เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 31

แม่สามีบุกทวงสมบัติ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าพวกท่านก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะแจ้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านมาลากตัวออกไปฐานบุกรุกเคหสถาน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว น้ำชาสีเขียวมรกตกระฉอกเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะเนื้อหยาบที่หลินฟางเพิ่งเย็บด้วยมือเมื่อสัปดาห์ก่อน ใบหน้าของเฉินหยางในยามนี้มืดมนรากับท้องฟ้าก่อนพายุฝน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนเองและเหล่าญาติสนิทมิตรสหายที่พากันยกโขยงมาหน้าประตูบ้านด้วยแววตาไร้เยื่อใย บรรยากาศในห้องโถงเล็กๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของ "ซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอมมิติลับ" ที่หลินฟางเพิ่งเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ตัดกับความตึงเครียดของสถานการณ์ได้อย่างน่าขัน เพราะในขณะที่ผู้มาเยือนกำลังกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหยจากกลิ่นอาหาร มือของพวกเขากลับแบออกกว้างเพื่อเตรียมกอบโกยทรัพย์สินทุกอย่างที่ขวางหน้า "ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าไล่แม่ผู้ให้กำเนิดอย่างนั้นหรือ!" นางจ้าว แม่สามีผู้มีใบหน้าหยักย่นและแววตาโลภโม่งล้นจนปิดไม่มิด แสร้งบีบน้ำตาโฮใหญ่ มือเหี่ยวย่นทุบอกตัวเองเสียงดังตับๆ พลางกวาดสายตาดุด่าลูกสะใภ้ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง "ส่วนแกนังตัวดี! ผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิงให้แกกล้าฮุบสมบัติของตระกูลเฉินไว้คนเดียว ทั้งโฉนดที่ดิน แปลงผักหลังบ้าน หรือแม้แต่เงินเก็บในยามยากของสามีแก! คายออกมาเดี๋ยวนี้ ถือว่าข้าขอร้องในฐานะแม่ผู้สูงอายุ!" หลินฟางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันฉายชัดบนใบหน้าเรียวสวย นางไม่ได้หวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปลูบศีรษะของเสี่ยวเปา ลูกชายตัวน้อยที่ซุกกายอยู่ข้างกายอย่างปลอบโยน เจ้าหนูน้อยสูดกลิ่นหอมของอาหารเข้าปอดฟอดใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองย่าของตนด้วยแววตาแข็งกร้าวเกินวัย "ท่านย่าไม่ใช่คนดี... ท่านย่าเคยแย้งขนมของเสี่ยวเปาไปกิน แล้วยังตีมือแม่ด้วย เสี่ยวเปาไม่ให้ท่านย่าเอาอะไรไปทั้งนั้น!" คำพูดไร้เดียงสาแต่เชือดเฉือนของเด็กน้อยทำให้หน้าเหี่ยวย่นของนางจ้าวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามพุ่งตัวเข้าไปหมายจะตบสั่งสอนเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ทว่าเฉินหยางกลับก้าวมาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนผู้เป็นแม่สะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปสามก้าว "ถอยไปนะแม่! อย่าหาว่าผมไม่เตือน" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว "บ้านหลังนี้ ที่ดินแปลงนี้ และเงินทุกหยวนที่ใช้สร้างชีวิตใหม่ ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของผมกับภรรยา และพลังวิเศษจากมิติที่พวกท่านไม่มีวันเข้าใจ... สมบัติของตระกูลเฉินที่ท่านพูดถึง คือสมบัติที่พวกท่านเคยขับไล่พวกเราให้ออกไปตายดาบหน้าเมื่อครึ่งปีก่อนต่างหาก!" เหล่าญาติๆ ที่แห่แหนกันมาหวังส่วนแบ่งเริ่มส่งเสียงซุบซิบกันอื้ออึง บางคนเริ่มหน้าเสียเมื่อเห็นว่าเฉินหยางเอาจริง ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนข้อให้เหมือนแต่ก่อน ทว่านางจ้าวยังคงดื้อดึง นางส่งสัญญาณให้พี่ชายคนโตของตระกูลก้าวออกมารับหน้า "หยางหยาง แกอย่าลืมนะว่าตระกูลเฉินเลี้ยงแกมาจนโต แค่แบ่งทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้แม่แกไว้ใช้ยามแก่เฒ่ามันผิดตรงไหนวะ หรือว่าได้เมียใหม่แล้วลืมรากเหง้าของตัวเอง!" ลุงใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง หวังใช้ความกตัญญูกดดัน หลินฟางหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงิน แต่มันกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ นางก้าวเท้าออกมาข้างหน้า เผชิญหน้ากับกลุ่มคนโลภมากอย่างไม่เกรงกลัว ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสะอาดตาขับเน้นให้เห็นถึงความสง่างามที่เปลี่ยนไปราวคนละคนกับสะใภ้ขี้ขลาดในอดีต "รากเหง้าหรือคะ? น่าขันเสียจริง..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดدุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ตอนที่พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกเกือบอดตายในฤดูหนาว ท่านลุงอยู่ที่ไหนคะ? ตอนที่เสี่ยวเปาป่วยหนักจนไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยาคุมไข้ แม่สามีท่านนี้ส่งเงินมาช่วยเหลือสักแดงเดียวหรือไม่? กลับกัน... พวกท่านยังส่งจดหมายมาตัดขาดความสัมพันธ์เพื่อไม่ให้พวกเราไปสร้างความอับอายให้วงศ์ตระกูลไม่ใช่หรือคะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากเถียงเพราะหลักฐานความใจร้ายของพวกมันยังคงฝังรากลึกในความทรงจำของชาวบ้านละแวกนี้ "แต่ตอนนี้... เห็นพวกเราค้าขายดี ผลผลิตในฟาร์มงอกงามจนมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำ พวกท่านกลับสวมรอยใช้คำว่า 'ครอบครัว' มาทวงสิทธิ์หน้าตาเฉย ช่างเป็นความหน้าหนาที่หาญกล้าเสียจริงนะคะ" หลินฟางปรายตามองเอกสารสิทธิ์ในมือของนางจ้าวที่แอบหยิบออกมาเตรียมอ้างสิทธิ์ "ฝันไปเถอะค่ะว่าท่านจะได้แม้แต่เศษดินติดเล็บจากพวกเรา" นางจ้าวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้นเคืองจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด "นังสะใภ้สารเลว! แกมันตัวกาลกิณี! ถ้าวันนี้แกไม่ยอมคืนโฉนดและเงินทั้งหมดให้ข้า ข้าจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ให้ชาวบ้านประจานความเนรคุณของพวกแกให้ทั่ว!" พูดจบ นางจ้าวก็พุ่งเข้าใส่ตู้ไม้เก่าที่วางโหลสมุนไพรและขวดเครื่องปรุงลับจากมิติของหลินฟาง หมายจะกวาดทำลายให้พังพินาศคามือ เพื่อไม่ให้สองสามีภรรยาได้ใช้ประโยชน์อีกต่อไป "อย่าแตะต้องของของฉัน!" หลินฟางตวาดลั่น พร้อมกับก้าวเท้าเข้าขวางอย่างรวดเร็ว ทว่า ในวินาทีที่ชุลมุนวุ่นวาย มือที่เหี่ยวย่นของนางจ้าวกำลังจะปัดป่ายถูกโหลแก้วมิติลับที่ซ่อนพลังงานพิเศษเอาไว้ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ทรงพลัง และไร้มารยาท ยิ่งกว่านั้น ประตูไม้บานเก่าก็ถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับผู้ติดตามอีกสี่นาย สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเย็นชาจนทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก "ใครคือนายเฉินหยางและนางหลินฟาง? ทางการได้รับเรื่องร้องเรียนด่วนที่สุดว่าสถานที่แห่งนี้มีการกักตุนสินค้าหนีภาษีและใช้พื้นที่ทำกิจการผิดกฎหมาย... จงให้ความร่วมมือและเปิดทางให้เราตรวจสอบทุกซอกทุกมุมเดี๋ยวนี้!" หลินฟางชะงักค้าง มือที่กำลังจะคว้าแขนแม่สามีหยุดลงทันที นางหันไปสบตากับเฉินหยางที่หรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง เมื่อรู้ได้ทันทีว่าการบุกมาทวงสมบัติของแม่สามีในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความโลภส่วนตัว... แต่มันมีเงื่อนงำและคนชักใยอยู่เบื้องหลังที่น่ากลัวกว่านั้นหลายเท่า! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%