต่มั่นคงยิ่งนัก "เสี่ยวเปาไม่ต้องกลัวนะคะ คนพวกนั้นเป็นแค่ลมพายุที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ลูกรออยู่ในห้องนี้นะคะ แม่จะออกไปจัดการเรื่องตลกๆ ข้างนอกสักหน่อย เดี๋ยวเราจะได้กินซáoกระดูกหมูตุ๋นยาจีนฝีมือแม่กัน"
คำว่า "ซáoกระดูกหมูตุ๋นยาจีน" ทำให้ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายความอยากอาหารขึ้นมาทันที ความกลัวเมื่อครู่พลันมลายหายไปครึ่งหนึ่ง เสี่ยวเปาพยักหน้ารับหงิกๆ อย่างว่าง่าย
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูออกไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแม่สามีที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ยืนเคียงข้างกับสหายบ้านใกล้เรือนเคียงที่ทำตัวเป็นไทยมุง และที่โดดเด่นที่สุดคือชายในเครื่องแบบทหารยศนายสิบผู้หนึ่ง ใบหน้าบึ้งตึงเคร่งขรึม เขากวาดสายตามองหลินฟางด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"ไงล่ะ นังสะใภ้ตัวแสบ! แกทำความฉิบหายอะไรไว้อีก ถึงมีคนจากกองทัพเขาตามมาเอาเรื่องถึงเรือนพัก!" แม่สามีพุ่งเข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าทอ แต่หลินฟางกลับก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างสง่างาม ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันจนอีกฝ่ายชะงักค้างกลางอากาศ
"เชิญพูดต่อสิคะ คุณแม่" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเยียบเย็นจนแม่สามีถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "ดิฉันทำความฉิบหายอะไร หรือว่าพวกท่านแค่อิจฉาที่เห็นดิฉันสงบเสงี่ยมเกินไปจนทนไม่ได้?"
"หลินฟาง!" นายทหารผู้นั้นก้าวออกมารemกเสียงกร้าว "เธอถูกร้องเรียนว่าแอบลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายในตลาดมืด! ทางกองทัพและคณะกรรมการหมู่บ้านจำเป็นต้องตรวจค้นเรือนพักของเธอ เดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบกริบ เสียงลมหายใจของไทยมุงขาดห้วง แม่สามีลอบยิ้มเยาะด้วยความสะใจ นางรอเวลานี้มานานนับเดือน วันที่จะได้เห็นนังลูกสะใภ้คนนี้ถูกลากตัวไปประจานและขับไล่ออกจากค่ายทหาร!
ทว่า... หลินฟางกลับไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังมองดูเด็กน้อยเล่นขายของ
"ตรวจค้นหรือคะ? เชิญตามสบายเลยค่ะ" หลินฟางผายมือเปิดทางให้อย่างกว้างขวาง ท่าทีที่มั่นอกมั่นใจจนเกินเหตุทำให้สีหน้าของนายทหารผู้ตรวจค้นเริ่มเปลี่ยนสี "แต่ถ้าพวกคุณค้นไม่พบอะไรที่ผิดกฎหมายอย่างที่กล่าวหา... ฉันเกรงว่าเกียรติยศและหน้าที่การงานของใครบางคนแถวนี้ อาจจะต้องถูกหยิบยกมาทบทวนใหม่ ข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งครอบครัวทหาร น่าจะมีโทษหนักพอสมควรนะคะ"
นายทหารผู้นั้นหน้าถอดสีชั่วขณะ แต่เมื่อสบตากับสัญญาณพยักหน้ายิกๆ ด้วยความมั่นใจของแม่สามี เขาก็ขบกรามแน่นแล้วโบกมือให้ลูกน้องพังประตูห้องเก็บของด้านหลังทันที
เสียงรื้อค้นดังโครมครามตามมาติดๆ แม่สามีหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นางรอคอยเสียงกรีดร้องขอชีวิตจากลูกสะใภ้
ผ่านไปห้านาที... สิบนาที...
ความเงียบงันเริ่มเข้าปกคลุม แทนที่จะเป็นเสียงของกลางที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย กลับมีเพียง "กลิ่นหอมประหลาด" ที่โชยออกมาจากห้องเก็บของ เป็นกลิ่นหอมละมุนของเครื่องเทศ สมุนไพร และความเปรี้ยวหวานกลมกล่อมที่ชวนให้ต่อมน้ำลายทำงานอย่างรุนแรง
ทหารนายที่เข้าไปค้นเดินง้างออกมาด้วยสีหน้าเหวอสนิท ในมือของเขาไม่ได้ถือสิ่งผิดกฎหมายชิ้นใดเลย แต่กลับถือโหลแก้วใสใบโตที่ข้างในบรรจุผักดองสีอำพันสวยงาม ลอยตัวอยู่ในน้ำซอสใสแจ๋วที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ
"ร... 報告หัวหน้าครับ... ในนี้... ในนี้ไม่มีของผิดกฎหมายเลยครับ มีแต่... มีแต่ผักดองหน้าตาประหลาดนี่เต็มไปหมดเลยครับ!"
แม่สามีตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางพุ่งเข้าไปแย่งโหลแก้วมาจากมือทหารแล้วตะโกนลั่น "เป็นไปไม่ได้! นังนี่มันซ่อนเนื้อสัตว์ป่าและสินค้าหนีภาษีไว้แน่นอน! แกซ่อนมันไว้ที่ไหน นังสารเลว!"
หลินฟางเดินเข้าไปใกล้ชิดแม่สามี กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหญิงสาวโชว์ความเหนือชั้นกว่าความสกปรกโสมมของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด นางโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"คุณแม่คะ... ผักดองโหลนี้ ถ้าเอาไปขายในตลาดมืด ราคามันสูงพอที่จะซื้อแป้งสาลีชั้นดีได้ทั้งหมู่บ้านเลยนะคะ... และบังเอิญเหลือเกิน ที่วันนี้ มี 'ลูกค้ารายใหญ่' จากตัวเมืองนัดมารับของล็อตแรกที่หลังตลาดซะด้วยสิคะ"
ดวงตาของแม่สามีเบิกกว้างด้วยความโลภที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ลืมตัวไปชั่วขณะว่าจะมาจับผิดหรือมาทำลายอีกฝ่าย นางรีบคว้าแขนหลินฟางไว้ทันที "แก... แกจะเอาไปขายที่ไหน! ของพวกนี้เป็นสมบัติของบ้านเรานะ!"
หลินฟางปัดมือผอมแห้งนั้นออกอย่างรังเกียจ นางเหยียดยิ้มเย็นชาส่งให้แม่สามี ก่อนจะหันไปประสานสายตากับนายทหารผู้ตรวจค้นที่ยืนทำอะไรไม่ถูก
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางหน้าปากทางเข้าค่ายทหาร ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบนายทหารยศสูงผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ—เฉินหยาง สามีผู้เยชาและไม่เคยกลับบ้านตรงเวลา กลับปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุด!
เฉินหยางกวาดสายตาคมกริบมองสถานการณ์ตรงหน้าหยุดนิ่งอยู่ที่ภรรยาของตน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นแทบหยุดหายใจ
"ได้ยินว่า... ภรรยาผมกำลังจะเอาของอร่อยไปเปิดตลาดใหม่สินะครับ? ผมขอตามไปช่วยถือของด้วยคน คงไม่รบกวนเวลาทำมาหากินของคุณพานะครับ..."
กุหลาบหนามเงิน 🌹
(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ค่ะ)
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 6
เริ่มแผนการทำกำไร
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!