"ถ้าอยากได้สูตรน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสูตรลับนี้จนตัวสั่น ขนาดต้องลงทุนเดินมาป่าวประกาศประכלานหน้าบ้านฉันแบบนี้ เกรงว่าเธอคงต้องไปเกิดใหม่อีกสักรอบถึงจะเข้าใจว่า 'ฝีมือ' กับ 'ความอิจฉา' มันต่างกันฟ้ากับเหวอย่างไรนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดรดลงกลางวงสนทนาหน้าแผงขายอาหารยามสาย หลินฟางปัดเศษแป้งสาลีออกจากฝ่ามืออย่างไม่รีบร้อน ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองหญิงสาวแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีฉูดฉาดเกินฐานะชาวบ้านทั่วไป ทว่ากลับมีรอยเปื้อนคราบโคลนที่ชายกระโปรง ฟ่านเหมย—สหายเก่าจากเมืองหลวงผู้จมอยู่กับความอิจฉาริษยาในอดีต กำลังยืนบิดผ้าเช็ดหน้าด้วยความคับแค้นใจ ท่ามกลางชาวบ้านที่เริ่มมุงดูด้วยความสนใจ
บรรยากาศหน้าแผงขายซาลาเปาและน้ำเต้าหู้ของหลินฟางในยามนี้คึกคักเป็นทุนเดิม กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งนุ่มฟูและไส้หมูสับเห็ดหอมที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วตรอก แต่ความหอมหวานของอาหารกลับตัดกันฉับพลันกับบรรยากาศมาคุที่ฟ่านเหมยจงใจสร้างขึ้น
"หลินฟาง! เธออย่ามาทำเป็นปากดีนะ!" ฟ่านเหมยแผดเสียงแหลมสูงพยายามดึงดูดความสนใจจากฝูงชน "ใครๆ ในเมืองหลวงเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าตอนที่เธออยู่ตระกูลเดิม เธอเป็นผู้หญิงสำมะเลเทเมา ใช้เงินมือเติบ และ... และเคยทำเรื่องน่าอายอะไรไว้บ้าง! คิดว่าหนีมาแต่งงานกับนายทหารบ้านนอกแล้วจะล้างประวัติเน่าๆ ของตัวเองได้หมดจดอย่างนั้นหรือคะ!"
คำกล่าวหาที่ไม่มีมูลแต่เจตนาทำลายล้างพุ่งตรงมายังเป้าหมาย ชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันเบาๆ สายตาหลายคู่มองมาที่หลินฟางด้วยความเคลือบแคลง สังคมชนบทแห่งนี้มักเปราะบางต่อข่าวลือ ยิ่งเป็นเรื่องฉาวโฉ่ของสะพานใหม่ด้วยแล้ว ย่อมแพร่เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
ทว่า หลินฟางหาได้สะทกสะท้านไม่ หญิงสาวแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มนี้เองที่ทำให้ฟ่านเหมยถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"เรื่องน่าอายเหรอคะ?" หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนทุกคนรอบข้างเงียบเสียงลงเพื่อรอฟัง "น่าแปลกนะคะ ฟ่านเหมย... คนที่จำเรื่องของฉันละเอียดยิบยิ่งกว่าประวัติชีวิตตัวเองเสียอีก กลับไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นคนที่ชอบแอบอ้างเอาผลงานคนอื่นไปเสนอหน้าต่อหน้าคุณชายตระกูลหลี่เมื่อหลายปีก่อนต่างหาก จำได้ไหมคะว่าวันนั้น เกิดอะไรขึ้นหลังฉากงานเลี้ยงน้ำชา?"
สีหน้าของฟ่านเหมยเปลี่ยนสีฉับพลัน จากแดงก่ำกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษสา ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก นางไม่คาดคิดว่าผ่านมานานแรมปี หลินฟางจะไม่เพียงแต่ไม่หลบหนีปมด้อยในอดีต แต่ยังกล้าหยิบยกมันขึ้นมาแฉต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่เกรงกลัว
"เธอ... เธอพูดเหลวไหลอะไร!" ฟ่านเหมยละล่ำละลักแก้ตัว เสียงเริ่มสั่นพร่า
"ฉันจะพูดเหลวไหลหรือความจริง เธอรู้อยู่แก่ใจดีค่ะ" หลินฟางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวของอดีตนางร้ายผู้กลับใจแผ่รังסיความกดดันออกมาอย่างประหลาด "แต่ก็นั่นแหละค่ะ คนเราเนี่ยนะ มักจะใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการจ้องมองความสำเร็จของคนอื่น จนลืมไปว่าเงาหัวตัวเองมันกำลังเน่าเฟะอยู่ใต้ฝ่าเท้า ต่อให้เธอจะก섬ดะเดินทาใข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่เพื่อป้ายสีฉัน สิ่งเดียวที่เธอจะได้กลับไป ก็คงมีแค่คราบโคลนบนรองเท้าของเธอนั่นแหละค่ะ"
คำพูดเจ็บแสบแต่สุภาพเรียบร้อยนี้เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านได้ทันที หลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พฤติกรรมทำมาค้าขายอย่างซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง และน้ำใจไมตรีของหลินฟางเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนในหมู่บ้าน ไม่มีใครเชื่อคำครหาลอยๆ ของคนแปลกหน้า
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังพลิกกลับมาอยู่ฝ่ายหลินฟางอย่างสมบูรณ์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"มีเรื่องอะไรกันหรือครับ?"
เฉินหยาง สามีหนุ่มนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและเย็นชา ปรากฏตัวขึ้นในชุดเครื่องแบบเรียบร้อย ใบหน้าคมเข้มไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำขลับกวาดมองฟ่านเหมยด้วยแววตาดุจคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งกล้าเข้ามารังควานภรรยา
ทันทีที่เห็นเฉินหยาง ฟ่านเหมยก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รัศมีกดดันจากนายทหารสนามรบผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชคโชนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงสำอางอย่างนางจะรับมือไหว
"หยางเกอ..." หลินฟางเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนหวานทันที นางหันไปสบตากับสามีด้วยแววตาออดอ้อนนิดๆ "ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ พอดีมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' จากเมืองหลวงแวะมาทักทายฉันด้วยความระลึกถึงน่ะค่ะ นางคงจะคิดถึงรสชาติอาหารฝีมือฉันมากจนถึงกับลงทุนเดินทางไกลมาหาเรื่องถึงที่นี่เลยนะคะ"
เฉินหยางปรายตามองฟ่านเหมยแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความปกป้องอย่างชัดเจน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย
"ถ้าไม่มีธุระเรื่องการค้า ก็เชิญกลับไปเสียครับ หมู่บ้านของเราต้อนรับเฉพาะผู้มาเยือนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ แต่ถ้ายังกล้าสร้างความวุ่นวายรบกวนภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว ผมคงต้องเชิญให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นมาช่วยตรวจสอบ 'วัตถุประสงค์' ในการเดินทางข้ามเขตของท่านเสียหน่อยแล้ว"
คำว่า 'ตรวจสอบ' จากปากนายทหารผู้มีอำนาจเด็ดขาด ทำให้ฟ่านเหมยหน้าถอดสีโดยสมบูรณ์ นางรู้ดีว่าหากทางการเข้ามาพัวพัน ประวัติเบื้องหลังอันสกปรกของนางในเมืองหลวงอาจจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจริงๆ
ฟ่านเหมยกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคือง ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่หลินฟางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและสาวเท้าเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็วท่าเสียงหัวเราะเบาๆ ของชาวบ้าน
วิกฤตการณ์เฉพาะหน้าผ่านพ้นไปอย่างงดงาม หลินฟางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามีที่ยังคงกุมมือภรรยาไว้แน่น ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อnเอ่ยคำหวานใดๆ ออกมา เสี่ยวเปาดูลูกชายตัวน้อยก็วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาเกาะชายเสื้อพร้อมกับชูจานกระเบื้องที่มีซาลาเปาร้อนกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวล
"ท่านแม่ขอรับ! ซซาลาเปาไส้นี้ที่ท่านแม่เพิ่งอบเสร็จ น้ำซุปข้างในมัน... มันระเบิดความอร่อยออกมาจนเสี่ยวเปาแทบจะกลืนลิ้นตัวเองแล้วขอรับ! อร่อยที่สุดในสามโลกเลย!"
กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำซุปหมูตุ๋นและแป้งหมักยีสต์ธรรมชาติลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ตัดกับความตึงเครียดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง หลินฟางก้มลงยิ้มให้ลูกชายด้วยความเอ็นดู แต่ทว่า... สายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่ง ที่ร่วงหล่นอยู่กับพื้นตรงจุดที่ฟ่านเหมยยืนอยู่เมื่อครู่
บนกระดาษแผ่นนั้น มีตราประทับลับของ 'ตระกูลหลี่' พร้อมลายมือคุ้นตาที่เขียนข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า...
*จัดการนังหลินฟางให้ได้ ก่อนที่ความลับเรื่องโฉนดที่ดินลับจะถูกเปิดเผย*
ดวงตาของหลินฟางหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มบนริมฝีปากจางหายไปแทนที่ด้วยประกายความเย็นเยียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม... ที่แท้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความอิจฉาส่วนตัว แต่มีมือที่มองไม่เห็นชักใยอยู่เบื้องหลัง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 26
ศัตรูเก่ามาเยือนถึงที่
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!